พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๘พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้
All sections
以列表显示- Section ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒”
- Section ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๗กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้นไป
- Section ๓
ให้ยกเลิ (๑) พระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (๒) พระราชบัญญัติรถยนตร์แก้ไขเพิ่มเติ พุทธศักราช ๒๔๗๔ (๓) พระราชบัญญัติรถยนตร์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (๔) พระราชบัญญัติรถยนตร์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (๕) พระราชบัญญัติรถยนตร์แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช ๒๔๗๗(ฉบับที่ ๒) (๖) พระราชบัญญัติรถยนตร์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๘ (๗) พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๗)พุทธศักราช๒๔๗๙ (๘) พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๘)พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๙) พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๙)พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๑๐)พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๑)พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๑๑)พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๒)พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๒)พุทธศักราช ๒๔๙๔ (๑๓)พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๐๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่๗๗/ฉบับพิเศษหน้า ๒๒/๑๒พฤษภาคม๒๕๒๒ (๑๔)พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ (๑๕)พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๐๖ (๑๖)พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๑๒ (๑๗)ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐ลงวัที่ ๑๕ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๑๔ (๑๘) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ พ.ศ. ๒๕๑๖ (๑๙) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๖ (๒๐)พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๑๗ บรรดากฎหมายกฎข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือ ซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
- Section ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ”หมายความว่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนนรถแทรกเตอร์ และรถอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “รถยนต์”หมายความว่ารถยนต์สาธารณะรถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล “รถยนต์สาธารณะ”หมายความว่า (๑) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด ซึ่งได้แก่รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน เจ็ดคนที่ใช้รับจ้างระหว่างจังหวัด โดยรับส่งคนโดยสารได้เฉพาะที่นายทะเบียนกำหนด (๒) รถยนต์รับจ้าง ซึ่ ได้แก่รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนหรือ รถยนต์สาธารณะอื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทาง “รถยนต์บริการ” หมายความว่า รถยนต์บรรทุ คนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคน โดยสารไม่เกินเจ็ดคน ดังต่อไปนี้ (๑) รถยนต์บริการธุรกิจซึ่งได้แก่รถยนต์ที่ใช้บรรทุกคนโดยสารระหว่างท่าอากาศ ยานท่าเรือเดินทะเล สถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟกับโรงแรมที่พักอาศัย ที่ทำการของผู้โดยสาร หรือที่ ทำการของผู้บริการธุรกิจนั้น (๒) รถยนต์บริการทัศนาจรซึ่งได้แก่รถยนต์ที่ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ใช้รับส่งคนโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว (๓) รถยนต์บริการให้เช่า ซึ่งได้แก่รถยนต์ที่จัดไว้ให้เช่าซึ่งมิใช่เป็นการเช่าเพื่อนำไป รับจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือสิ่งของ “รถยนต์ส่วนบุคคล”๒ หมายความว่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์บรรทุกส่วน บุคคลซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก “รถจักรยานยนต์”หมายความว่ารถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและ มีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งล้อ และให้หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติด เครื่องยนต์ด้วย มาตรา ๔นิยามคำว่า “รถยนต์ส่วนบุคคล”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล”๓ หมายความว่า รถจักรยานยนต์ที่มิได้ใช้รับจ้าง บรรทุกคนโดยสาร “รถจักรยานยนต์สาธารณะ”๔ หมายความว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคน โดยสารแต่ไม่หมายรวมถึงรถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้างและรถจัรยานที่ติดเครื่องยนต์ “รถพ่วง”หมายความว่ารถที่เคลื่อนที่ไปโดยใช้รถอื่นลากจูง “รถบดถนน”หมายความว่า รถที่ใช้ในการบดอัดวัสดุบนพื้นให้แน่น และมี เครื่องยนต์ขับเคลื่อนในตัวเอง หรือใช้รถอื่นลากจูง “รถแทรกเตอร์”หมายความว่ารถที่มีล้อหรือสายพาน และมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อน ในตัวเอง เป็นเครื่องจักรกลขั้นพื้นฐานในงานที่เกี่ยวกับการขุด ตักดันหรือฉุดลาก เป็นต้น หรือ รถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก “เจ้าของรถ”หมายความรวมถึงผู้มีรถไว้ในครอบครองด้วย “ผู้ตรวจการ”๕ หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางบก ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งให้เป็ผู้ตรวจการตามพระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน”๖ หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน “อธิบดี”๗ หมายความว่าอธิบดีกรมการขนส่งทางบก “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ [คำว่า “รถยนต์”“รถจักรยานยนต์”และ“เครื่องยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่ ตั้งนายทะเบียนและผู้ตรวจการกับออกกฎกระทรวงกำหนดในเรื่องดัต่อไปนี้ (๑) ลักษณะขนาดหรือกำลังของเครื่องยนต์และของรถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถ ประเภทต่าง ๆเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงลัษณะขนาดหรือกำลังของเครื่องยนต์ และของรถสำหรับ รถประเภทดังกล่าวและการแก้ไขเพิ่มเติมทะเบียนรถและใบคู่มือจดทะเบียนรถที่ได้เปลี่ยนแปลงแล้ว (๒) เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถและการใช้เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าว เช่น โคมเครื่องมอง หลัง แตรเครื่องระงับเสียง ท่อไอเสีย เครื่องสัญญาณไฟ เครื่องปัดน้ำฝนและเครื่ องอุปกรณ์อื่นที่ จำเป็น มาตรา ๔นิยามคำว่า “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔นิยามคำว่า “รถจักรยานยนต์สาธารณะ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔นิยามคำว่า “ผู้ตรวจการ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔นิยามคำว่า “นายทะเบียน”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔นิยามคำว่า “อธิบดี”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ (๓) เครื่องสื่อสาร และการใช้เครื่องสื่อสารระหว่างรถกับศูนย์บริการหรือสถานที่อื่น (๔) แผ่นป้ายทะเบียนรถเครื่องหมายประเภทรถและเครื่องหมายอื่น รวมทั้งวิธี แสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายดังกล่าว (๕) สีและเครื่องหมายสำหรับรถยนต์สาธารณะ (๖) น้ำหนักบรรทุกอย่างมาก และจำนวนคนโดยสารอย่างมากสำหรับรถยนต์ส่วน บุคคลและรถยนต์สาธารณะ (๗) เงื่อนไขในการใช้ล้อยางตัน (๘) ประเภทขนาดและน้ำหนักของรถที่จะไม่ให้เดินบนทางที่มิใช่ทางหลวง (๙) เงื่อนไขในการใช้รถที่มีล้ออย่างอื่น นอกจากล้อยางเดินบนทางที่มิใช่ทางหลวง (๑๐)ประเภทรถที่ต้องกำหนดอายุการใช้ในเขตที่กำหนด (๑๑)ประเภทรถที่ห้ามใช้เดิ ในเขตที่กำหนด (๑๒)การงดรับจดทะเบียนรถประเภทใดประเภทหนึ่งในเขตที่กำหนด (๑๓) จำนวนรถยนต์ับจ้างระหว่างจังหวัด จังหวัดต้นทางและจัหวัดปลายทาง สำหรับรถยนต์ดังกล่าว (๑๔)๙ อัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์สาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ (๑๕)๑๐ เครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และ การแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจรและ รถจักรยานยนต์สาธารณะ (๑๕/๑)๑๑ ข้อกำหนดว่ ด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร (๑๖)หลักสูตรและอุปกรณ์การสอนและการฝึกหัดขับรถของโรงเรียนฝึกหัดขับรถ (๑๗)ค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ (๑๘)กิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้๑๒ ในส่วนที่ เกี่ ยวกับการจัดสรรเงิ ตามมาตรา ๔๑ ให้ ฐ ตรีว่ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ [คำว่า “รถยนต์” และ “เครื่องยนต์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- หมวด ๑ การจดทะเบียนเครื่องหมาย และการใช้รถ23 条
- Section ๖
บทบัญญัติมาตรา ๖(๑) มิให้ใช้บังคับแก่รถดังต่อไปนี้ (๑) รถที่ จดทะเบียนในต่างประเทศที่ผู้นำเข้าไม่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ใน ราชอาณาจักร ซึ่งมีความประสงค์นำมาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว แต่ต้องปฏิบัติตาม อนุสัญญาหรือข้อตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลของประเทศที่รถนั้นจดทะเบียน (๒) รถที่มีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในกิจการใดโดยเฉพาะเป็นการชั่วคราว (๓) รถที่ใช้เพื่อการทดสอบ (๔) รถที่ใช้ในกรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การใช้รถตาม (๑) อธิบดีจะประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติและเครื่องหมาย แสดงการใช้รถไว้ด้วยก็ได้ แต่ต้องไม่ขัดต่ออนุสัญญาหรือข้อตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลของ ประเทศที่รถนั้นจดทะเบียน การใช้รถตาม (๒) (๓) และ (๔) ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและเสีย ค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ การขออนุญาตการอนุญาตระยะเวลาในการใช้รถ และเครื่องหมายแสดงการใช้ รถดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
- Section ๗
รถที่จะขอจดทะเบียนได้ต้อง (๑) เป็นรถที่มีส่วนควบและมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงและ (๒)๑๕ ผ่านการตรวจสภาพรถจากนายทะเบียนหรือจากสถานตรวจสภาพที่ได้รับ อนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในเวลาที่ขอจดทะเบียนแล้ว ในกรณีที่ขอจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ หรือรถยนต์ บริการทัศนาจร รถนั้นต้องมีลักษณะ ขนาดหรือกำลังของเครื่องยนต์และของรถตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงและผู้ ขอจดทะเบียนต้องแจ้งสถานที่เก็บรถยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์บริการซึ่งมี ลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วย [คำว่ “รถยนต์” และ “เครื่องยนต์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๘
รถดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน (๑) รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตรา ๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๖/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๗วรรคหนึ่ง (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ (๒)๑๖ รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกรม ตำรวจกำหนด (๓) รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการ พระราชวังกำหนด (๔) รถที่เจ้าของแจ้งการไม่ใช้รถตามมาตรา ๓๔ (๕) รถที่ผู้ผลิตหรือประกอบเพื่อจำหน่ายหรือที่ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย ผลิต ประกอบ หรือนำเข้า และยังมิได้จำหน่ายให้แก่ผู้อื่น
- Section ๙
รถดังต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เว้นแต่ ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ (๑) รถดับเพลิง (๒) รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง (๓)๑๘ รถของส่วนราชการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องค์การมหาชนและหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ทั้งนี้ เฉพาะรถที่มิได้ใช้ในทางการค้าหรือหากำไร (๔) รถบดถนนของรัฐวิสาหกิจ (๕) รถแทรกเตอร์ของรัฐวิสาหกิจ (๖) รถของสภากาชาดไทย (๗) รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่าง ประเทศหรือทบวงการชำนัญพิเศษแห่ สหประชาชาติซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย (๘) รถใช้งานเกษตรกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๑๙ ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนรถ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่ง ท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา เว้นแต่เจ้าของรถมี วามประสงค์จะนำรถไปใช้ในท้องถิ่นอื่น ให้ยื่นคำขอต่อ นายทะเบียนท้องถิ่นนั้นได้ ในกรณีที่ผู้ขอเป็นคนต่างด้าวและไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อนาย ทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีถิ่นที่อยู่ การขอจดทะเบียนและการออกใบคู่มือจดทะเบียนรถให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดี กำหนด มาตรา ๑๐/๑๒๐ ให้อธิบดีำหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และให้ถือว่าราคาสูงสุดที่มีผู้เสนอเป็น อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับการใช้หมายเลขทะเบียนนั้น มาตรา ๘(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๙(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๑๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๐/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ การเปิดประมูลและการจดทะเบียนรถตามหมายเลขทะเบียนดังกล่าวให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์วิธีการ ระยะเวลาและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด เงินค่าธรรมเนียมพิเศษที่ได้จากการประมูลตามมาตรานี้ ให้นำเข้ากองทุนตาม มาตรา ๑๐/๒ มาตรา ๑๐/๒๒๑ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมการขนส่งทางบก เรียกว่า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและ ส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้ รถใช้ถนนประกอบด้วย (๑) เงินค่าธรรมเนียมพิเศษที่ได้จากการประมูลตามมาตรา ๑๐/๑ (๒) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้เพื่อสมทบกองทุ (๓) ดอกผลและรายได้จากกองทุน (๔) เงิ และทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน ให้มีคณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการผู้แทนกระทรวงมหาดไทยผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจรและผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสองคนเป็นกรรมการและอธิบดีกรมการ ขนส่งทางบกเป็นกรรมการและเลขานุการเพื่อทำหน้าที่บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ กองทุน การดำรงตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ การบริหารกองทุ และการใช้จ่าย เงินกองทุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ ณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเสนองบแสดงฐานะ ทางการเงินภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้านักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ อบบัญชี และประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของ กองทุน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์และ ได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด และเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองงบการเงินแล้ว ให้ทำบันทึกรายงานผลเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- Section ๑๐
ให้นายทะเบียนมีอำนาจอนุญาตให้เจ้าของรถนำหมายเลข ทะเบียนที่ออกให้สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่ง หรือนำหมายเลขทะเบียนที่ยังไม่เคยออกให้ หรับรถคันใดมาใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้วได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศ กำหนด
- Section ๑๑
รถที่จดทะเบียนแล้ว ต้องมีและแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมาย ครบถ้วนถูกต้องตามที่ก หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๐/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖
- Section ๑๒
รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่ารถนั้นมีส่วนควบหรือ เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่นห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถนั้นจนกว่าจะจัดให้มี ครบถ้วนถูกต้องหรือเอาออกแล้ว ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเจ้าของรถไม่อาจจัดให้มีครบถ้วนถูกต้องหรือเอาออก ได้ ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถนั้น เจ้าของรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบ คำสั่งของนายทะเบียน คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด
- Section ๑๓
รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากมีารเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากที่ จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง การแจ้ ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็ไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
- Section ๑๔
รถใดที่จดทะเบียนแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วน หนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้และใช้รถนั้น เว้นแต่เจ้าของรถนำรถไปให้นาย ทะเบียนตรวจสภาพก่อน ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่ารถที่เปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ในเวลาใช้ ให้สั่งเจ้าของรถแก้ไขและนำรถไปให้ตรวจสภาพก่อนใช้ การตรวจสภาพดังกล่าวนาย ทะเบียนจะสั่งให้เจ้าของรถนำรถไปให้ตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางบกก็ได้ และให้นำมาตรา ๑๒วรรคสองวรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดย อนุโลม แต่ถ้านายทะเบียนเห็นว่ารถนั้นปลอดภัยในเวลาใช้ ให้แก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนและ ใบคู่มือจดทะเบียนรถนั้นด้วย๒๓ มาตรา ๑๕๒๔ ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการเห็นว่ารถใดในขณะที่ใช้มี ลักษณะที่เห็นได้ว่าน่าจะไม่ปลอดภัยในการใช้ ให้มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของรถนำรถนั้นไปให้ นายทะเบียนหรือสถานตรวจสภาพที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกตรวจสภาพ ภายในเวลาที่กำหนดได้ มาตรา ๑๕ทวิ๒๕ การตรวจสภาพรถตามมาตรา ๗(๒) มาตรา ๑๔วรรคสอง
- Section ๑๕
หรือมาตรา ๓๖ให้เป็ไปตามหลัเกณฑ์ วิธี และเงื่อนไขตามที่ กำหนดใน กฎกระทรวง
- Section ๑๖
ในการย้ายรถไปไว้ต่างท้องที่ ให้เจ้าของรถแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน สิบห้าวันนับแต่วันย้าย มาตรา ๑๔วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
- Section ๑๗
ในการโอนรถที่จดทะเบียนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนาย ทะเบียนภายในสิบห้ วันนับแต่วันโอน ในกรณีที่ผู้รับโอนจะนำรถตามวรรคหนึ่งออกนอกราชอาณาจักรภายในสิบห้าวันนับ แต่วันโอน ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งด้วย การแจ้งตามวรรคหนึ่ง และการขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคสองให้เป็นไป ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด มาตรา ๑๗/๑๒๖ รถยนต์ที่จดทะเบียนแล้ว รถพ่วง รถบดถนนและรถแทรคเตอร์ที่ จดทะเบียนแล้วให้เป็นทรัพย์สินประเภทที่จำนองเป็นประกัหนี้ได้ตามกฎหมาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้มีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนรถยนต์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ การจำนองต้องทำเป็หนังสือตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดและต้องแจ้งจด ทะเบียนจำนองต่อนายทะเบียน พร้อมกับการเสียค่าธรรมเนียมในการจดจำนองตามเงื่อนไข วิธีการ และอัตราค่าธรรมเนียมที่ประกาศในกฎกระทรวง
- Section ๑๘
ในการนำรถออกนอกราชอาณาจักรไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ต้องได้รับ อนุญาตจากนายทะเบียนเว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การนำรถออกนอกราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๗วรรคสอง (๒) การรับจ้างบรรทุ คนโดยสารออกนอกราชอาณาจักร แล้วนำรถกลับเข้ามา ตามปกติกิจ (๓) กรณีอื่นตามที่ำหนดในกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
- Section ๑๙
ในการอนุญาตตามมาตรา ๑๗หรือมาตรา ๑๘รัฐมนตรีมีอำนาจ กำหนดเงื่อนไขใด ๆในการให้นายทะเบียนอนุญาตและจะให้นายทะเบียนยกเว้นหรือผ่อนผันการ ปฏิบัติหรือไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น ๆก็ได้ ตามที่เห็นสมควร
- Section ๒๐
ผู้ใดสั่งหรือนำรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ จำหน่าย หรือผลิตหรือประกอบรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถขึ้นใหม่เพื่อจำหน่าย ผู้นั้นต้องส่งบัญชี ประจำเดือนในการรับและจำหน่ายรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถให้แก่นายทะเบียนภายในวันที่สิบห้า ของเดือนถัดไป บัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด [คำว่า “เครื่องยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับ ที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๑๗/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๕๑
- Section ๒๑
ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑)๒๗ การใช้รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริารทัศนาจร หรือรถจัรยานยนต์ สาธารณะในกิจการส่วนตัว (๒) การใช้รถยนต์สาธารณะในกิจการส่วนตัว โดยมีข้อความแสดงไว้ที่รถนั้นให้เห็น ได้ง่ายจากภายนอกว่าใช้ในกิจการส่วนตัว (๓) การใช้รถยนต์สาธารณะบรรทุกของที่ติดตัวไปกับผู้โดยสาร (๓/๑)๒๘ การใช้รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกินสองพันสองร้อย กิโลกรัมเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (๔) ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๒๒
ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถยนต์อื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทางรับจ้างรับ คนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในทางที่ได้รับอนุญาตให้มีรถยนต์โดยสารประจำ ทางหรือในเขตจากทางนั้นไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับในกรณีที่เป็นการรับจ้างรับส่ กเรียนคนงาน นักท่องเที่ยว หรือการรับส่งผู้โดยสาร เป็นครั้งคราวซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียน [คำว่ “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓พระราชบัญญัติ ถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๒๓
ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าในท้องที่ใดการประกอบการรับจ้างบรรทุกคน โดยสารโดยใช้รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด สมควรให้ ดำเนินการโดยบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจำกัดหรือสหกรณ์ และต้องได้รับใบอนุญาตจากนาย ทะเบียนให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุท้องที่สำหรับการรับจ้างดังกล่าว ประกาศตามวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับแก่การประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดย ใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดซึ่งได้จดทะเบียน อยู่ก่อนวันประกาศจนกว่าจะพ้นสามปีับแต่วันประกาศ กำหนดเวลาสามปีตามวรรคสองถ้ามีเหตุผลสมควร รัฐมนตรีอาจขยายออกไปได้อีก ครั้งละไม่เกินสองปี แต่จะขยายระยะเวลาเกิ สองครั้งไม่ได้ การขยายระยะเวลาให้ประกาศในราช กิจจานุเบกษา การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๑(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๑(๓/๑)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๓/๑๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถจักรยานยนต์เพื่อรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้น แต่รถจักรยานยนต์นั้นได้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอต่อนาย ทะเบียนและให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนได้เมื่อมีการปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ กำหนดใน กฎกระทรวงและระเบียบที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๑๐ กฎกระทรวงตามวรรคสองต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการประจำจังหวัด ซึ่งอย่าง น้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ควบคุมดูแลรถยนต์ การจราจร หรือการขนส่ และบุคคลอื่ ตามจำนวนที่เหมาะสม เพื่อทำหน้าที่ กำหนดสถานที่รอรับคนโดยสาร เส้นทางหรือท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร และหลักเกณฑ์ การออกหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะให้กับผู้ประสงค์จะจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ สาธารณะเพื่อนำไปแสดงเป็นหลักฐานการขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามวรรคสอง ในการนี้อาจ กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการประจำท้องที่ด้วยก็ได้ การกำหนดอายุและการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๒๔
ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓มีอายุสามปีนับแต่วันออกใบอนุญาต แต่ อาจต่ออายุได้คราวละสามปี ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตนั้น หมดอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว จะประกอบการต่อไปก็ได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔/๑๓๐ ในกรณีที่ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓สูญหาย หรือชำรุดใน สาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วัน ทราบเหตุ หากภายหลังได้ใบอนุญาตที่สูญหายคืนมา ให้ส่งใบแทนใบอนุญาตนั้นแก่นายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้คืน การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
- Section ๒๕
ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ซึ่งไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ มาตรา ๒๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต๓๑
- Section ๒๖
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ไม่ต่อ อายุใบอนุญาตตามมาตรา ๒๔หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๕ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ขอต่อ อายุใบอนุญาต หรือผู้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีได้ภายในหนึ่ง เดือนนับแต่วันทราบคำสั่งนายทะเบียน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ในกรณีที่อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๒๔หรือมาตรา ๒๕ก่อนที่จะมี คำวินิจฉัยอุทธรณ์ รัฐมนตรีอาจอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบการไปพลางก่อนได้เมื่อมีคำขอของ ผู้อุทธรณ์
- Section ๒๗
ผู้ใดมีรถยนต์ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อ ถ้าจะขับเองหรือให้ผู้อื่นขับเพื่อ การนั้น ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และให้ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เว้นแต่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการออกใบอนุญาตให้นายทะเบียนออกเครื่องหมายพิเศษและสมุดคู่มือประจำ รถให้ด้วย เครื่องหมายพิเศษและสมุดคู่มือประจำรถ ให้เป็นไปตามแบบที่ กำหนดใน กฎกระทรวงและให้ใช้สับเปลี่ยนกันได้ไม่เฉพาะคันรถ [คำว่ “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๒๘
ในการขับรถยนต์ตามมาตรา ๒๗ผู้ขับต้องบันทึกรายการดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อรถ หมายเลขตัวรถและหมายเลขเครื่องยนต์ของรถ (๒) ความประสงค์ในการขับรถยนต์ (๓) วันเดือนปี และเวลาที่นำรถออกไปขับและกลับถึงที่ (๔) ชื่อและชื่อสกุลของผู้ขับ [คำว่า “รถยนต์” และ “เครื่องยนต์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- หมวด ๒ ภาษีประจำปี15 条
- Section ๒๙
ภาษีประจำปีสำหรับรถมีอัตราตามที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (๑) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปีนับแต่ปีที่จด ทะเบียนครั้งแรก ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อ ๆไปในอัตราร้อยละดังต่อไปนี้ ปีที่หก ร้อยละสิบ ปีที่เจ็ด ร้อยละยี่สิบ ปีที่แปด ร้อยละสามสิบ ปีที่เก้า ร้อยละสี่สิบ ปีที่สิบและปีต่อ ๆไป ร้อยละห้าสิบ (๒) รถซึ่งใช้ล้ออย่างอื่นนอกจากยางกลวง ให้เก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราที่กำหนดไว้ อีกกึ่งหนึ่ง (๓)๓๒ (ยกเลิก) [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๒๙ ทวิ
ในกรณีที่รถยนต์คันใดไม่ใช้เครื่องยนต์ลูกสูบที่จะคำนวณความจุ ของกระบอกสูบได้ หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของกระบอกสูบหรือเครื่องยนต์ ให้เทียบ เป็นความจุของกระบอกสูบหรือคำนวณความจุตามเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “รถยนต์” และ “เครื่องยนต์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๒๙ ตรี
ในการกำหนดความจุของกระบอกสูบของรถยนต์เพื่อชำระภาษี ประจำปีให้นายทะเบียนประกาศความจุของกระบอกสูบของรถยนต์แต่ละแบบไว้ด้วยความเห็นชอบ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีที่ประกาศตามวรรคหนึ่งไม่ครอบคลุมถึงแบบของรถยนต์คันใดให้นาย ทะเบียนเก็บภาษีประจำปีโดยถือความจุของกระบอกสูบตามหนังสือคู่มือประจำรถยนต์ของรถยนต์ คันนั้น ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรับรองและให้นายทะเบียนดำเนินการประกาศความจุของ กระบอกสูบของรถยนต์คันดังกล่าวต่อไป ประกาศตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๙(๓) เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ต่อมามีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๕/๒๕๔๙(สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ ๔กันยายน๒๕๒๙ที่ประชุมได้ลงมติไม่อนุมัติ มาตรา ๒๙ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๒๙ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔
- Section ๓๐
ให้รถที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา ๘และรถที่ได้รับ ยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๙ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปีด้วย
- Section ๓๑
ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร ให้รัฐมนตรีมีอำนาจลดภาษีประจำปี สำหรับรถในเขตท้องที่ใดหรือในกรณีใดลงจากอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙ได้ การลดตามวรรคหนึ่งให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
- Section ๓๒
เจ้าของรถมีหน้าที่เสียภาษีประจำปี ภาษีประจำปีให้เสียล่วงหน้าคราวละหนึ่งปี ถ้ามิได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดให้ เจ้าของรถนั้นชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งต่อเดือนหรือเศษของเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ เงิ เพิ่มตามมาตรานี้ให้ถือเป็นเงินภาษี รถที่ได้เสียภาษีประจำปีสำหรับปีใด ถ้าเปลี่ยนเจ้าของรถ เจ้าของใหม่ไม่ต้องเสีย ภาษีประจำปีในปีนั้นอีก
- Section ๓๓
ในกรณีที่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถหรือเปลี่ยนการใช้รถผิด ไปจากที่จดทะเบียนไว้ในระหว่างปี ถ้าเป็นเหตุให้เสียภาษีลดลง เจ้าของรถไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีส่วน ที่เสียเกิน แต่ถ้าต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เจ้าของรถต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้นให้ครบถ้วนถูกต้อง เมื่อจะต้องขอจดทะเบียน
- Section ๓๔
รถใดที่จดทะเบียนแล้วแม้จะไม่ได้ใช้ก็ต้องเสียภาษีประจำปีตามมาตรา ๒๙หรือมาตรา ๓๑แล้วแต่กรณี และมาตรา ๓๒เว้นแต่เจ้าของรถจะแจ้งการไม่ใช้ต่อนายทะเบียน ก่อนถึงกำหนดเสียภาษีประจำปีครั้งต่อไป ทั้งนี้ ตามหลัเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ กำหนดใน กฎกระทรวง
- Section ๓๕
ผู้ใดมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีแล้วไม่เสียภาษีประจำปีภายในเวลาที่ กำหนดนายทะเบียนอาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นนำเงินไปชำระภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วน ณที่ ทำการของนายทะเบียนภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งในวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีอำนาจยึดแผ่นป้าย ทะเบียนรถนั้นไว้ได้๓๗ มาตรา ๓๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙ต่อมามีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติรถยนตร์พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ ๕/๒๕๒๙(สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ ๔กันยายน๒๕๒๙ที่ประชุมได้ลงมติไม่อนุมัติ มาตรา ๓๕วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕/๑๓๘ ในระหว่างที่เจ้าของรถค้างชำระภาษีประจำปี ให้นายทะเบียนมี อำนาจที่จะไม่รับดำเนิ การทางทะเบียนจนกว่าเจ้าของรถจะเสียภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วนก่อน หรือได้มีการดำเนินการตามมาตรา ๓๕/๒วรรคสองแล้ว มาตรา ๓๕/๒๓๙ รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีไม่ถึงสามปี หากเจ้าของรถประสงค์จะ ขอเสียภาษีประจำปีเพื่อใช้รถในปีนั้น ให้นายทะเบียนรับชำระภาษีนั้นได้ สำหรับภาษีที่ค้างชำระ ให้นายทะเบียนกำหนดจำนวนเงิน และระยะเวลาในการ ชำระตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่เจ้าของรถผิดนัดไม่เสียภาษีที่ค้างชำระตามวรรคสองให้ครบถ้วน นาย ทะเบียนมีอำนาจไม่รับดำเนินการทางทะเบียน จนกว่าเจ้าของรถจะเสียภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วน มาตรา ๓๕/๓๔๐ รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี ให้การจดทะเบียน รถเป็นอันระงับไป ในการนี้ให้นายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพร้อมทั้งจำนวนภาษีที่ค้าง ชำระไว้ ณที่ทำการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนด และแจ้งให้เจ้าของรถทราบ และให้บุคคลดังกล่าวส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดง ต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งและปิด ประกาศดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าของรถมิได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการ หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถได้ ให้ภาระภาษีประจำปีหลังจากปีที่สามเป็นอันระงับไปแต่เจ้าของรถยังคงต้องเสีย ภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วน และให้นำมาตรา ๓๕/๑และมาตรา ๓๕/๒วรรคสองและวรรคสามมาใช้ บังคับโดยอนุโลม
- Section ๓๖
นายทะเบียนมีอำนาจออกประกาศหรือสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของรถ นำรถไปตรวจณที่ทำการของนายทะเบียน หรือสถานตรวจสภาพที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางบก
- Section ๓๗
นายทะเบียนและผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเข้าตรวจใน สถานที่จำหน่าย เช่า เช่าซื้อ หรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรถ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีรถค้างชำระภาษี ประจำปีหรือมีการใช้รถที่สิ้นอายุการใช้งาน และยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถนั้นไว้ได้ การเข้ ตรวจตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือ ในเวลาทำการของสถานที่นั้น มาตรา ๓๕/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๓๕/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๓๕/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗
- Section ๓๘
ในกรณีที่ผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นผู้ตรวจและยึดตาม มาตรา ๓๗ให้นำส่งนายทะเบียนโดยมิช ช้ และให้นำมาตรา ๓๕มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๓๙
(ยกเลิก)
- Section ๔๐
ผู้ใดแจ้งความนำจับรถที่เจ้าของรถมิได้ชำระภาษีประจำปีภายในเวลาที่ กำหนด เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้นั้นได้รับรางวัลนำจับในอัตราร้อยละหกสิบของจำนวนเงินเพิ่มของ ภาษีที่ต้องชำระ
- Section ๔๑
เงินภาษีประจำปีรวมทั้งเงินเพิ่มและค่าธรรมเนียมตาม พระราชบัญญัตินี้ เว้ แต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ ยทะเบียนรถที่จดเก็บได้ในกรุงเทพมหานครให้ตกเป็น รายได้ของกรุงเทพมหานคร ส่วนในจังหวัดอื่นให้ตกเป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาลในจังหวัดนั้นเมืองพัทยาและราชการส่วนท้องถิ่นที่เรียกชื่ออย่ งอื่น โดยให้ กระทรวงมหาดไทยจัดสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- หมวด ๓ ใบอนุญาตขับรถ24 条
- Section ๔๒
ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนา ภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ตามมาตรา ๕๗ ในกรณีที่ผู้ขับรถเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวตามกฎหมายว่ ด้วยคนเข้าเมือ ผู้ขับรถซึ่งเป็นคนต่างด้าวนั้นจะใช้ใบอนุญาตขับรถตาม
- Section ๔๒ ทวิ
ขับรถในราชอาณาจักรก็ได้ และในกรณีนี้จะต้องมีใบอนุญาตขับรถดังกล่าวพร้อมด้วย เอกสารตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศ นั้น ๆเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที๔๖ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๒ทวิ๔๗ ในกรณีที่มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลต่างประเทศ ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรเป็การชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือ และมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดย มาตรา ๓๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๙ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๔๒วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔๒ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๓๐ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลงดังกล่าว กับรัฐบาลไทยอาจใช้ใบอนุญาตขับรถของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรได้ตามประเภทและชนิด ของรถที่ระบุไว้ในใบอนุญาตขับรถนั้น แต่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆและตามบทบัญญัติทั้งหลายในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ขับ รถตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๔๓
ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้ (๑) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว (๒) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล (๓) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (๔) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ (๕) ใบอนุญาตขับรถยนต์ามล้อสาธารณะ (๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (๖/๑) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (๗) ใบอนุญาตขับรถบดถนน (๘) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ (๙) ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก(๑) ถึง (๘) (๑๐)ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม(๑) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริารให้เช่า เฉพาะในกรณีที่ผู้ขับรถ เป็นผู้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการให้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๔) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการและใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๕) ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๓) ได้ด้วย และใบอนุญาตขับรถตาม(๖/๑) ใช้แทนใบอนุญาต ขับรถตาม(๖) ได้ด้วย นอกนั้นใช้แทนกัไม่ได้
- Section ๔๓ ทวิ
ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่ง ไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) และใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะตามมาตรา ๔๓(๔) ได้ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการ ขนส่งทางบกให้ใช้แทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) ได้ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๓ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๓๗
- Section ๔๔
ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวตามมาตรา ๔๓(๑) มีอายุสองปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถ๕๑ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๖) (๗) (๘) และ(๙) มีอายุห้าปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) (๕) และ(๖/๑) มีอายุสามปีนับแต่วันออก ใบอนุญาตขับรถ และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้อีกคราวละห้าปีหรือสามปี แล้วแต่กรณี โดยผู้ ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง๕๒ ในกรณีที่วันครบกำหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคสองไม่ตรงกับวันครบรอบวันเกิด ของผู้ ได้รับใบอนุญาตขับรถ ให้ขยายอายุใบอนุญาตต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ได้รับ ใบอนุญาตขับรถในปีนั้นหรือในปีถัดไป แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ใบอนุญาตขับรถ ครบกำหนดอายุ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถเกิดในวันที่ ๒๙กุมภาพันธ์ และในปีที่ใบอนุญาต ขับรถครบกำหนดอายุตามวรรคสองนั้นไม่ีวัที่ ๒๙กุมภาพันธ์ ให้ถือเอาวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ เป็น วันครบรอบวันเกิด การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๔๕
ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตขับรถ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาหรือมี ถิ่นที่อยู่ การขอใบอนุญาตขับรถและการออกใบอนุญาตขับรถ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๔๖
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) ต้องมีุ สมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑)๕๓ มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่เกินที่กำหนดใน กฎกระทรวงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ (๒) มีความรู้และความสามารถในการขับรถ (๓) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายว่าด้วย การจราจรทางบก (๔) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้ (๕) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับ รถ มาตรา ๔๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๔๔วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๔วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๖(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ (๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน (๗) ไม่ีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว (๘)๕๔ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือพักใช้ใบอนุญาตขับรถ (๙)๕๕ ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถซึ่งมิใช่จากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุของ ผู้ขอใบอนุญาตขับรถ เว้นแต่ได้พ้นกำหนดสามปีไปแล้วนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยให้ อธิบดีกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถไว้ด้วย
- Section ๔๗
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๖/ ๑)ต้อง (๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑)มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ (๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้ง แต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้ แต่จะพ้นโทษ ครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน (ฉ) โดยไม่คำนึงถึ ความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่
- Section ๔๘
(ยกเลิ )
- Section ๔๙
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) (๕) หรือ(๖/๑) ต้อง (๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ยี่สิบสองปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) หรือ (๕) และยี่สิบปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๖/๑) (๓) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๗(๓) (๔) มีสัญชาติไทย (๕) รู้จ ถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร (๖) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๗) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ มาตรา ๔๖(๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๖(๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๘ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๔๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ (๘) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิด ภยันตรายต่อประชาชนความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อ ร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพความผิดฐานลัทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอา ทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ ความผิดฐานยักยอกความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้ เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
- Section ๕๐
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) (๕) หรือ (๖/ ๑)เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๙(๘) แต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่ (๑) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน (๒) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้ รถกระทำความผิดหรือ (๓) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดง หลักฐานว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือ รถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าวถ้าเห็น ด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙(๘) มาใช้ บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งยกคำ ร้องจากนายทะเบีย คำสั่งของอธิบดีให้เป็นที่สุด มาตรา ๕๑ ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๗) (๘) หรือ (๙) ต้อง (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ (๒) มีความรู้ความสามารถในการขับรถประเภทนั้น ๆเป็นอย่างดี
- Section ๕๑
ผู้มีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๔) (๕) (๖) และ(๖/๑)มี สิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑๐)
- Section ๕๒
ให้นายทะเบียนแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙และมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๑/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗
- Section ๕๓
ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถประเภทใดแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่า เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ มตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถนั้น ให้ายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุ สมบัติหรือ ลักษณะต้องห้ามได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น๖๑ มาตรา ๕๓/๑๖๒ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถได้คราวละไม่เกิน หกเดือน ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจัรยานยนต์สาธารณะ กระทำความผิดในกรณีดังต่อไปนี้ นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได้ (๑) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำในข้อหาเดียวกับความผิดครั้งก่อน ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ความผิดครั้งก่อนเกิดขึ้น (๒) ไม่มารายงานตนต่อนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือไปแล้วไม่น้อย กว่าสองครั้งโดยมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ทั้งนี้ โดยไม่มีเหตุสมควร (๓) เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๓/๒๖๓ ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็น หนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ อุทธรณ์ ถ้าไม่มีวินิ จฉัยชี้ขาดภายในเวลาดักล่าวให้ถือว่ อธิบดีวินิจฉัยไม่ให้พักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถตามหนังสืออุทธรณ์ของผู้ขับรถ คำสั่งของอธิบดีให้เป็ที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถ มาตรา ๕๓/๓๖๔ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถส่งคืน ใบอนุญาตนั้นแก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
- Section ๕๔
ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถแล้วหากปรากฏว่า (๑) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๓วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ (๒) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่ ด้วยการจราจรทางบก (๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดฐานขับรถหรือกระทำการใด ๆอัน น่าจะเป็นภัยต่อประชาชน หรือ (๔) มีผู้กล่าวโทษว่าทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขู่ เข็ญ ดูหมิ่น รังแก หรือรบกวนคนขับรถด้วยกันหรือผู้โดยสาร นายทะเบียนมีอำนาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไว้ได้ แต่ห้ามมิให้ยึดเกินหนึ่งปี ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) (๕) หรือ (๖/๑) เป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๙(๘) ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) (๕) หรือ (๖/๑) ตั้งแต่วันยื่นฟ้องต่อศาลจนถึงเวลาที่มีคำ พิพากษาถึงที่สุด และในระหว่างเวลานั้นห้ามมิให้นายทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถให้ผู้ยึดบันทึกการยึดไว้ในใบอนุญาตขับรถด้วย
- Section ๕๕
ในกรณีที่ใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้รับ ใบอนุญาตขับรถยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบ เหตุนั้นและในกรณีที่ได้ใบอนุญาตขับรถที่สูญหายคืน ให้ส่งใบแทนใบอนุญาตขับรถนั้นแก่นาย ทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้คืน การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถและการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
- Section ๕๖
ภายใต้บังคับมาตรา ๔๓และมาตรา ๕๗ห้ามมิให้เจ้าของรถหรือ คนขับรถยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ เข้า ขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ
- Section ๕๗
ผู้ใดฝึกหัดขับรถยนต์ ต้องมีผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้วไม่ น้อยกว่าสามปีควบคุมอยู่ด้วย ในการฝึกหัดขับรถ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ฝึกหัดและผู้ควบคุมอยู่ในรถถ้ามีการ เสียหายเกิดขึ้น ผู้ควบคุมต้องรับผิดทางแพ่ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ฝึกหัดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำ สอนในเวลาที่ขับอยู่นั้น [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๕๗ ทวิ
ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้ขับรถหยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กับมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ การตรวจสอบนั้นได้ และเมื่อพบว่าผู้ใดฝ่ ฝื หรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ จะว่า กล่าวตักเตือนหรือสั่งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นไปรายงานตนต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มี มาตรา ๕๔วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๗ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ คำสั่งเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุก ให้ ผู้ตรวจการนำตัวผู้นั้นส่งพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ในการออกคำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการจะเรียก เก็บใบอนุญาตขับรถของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องรีบนำใบอนุญาตขับรถที่เรียกเก็บไว้ไปส่ง มอบแก่นายทะเบียนภายในแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกคำสั่งและให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นใบอนุญาตขับ รถชั่วคราวภายในกำหนดเวลาที่ให้ไปรายงานตนดังกล่าว คำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กำหนด
- Section ๕๗ ตรี
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตร ประจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวผู้ตรวจการให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
- Section ๕๗ จัตวา
ในขณะที่อยู่ในระหว่างการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ผู้ขับ รถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะจะปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารมิได้ เว้นแต่การ บรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ปฏิเสธ รับจ้างบรรทุกคนโดยสารนอกเส้นทางหรือนอกท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
- Section ๕๗ เบญจ
ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์าธารณะต้องพา คนโดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเส้นทางที่ไม่อ้อมเกิน ควรและต้องส่งคนโดยสาร สถานที่ตามที่ตกลงกันไว้ ห้ามมิให้ผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วย ประการใดๆ
- Section ๕๗ ฉ
ในขณะขับรถ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์ สาธารณะต้อง (๑) ไม่สูบบุหรี่ หรือกระทำด้วยประการใด ๆในลักษณะที่ก่อความรำคาญให้แก่คน โดยสาร (๒) ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่นก้าวร้าวหรือแสดงกิริยาในลักษณะ ดังกล่าวต่อคนโดยสาร (๓) ไม่เสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น (๔) ไม่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ มาตรา ๕๗ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕๗จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๗เบญจเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๗ฉเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ (๕) ไม่เสพติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาท (๖) ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (๗) ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่ ด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุ คนโดยสาร ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๕๗ สัตต
ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมีเหตุอันควรสงสัยว่า เจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมี อำนาจออกหนังสือเรียกตัวเจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้นั้นมาให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงได้ เมื่อนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการได้ตรวจสอบกรณีตามวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่า เจ้าของรถหรือผู้ขบรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำความในมาตรา ๕๗ทวิ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
- หมวด ๔ บทกำหนดโทษ11 条
- Section ๕๘
ผู้ขับรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๕(๑๕/๑)ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
- Section ๕๙
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖(๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
- Section ๖๐
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖(๒) (๓) (๔) หรือ(๕) มาตรา ๖/๑วรรคสองและวรรคสามมาตรา ๑๑มาตรา ๑๒วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗วรรคหนึ่งและวรรคสองมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๐วรรค หนึ่ง มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๖หรือมาตรา ๕๗ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา ๕๗สัตต เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๕๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๘/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๖๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๖๑๗๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕มาตรา ๒๘หรือมาตรา ๓๕/๓วรรค หนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๖หรือมาตรา ๕๓วรรคสองต้องระวาง โทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
- Section ๖๑
ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงต่อนาย ทะเบียนหรือผู้ตรวจการตามหนังสือเรียกตามมาตรา ๕๗สัตต วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งของนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๗สัตตวรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท
- Section ๖๒
ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่ เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดในท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓วรรคหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หรือไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๒๓วรรคสองหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิ หนึ่งหมื่นบาท [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๒/๑๗๘ ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓/๑ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
- Section ๖๓
ผู้ใดรับจ้ งบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่ เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดในท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓วรรคหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๓/๑๗๙ ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕วรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๓/๒๘๐ ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๓/๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
- Section ๖๔
ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่ง เดือน หรือปรับไม่เกิ หนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๖๒/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๓/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗
- Section ๖๕
ผู้ใดขับรถเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้ นอายุ หรือระหว่ งถูกสั่งพักใช้ ใบอนุญาตขับรถหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ หรือถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษปรับไม่ เกินสองพันบาท มาตรา ๖๖ ผู้ใดขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจด ทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๖/๑๘๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการ ซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๗ทวิ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๖๖/๒๘๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗จัตวา มาตรา ๕๗เบญจ หรือมาตรา ๕๗ฉ(๑) หรือ(๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๖/๓๘๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ฉ(๓) หรือ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๖/๔๘๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ฉ(๔) หรือ (๕) ต้องระวางโทษสูงกว่าที่ กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แล้วแต่กรณี อีกหนึ่งในสาม มาตรา ๖๖/๕๘๖ ผู้ใดเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนด ในกฎกระทรวงต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
- Section ๖๖
เจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้ใดไม่แสดงอัตราค่าโดยสารหรือค่าบริการ อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
- Section ๖๗
ผู้ใด (๑) ให้ผู้อื่นใช้ใบอนุญาตหรือเครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้แก่ตน (๒) ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง (๓) ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้แก่ผู้อื่น มาตรา ๖๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ (๔) เปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด ๆหรือปิดบังทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งเครื่องหมายที่ นายทะเบียนออกให้ประจำรถหรือ (๕) ใช้รถที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๙หรือยกเว้นไม่ต้องเสีย ภาษีประจำปีตามมาตรา ๓๐หรือลดภาษีประจำปีตามมาตรา ๓๑ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับ ยกเว้นหรือลด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
- Section ๖๗ ทวิ
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวให้ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตาม จำนวนที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตาม บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบหรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายใน กำหนดเวลาดังกล่าวให้ดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องต่อไป
- บทเฉพาะกาล5 条
- Section ๖๘
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีประจำปี ในกรณีที่เป็นรถที่จดทะเบียน แล้ว การเสียภาษีประจำปีในปีแรกภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียน เปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาการเสียภาษีใหม่ โดยเฉลี่ยจำนวนรถที่จะต้องเสียภาษีออกไปเป็นราย เดือนตามระยะเวลาและจำนวนที่นายทะเบียนเห็นสมควร และประกาศณที่ทำการของนายทะเบียน ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ หนึ่งเดือน ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการภายในสอง ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การคิดภาษีเป็นรายเดือนตามวรรคหนึ่ง ให้คิดเฉลี่ยจากอัตราภาษีประจำปีสำหรับ รถชนิดนั้น
- Section ๖๙
สำหรับรถและเครื่องอุปกรณ์ของรถอันมิชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ที่มี อยู่แล้วในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา หรือที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้รัฐมนตรีมีอำนาจผ่อน ผันได้ตามควรแก่กรณี และถ้าจะอนุญาตให้ใช้ต่อไป ให้มีกำหนดเวลาไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา
- Section ๗๐
บรรดากฎกระทรวง คำสั่ง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงคำสั่ง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖๗ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐
- Section ๗๑
ในท้องที่ใดที่ได้มีการประกาศให้การประกอบการรับจ้างบรรทุกคน โดยสารโดยใช้รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ต้องดำเนินการโดยบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท จำกัดหรือสหกรณ์ และต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓รวมทั้งที่ได้มีการขยายระยะเวลาตามประกาศดังกล่าว ให้ถือว่าประกาศนั้นเป็น ประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการในท้องที่ดังกล่าวอยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓และต้องดำเนินการโดยบริษัท มหาชนจำกัดบริษัทจำกัดหรือสหกรณ์ต่อไป [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
- Section ๗๒
บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่า จะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนต์นั้น [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓) แผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นละ ๑๐๐ บาท (๓/๑)๘๙ การขอใช้หมายเลขทะเบียนรถ (ก) การขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ออกให้ สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีก คันหนึ่ง ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ข) การขอใช้หมายเลขทะเบียนซึ่ง ยังไม่เคยออกให้สำหรับรถคันใด มาใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้ว ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ค) การขอใช้หมายเลขทะเบียน ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษที่ได้จากการประมูล ตามมาตรา ๑๐/๑กับกรณีตาม(ก) หรือ (ข) ครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท (๔) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการ ในทะเบียนรถและใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๕๐ บาท (๕) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ ๑๐๐ บาท (๖) การย้ายรถ (ก) รถยนต์ ครั้งละ ๕๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๒๐ บาท (๗) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต์ คันละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ ๕๐ บาท (๗/๑)๙๐ เครื่องหมายแสดงการใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑วรรคสอง หรือวรรคสาม แผ่นละ ๑,๐๐๐ บาท (๗/๒)๙๑ การอนุญาตให้ใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑วรรคสาม ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙)๙๒ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท อัตราค่าธรรมเนียม (๓/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๗/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๗/๒)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ (๑๐)๙๓ เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ อันละ ๕๐๐ บาท (๑๑)๙๔ สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา ๒๗ เล่มละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๒)ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจร ทางถนนทำนครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ซึ่ง ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ ๑๕สิงหาคม๒๕๐๕ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๓)๙๕ ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๔)๙๖ ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ตามมาตรา ๔๓(๑) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๕)๙๗ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๖)๙๘ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๗)๙๙ ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๘)๑๐๐ ใบอนุญาตขับรถสามล้อสาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙)๑๐๑ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙/๑)๑๐๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๐)๑๐๓ ใบอนุญาตขับรถบดถนน ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๑)๑๐๔ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๒)๑๐๕ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๙) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๓)๑๐๖ (ยกเลิก) อัตราค่าธรรมเนียม (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๐)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๑)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๓)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๔)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๕)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๖)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๗)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๙/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๓)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ (๒๔)๑๐๗ (ยกเลิก) (๒๕)๑๐๘ (ยกเลิก) (๒๖)๑๐๙ (ยกเลิก) (๒๗)๑๑๐ (ยกเลิก) (๒๘)การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ ๕๐ บาท (๒๙)หนังสืออนุญาตตามมาตรา ๑๗วรรคสอง หรือมาตรา ๑๘ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๐)ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๑)ใบแทนใบอนุญาตครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตแต่ไม่เกินฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓๒)ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ ๒๐ บาท (๓๓)ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ ๒๕ บาท (๓๔)ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ ๒๐ บาท (๓๕)การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ ๒๐ บาท (๓๖)๑๑๑ การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตขับรถแต่ละฉบับ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๔)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๕)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๖)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๗)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๓๖)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราภาษีประจำปี (๑)๑๑๒ รถยนต์ั่ ส่วนบุ คลไม่เกิ เจ็ดคนให้เก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกันของ เครื่องยนต์ของรถยนต์แต่ละคัน ในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ๖๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตรแรก ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๐.๕๐ บาท (ข) ส่วนที่เกิน ๖๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๑.๕๐ บาท (ค) ส่วนที่เกิ ๑,๘๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๔.๐๐ บาท รถยนต์ตาม (๑) ที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของ และมิได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อในการประกอบธุ กิจ เกี่ยวกับการให้เช่าซื้อของนิติบุคคลนั้น ให้เก็บภาษีในอัตราสองเท่า (๒) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๑๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๐๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๐๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๐๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๔๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๖๐๐ บาท อัตราภาษีประจำปี (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔ (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๒๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๐๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๓,๖๐๐ บาท (๓)๑๑๓ รถจักรยานยนต์ให้คำนวณภาษีประจำปีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๑๐๐ บาท (ข) รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ ๑๐๐ บาท (๔)๑๑๔ รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๕๐ บาท (๕) รถพ่วงนอกจาก(๔) คันละ ๑๐๐ บาท (๖) รถบดถนน คันละ ๒๐๐ บาท (๗) รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ ๕๐ บาท (๘) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ อัตราภาษีประจำปี (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราภาษีประจำปี (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ กิโลกรัม คันละ ๓,๙๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๓๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๒๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๗๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัคันละ ๖,๑๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๖,๖๐๐ บาท (๙) รถยนต์รับจ้าง ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๑๘๕ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๑๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๕๖๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๘๕ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๗๕ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๖๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๒๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๔๓๕ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๒๕ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๘๑๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๐๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๘๕ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๓๗๕ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๖๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๒,๗๕๐ บาท (๑๐) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วน บุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร ให้เก็บภาษีตาม น้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิ ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๐๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๙๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๕๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๕๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๑๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๗๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัขึ้นไป คันละ ๔,๐๕๐ บาท (๑๐/๑)๑๑๕ รถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทนิยามคำว่า “รถ”ในมาตรา ๔ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราตาม (๑๐) (๑๑)๑๑๖ รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานอื่นโดยมิได้ใช้เครื่องยนต์ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ให้จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตราตาม (๒) (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตาม (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐)แล้วแต่กรณี (๑๒)๑๑๗ รถที่ขับเคลื่ อนด้วยเครื่ องยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนพลังานอนุรัษ์สิ่ แวดล้อม หรือ พลังงานอย่างประหยัดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่ กำหนดไว้ (๑๓)๑๑๘ รถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบด้วย ก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิง ให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเพียงอย่างเดียวในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด ไว้ (ข) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราสามในสี่ ของอัตราที่กำหนดไว้ ในการคำนวณน้ำหนัก ให้รวมน้ำหนัของรถและเครื่องอุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถตามปกติแต่ไม่รวม น้ำหนักน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำ และเครื่องมือประจำรถ ถ้ามีเศษของกิโลกรัมให้ปัดทิ้ง อัตราภาษีประจำปี (๑๐/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราภาษีประจำปี (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ อัตราภาษีประจำปี (๑๒)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐ อัตราภาษีประจำปี (๑๓)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้ ประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ บเป็นเวลาเกือบห้าสิบปีแล้ว และในระหว่างระยะเวลา ดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วประมาณยี่สิบครั้ง อย่างไรก็ดียังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราที่ใช้อยู่ ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณ์ของบ้านเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมและ รัดกุมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔๑๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๕เป็นต้น ไป มาตรา ๕ อัตราภาษีประจำปีของรถยนตร์ตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่รถยนตร์ที่ได้เสียภาษีในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ไว้แล้ว และรถยนตร์ที่ค้างชำระภาษีประจำปีก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากหลักเกณฑ์และอัตราการ เก็บภาษีรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนยังไม่เหมาะสม สมควรเปลี่ยนหลักเกณฑ์และอัตราภาษี รถยนตร์ดักล่ วเพื่อก่อให้เกิดการใช้้ำมันโดยประหยัดตามสภาวะของการขาดแคลนน้ำมันใน ปัจจุบัน นอกจากนั้น สมควรเพิ่มอัตราภาษีรถยนต์ดังกล่าวสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ที่นิติบุคคลบางประเภทเป็นเจ้าของ เพราะภาษีรถยนต์ย่อมถือเป็รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้ของนิติบุคคลดังกล่าวอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๕๑๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปรากฏว่าพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒บัญญัติให้ “ผู้ใด”(อันหมายถึงเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนตร์) จะไปขอจด ทะเบียนรถให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนานั้น ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ และความต้องการของประชาชนในปัจจุบันเพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้ซื้อรถยนต์ในระบบ “เช่าซื้อ” การขอจดทะเบียนรถจึงตกเป็นหน้าที่ของผู้ขายคือบริษัทรถยนตร์ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในที่ต่าง ๆการต่อ ทะเบียนก็ดี การตรวจสภาพรถยนตร์ก็ดีจะต้องกระทำที่นายทะเบียนในท้องที่นั้นเมื่อประชาชนซื้อรถ ไปใช้ในท้องถิ่นอื่น การกระทำตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ี้จึงเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนเป็นอย่างมาก และเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก็ยากแก่การติดตามผู้กระทำความผิด เพราะเจ้าของรถและผู้ครอบครองมิใช่บุคคลคนเดียวกัน จึงจำเป็ต้องแก้ไขเพิ่มเติ พระราชบัญญัติ นี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่๑๓๙/ฉบับพิเศษหน้า ๔/๒๔สิงหาคม๒๕๒๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๑๗/ฉบับพิเศษหน้า๑/๕กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๒๗๑๒๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากมาตรา ๖วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถ เว้นแต่รถนั้นเป็นรถที่จดทะเบียน และเสียภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นครบถ้วนถูกต้องแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖วรรคหนึ่ง ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทตามมาตรา ๕๙โดยมิได้แยกประเภทความผิดกรณีการใช้รถที่จด ทะเบียนแล้ว แต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นให้ครบถ้วนถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ทำให้ ผู้ใช้รถในกรณีที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปีต้องได้รับโทษในอัตราเดียวกันกับกรณีการใช้รถที่ยังมิได้จด ทะเบียนตามมาตรา ๕๙ซึ่งเป็นความผิดที่เปรียบเทียบไม่ได้ สมควรกำหนดแยกประเภทความผิด เกี่ยวกับการใช้รถที่ จดทะเบียนแล้วแต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี ออกจากความผิดเกี่ยวกับการใช้รถที่ ยังมิได้จดทะเบียน โดยให้มีอัตราโทษแตกต่างกันและมีอัตราโทษเหมาะสมแก่กรณีด้วย โดยกำหนด โทษสำหรับความผิดกรณีการใช้รถที่ จดทะเบียนแล้ว แต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี เป็ความผิดที่ เปรียบเทียบได้ นอกจากนั้นเนื่องจากได้มีการกำหนดให้รถใช้งานเกษตรกรรมเป็น “รถ”ตาม กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ซึ่งจะต้องมีการจดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสภาพรถ และเพื่อเป็นการ ส่งเสริมเกษตรกรรมของประเทศ สมควรกำหนดให้รถดังกล่าวได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนตร์ และโดยที่สมควรกำหนดให้เงินที่เป็นค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถได้นำมาใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการผลิตแผ่นป้ายสำหรับยานพาหนะต่อไปโดยไม่ต้องจัดสรรให้แก่ราชการ ส่วนท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยปรากฏว่าการใช้รถยนต์ส่วน บุคคลที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุ คลหรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจะใช้เป็รถยนต์บรรทุก ส่วนบุคคล หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งผิดไปจากประเภทจดทะเบียนไว้ไม่ได้ เป็นเหตุให้ประชาชนที่ สามารถมีรถได้เพียงคันเดียวได้รับความเดือดร้อนโดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ได้บัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนตร์ไว้ โดย กำหนดให้ผู้ที่จะมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตร์ได้จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ใน ความเป็นจริงแล้วปรากฏว่าเด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดนั้นส่วนมากมี รถจักรยานยนตร์ใช้เป็พาหนะทั้งสิ้ เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถจักรยานยนตร์ขับขี่ไป ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่๑๑๒/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๒๔สิงหาคม๒๕๒๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่๙๕/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๕กรกฎาคม๒๕๒๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๒/ตอนที่ ๑๕๔/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๔ตุลาคม๒๕๒๘ โรงเรียนหรือใช้ในกิจการด้านอื่น ๆเนื่องจากสถานศึกษาอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก ซึ่งการกระทำ ดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นเพื่อให้เด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้ ปีีใบอนุญาตขับขี่ รถจักรยานยนตร์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวเสีย และเนื่องจาก ในปัจจุบันกฎหมายบัญญัติให้บุคคลที่มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ต้องไปทำบัตรประจำตัวประชาชนทุกคน ดังนั้นจึงสมควรอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตร์ได้เช่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๔ มาตรา ๕ อัตราภาษีตามที่กำหนดในมาตรา ๒๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ไม่ใช้บังคับแก่รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษี ประจำปีไว้แล้ว และรถยนต์ที่ค้างชำระภาษีประจำปี ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ หรับภาษีประจำปีที่เสียไว้แล้วหรือที่ค้างชำระนั้น มาตรา ๖ รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีไว้แล้วในวันที่พระราช กำหนดนี้ใช้บังคับ หากเป็นรถยนต์ตามมาตรา ๒๙(๓) หรือเจ้าของรถได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นรถยนต์ ตามมาตรา ๒๙(๓) อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ และได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้แล้ว หรือได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตามมาตรา ๑๔ต่อนายทะเบียนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระ ราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้เสียภาษีรถประจำปีสำหรับปีต่อไปดังต่อไปนี้ (๑) ปีที่หนึ่ง ให้เสียในอัตราสองเท่าของอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้ ย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๒) ปีที่สอง ให้เสียในอัตราสามเท่าของอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้าย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๓) ปีต่ อไป ให้เสียในอัตราสี่เท่าของอัตราตามที่ กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้าย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ผู้ซึ่งได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่ง ไม่ต้องรับโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีรถยนตร์จำนวน มากใช้หรือเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดความจำเป็นในการสั่งน้ำมันดีเซล หรือก๊าซเข้ามาในราชอาณาจัดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้มีการเพิ่มจำนวนรถที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซ เป็นเชื้อเพลิง และเพื่อเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว สมควรแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๓/ตอนที่ ๑๕/ฉบับพิเศษหน้า ๒๗/๓๑มกราคม๒๕๒๙ ประกาศสำนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติ พระราชบัญญัติ รถยนตร์พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๕ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอขอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙นั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๕/๒๕๒๙(สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน๒๕๒๙ที่ประชุมได้ลงมติไม่อนุมัติ จึ ประกาศมาตามความในมาตรา ๑๕๗ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่ อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๒ ให้โอนอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับ การรักษาการตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ไปเป็นของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม มาตรา ๑๓ บรรดากฎกระทรวงข้อบังคับระเบียบประกาศหรือคำสั่งใด ๆออก ตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่ใช้ บัคับอยู่ในวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บ คับ ให้ใช้บัคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ ไม่ขดหรือแย้ กับ พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๔ คำขออนุญาตใดๆที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕ บรรดาใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี มาตรา ๑๖ บรรดาแผ่ ป้ายทะเบียนรถและเครื่ องหมายการเสียภาษีประจำปี สำหรับรถที่ออกให้แก่รถที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีครบถ้วนและถูกต้องตาม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่๑๕๗/ฉบับพิเศษหน้า ๒/๑๑กันยายน๒๕๒๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๔/ตอนที่ ๑๓๙/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๒๓กรกฎาคม๒๕๓๐ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียน รถและเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี หรับรถนั้น ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากได้มีการโอนอำนาจหน้าที่ และกิจการบริหารบางส่วนของกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์และกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน ไปเป็นของกรมการขนส่งทางบกกระทรวง คมนาคมในการนี้สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ให้สอดคล้องกับการโอน อำนาจหน้าที่และกิจการบริหารดังกล่าว และแก้ไขให้อธิบดี รมการขนส่งทางบกหรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมการขนส่งทางบกมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวได้ เพื่อ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนนอกจากนี้สมควรแก้ไขให้สถานตรวจสภาพที่ได้ับอนุญาตตาม กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งเป็นของเอกชนมีส่วนในการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วย รถยนตร์ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้ทำความตกลง กับประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ภายในประเทศซึ่งกันและกัน และโดยที่ประเทศไทยอาจทำความตกลงในทำนองเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆด้วย ซึ่งความตกลงดังกล่าวจะมีผลให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ สมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ หรือจากรัฐบาลของประเทศที่ประเทศไทยมีความตกลงด้วยสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถนั้น ขับรถในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยู่กับ ต่างประเทศตามความตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ เห็นสมควรกำหนดให้ใบอนุญาตขับรถระหว่าง ประเทศสำหรับรถยนตร์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนตร์ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทาง ถนนทำณนครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเมื่อวันที่ ๑๕สิงหาคม ๒๕๐๕เป็น ใบอนุญาตขับรถชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๓๗๑๒๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกไม่อาจใช้ใบอนุญาตนั้นขับรถที่จดทะเบียนตาม กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้ ทั้ง ๆที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ซึ่งมีความสามารถขับรถขนาดใหญ่ย่อม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่๒๐๗/ฉบับพิเศษหน้า ๔๙/๒๘ธันวาคม๒๕๓๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๑๑/ตอนที่ ๖๔ก/หน้า ๑๘/๓๑ธันวาคม๒๕๓๗ สามารถขับรถที่มีขนาดเล็กกว่าได้ สมควรกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางบกขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ในบางประเภทได้ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ใน ปัจจุบันได้กำหนดบทนิยามคำว่า “รถยนตร์ส่วนบุคคล” ไว้ไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับหลักการ เกี่ยวกับการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกนอกจากนั้น ยังมิได้กำหนดให้มีผู้ตรวจการเพื่อ ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนตร์ให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเฉพาะ ดังนั้น เพื่อให้ บทนิยามคำว่า “รถยนตร์ส่วนบุคคล”ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์มีความหมายชัดเจนโดยไม่มี ความหมายครอบคลุมถึงรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคนและรถยนตร์บรรทุก ส่วนบุคคลที่ีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัมซึ่งใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสิ จ้ งที่อยู่ภายใต้ บังคับของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และเพื่อให้การตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนตร์ เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการตรวจสอบการขนส่งตาม กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ในส่วนที่ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๕๔๔๑๓๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้นำรถที่ ขับเคลื่อนด้วยกำลัไฟฟ้ามาใช้และในอนาคตมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการนำรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงาน อื่นมาใช้ภายในประเทศด้วย แต่โดยที่พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒มิได้กำหนดอัตราภาษี ประจำปีสำหรับรถลักษณะดังกล่าวไว้ สมควรกำหนดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถลัษณะดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖๑๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนชื่อพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒เป็นพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๒๐ก/หน้า ๑๘/๒๕มีนาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่๑๑๒ก/หน้า ๒๔/๔ธันวาคม๒๕๔๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๐/ตอนที่ ๔๘ก/หน้า ๑/๒๙พฤษภาคม๒๕๔๖ ให้แก้ไขคำว่า “รถยนตร์” “รถจักรยานยนตร์” และ “เครื่องยนตร์” ใน พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นคำว่า “รถยนต์”“รถจักรยานยนต์” และ“เครื่องยนต์”ทุกแห่ง มาตรา ๑๕ รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้นายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพร้อมทั้งจำนวนภาษีค้างชำระไว้ ณ ที่ทำการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๒) ให้เจ้าของรถทำความตกลงกับนายทะเบียนในการชำระภาษีค้างชำระภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวับแต่วันที่นายทะเบียนได้มีประกาศตาม (๑) โดยให้ได้รับยกเว้นเงิ เพิ่ม หากมี ภาษีค้างชำระเกินกว่าสามปี ให้คิดภาษีค้างชำระเพียงสามปี และให้ผ่อนชำระเป็นงวดได้ ตามระเบียบ ที่อธิบดีประกาศกำหนด (๓) เจ้าของรถที่มิได้ดำเนินการตาม (๒) ต้องเสียภาษีค้างชำระทั้งหมดพร้อมทั้งเงิน เพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบต่อปีของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ (๔) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตาม (๒) รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีตั้งแต่สามปีขึ้น ไปหรือรถที่ค้างชำระภาษีประจำปีไม่ถึงสามปี แต่ต่อมาภายหลังค้างชำระภาษีติดต่อกันครบสามปี ให้ ถือว่าทะเบียนรถเป็นอันระงับไป และให้เจ้าของรถมีหน้าที่ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียน และนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายใน สามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาตาม(๒) หรือนับแต่วันค้างชำระภาษีติดต่อกันครบสามปี แล้วแต่กรณี ให้ มาตรา ๓๕/๑มาตรา ๓๕/๒วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๓๕/๓ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ โดยอนุโลม เจ้าของรถผู้ใดไม่ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อ นายทะเบียนตามความใน(๔) ให้นำโทษตามมาตรา ๖๑แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรา ๔๔แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้คิดค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม มาตรา ๑๗ ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถตลอดชีพอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นได้ต่อไป การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ให้นำมาตรา ๕๕แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒มาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้คิดค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งร้อยบาท มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการจดทะเบียนรถ เพื่อให้ได้หมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่นิยมยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมรวมทั้งยังมีการละเลยหรือ หลีกเลี่ยงการชำระภาษีประจำปี ทำให้มีภาษีประจำปีค้างชำระเพิ่มขึ้นทุกปี สมควรกำหนดให้มีการ ประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่นิยมอันจะเป็นการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติ และช่วยเพิ่ม รายได้ให้แก่รัฐอีกทางหนึ่ง ตลอดจนปรับปรุงมาตรการในการจัดเก็บภาษีประจำปีที่ค้างชำระให้ได้ผล อย่างจริงจัง และปรับปรุงอายุใบอนุญาตขับรถให้เหมาะสมยิ่ งขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคุ สมบัติและ ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗๑๓๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ใช้ได้ต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถจัรยานยนต์ประเภทนั้น ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรา ๔๔แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตาม มาตรา ๔๓(๖/๑) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้นให้ใช้ใบอนุญาตขับ รถจักรยานยนต์ดังกล่าวแทนได้ มาตรา ๓๓ รถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เจ้ ของรถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับถ้า ประสงค์จะนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ให้ดำเนินการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์นั้นเป็นรถจักรยานยนต์าธารณะตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๑/ตอนพิเศษ๗๐ก/หน้า๑/๑๒พฤศจิกายน๒๕๔๗ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้นให้สามารถนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมารับจ้างบรรทุก คนโดยสารได้ มาตรา ๓๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำ รถจักรยานยนต์มาใช้รับส่งคนโดยสารเพื่อสินจ้างเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ยังไม่มี บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร สมควร กำหนดให้มีบทบัญญัติในลักษณะดังกล่าวเพื่อให้การรับจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย แก่คนโดยสาร นอกจากนี้ สมควรกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมา ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามภายหลังที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วได้ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐๑๓๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ราคา น้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหาทางด้ นมลภาวะทางอากาศที่เพิ่ มากขึ้น และเพื่อ เป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอื่นทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใช้พลังงานอย่าง ประหยัดและการใช้พลังงานสะอาดเพื่ออนุร ษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัจจุบันมีผู้นำรถที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานไฟฟ้าและพลังงานอื่นโดยมิได้ใช้เครื่องยนต์มาใช้ภายในประเทศด้วย อันจะเป็นการช่วยให้มี การใช้พลังงานอย่างเหมาะสมและคุ้มค่ และก่อให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศสมควรส่งเสริมการใช้รถที่ใช้พลังงานดังกล่าวและกำหนดให้มีอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถ เหล่านี้เป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๕๑๑๓๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่สังหาริมทรัพย์หลายประเภท สามารถจดจำนองเป็นประกันหนี้ได้ ดังเช่น เรือกำปั่น หรือเรือมีระวางตั้งแต่ ๖ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่ ๕ตันขึ้นไป แพสัตว์พาหนะ สามารถจดจำนองได้ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๓ส่วนเครื่องจักรสามารถจดจำนองได้ตามกฎหมายเครื่องจักร แต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่๑๐๒ก/หน้า ๓/๓๐ธันวาคม๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๕/ตอนที่ ๓๒ก/หน้า ๓๓/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ปรากฏว่ารถยนต์ ได้แก่ รถยนต์สาธารณะรถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งรถพ่วง รถ บดถนนและรถแทรคเตอร์ เป็นสังหาริ ทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่สามารถจดทะเบียนจำนองเป็น ประกันหนี้ได้ตามกฎหมาย ในกรณีที่ต้องใช้เป็นประกันหนี้จึงต้องใช้วิธีการโอนขายแก่เจ้าหนี้ และทำ เป็นสัญญาเช่าซื้อซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเป็นภาระแก่ประชาชนและ ผู้ประกอบการหลายล้านคนทั่วประเทศ สมควรบรรเทาภาระดังกล่าวนี้ และทำให้รถดังกล่าวเป็น สินทรัพย์ที่มีมูลค่า มีราคา ที่สามารถจำนองเป็นประกันหนี้ได้ และผู้เป็นเจ้าของยังคงมีสิทธิ์ ครอบครองใช้สอยได้ดังเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๕๖๑๓๕ มาตรา ๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีของรถของหน่วยงานตามมาตรา ๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ค้างชำระไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็อันระงับไป มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทำให้มีหน่วยงานของรัฐรูปแบบต่าง ๆเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางราชการ ที่มีอยู่เดิม อีกทั้งหน่วยงานทางราชการเดิมบางหน่วยก็ได้มีการปรับเปลี่ยนฐานะหรือรูปแบบการ ดำเนินการใหม่ อันมีผลทำให้หน่วยงานนั้ ๆมิได้มีฐานะเป็นกระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงาน ตามที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี อย่างไรก็ดี เนื่องจาก หน่วยงานที่เกิดขึ้นหรือปรับเปลี่ยนใหม่นั้นมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์เพื่อให้รถของหน่วยงานดังกล่าวได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๑ รถยนต์่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ทะเบียนรถและเอกสารที่เกี่ยวข้องนั้นใช้ได้ต่อไป โดยถือว่าเป็นทะเบียน รถและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่๔๙ก/หน้า ๑/๗มิถุนายน ๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๓๑/ตอนที่ ๘๓ก/หน้า ๑๕/๒๓ธันวาคม๒๕๕๗ ให้นายทะเบียนดำเนินการทางทะเบียนรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในวันที่เจ้ ของรถมาชำระ ภาษีประจำปีของรถนั้นครั้งแรกหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้ง ปวงสำหรับการดำเนิ การดังกล่าว มาตรา ๒๒ บทบัญญัติในมาตรา ๖/๑แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับกับรถที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรชั่วคราว โดย ที่ผู้นำเข้าไม่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยทำ ไว้กับรัฐบาลของประเทศที่ผู้นำเข้ามีสัญชาติหรือที่รถนั้นจดทะเบียน มาตรา ๒๓ รถที่ได้ยึดไว้ตามมาตรา ๓๕วรรคสองหรือมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้อธิบดี รมการขนส่งทาง บกประกาศให้เจ้าของรถมาขอรับคืนรถภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้นาย ทะเบียนยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถนั้นไว้แทนรถที่ขอรับคืน รถที่ยึดตามวรรคหนึ่ ง และได้มีการจัดการขายทอดตลาดรถนั้ นแล้ว ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้หักค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึดและขายรถ ให้นำ เงินส่วนที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถนั้นคืนแก่เจ้าของรถแทน ในกรณีที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดในประกาศตามวรรคหนึ่งและเจ้าของ รถมิได้มาขอรับคืนรถ ให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจัดให้มีการขายทอดตลาดรถนั้น และเมื่อได้หัค่าภาษีค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึดและขายรถแล้ว ให้นำเงินส่วนที่เหลือจากการขาย ทอดตลาดรถนั้นส่ คลัเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม่ เพื่ อให้สอดคล้องกับ เทคโนโลยีการผลิตรถในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก และสอดคล้องกับการใช้รถ ตลอดจนเพื่อให้การควบคุมและการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้มีอัตราค่าธรรมเนียมและอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ วิชพงษ์/ผู้จัดทำ ๗มกราคม๒๕๕๘
附注与脚注
มาตรา ๕(๑๔)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕(๑๕)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕(๑๕/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถดังต่อไปนี้ (๑) รถที่ยังมิได้จดทะเบีย (๒) รถที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน (๓) รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี (๔) รถที่แจ้งการไม่ใช้รถ (๕) รถที่ทะเบียนระงับ
มาตรา ๒๕วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗
มาตรา ๕๘๗๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕(๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐)(๑๑)(๑๕)หรือ(๑๖)ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพับาท
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.otp.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.otp.go.th/uploads/tiny_uploads/Laws/TrasportLaws/Laws-2/law-1.pdf47 pp.
- File checksum
- sha256:edda87eabe0a3b90ef0ab4df1f3c5b7f60c5a215ec5d91d578b5d07ac111990cPulled at 2026-08-24T04:57:06.947Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证