ติสโสปิ อนุสยกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ติสโสปิ อนุสยกถา
๑๔๓๒สกวาที อนุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นอัพยากฤตคือวิบาก เป็นอัพยากฤตคือกิริยา เป็นรูป เป็นนิพพานเป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๓ส. กามราคานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ กาโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๔ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๕ส. มานานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๖ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๗ส. วิจิกิจฉานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๘ส. ภวราคานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓๙ส. อวิชชานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๐ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยเป็นอัพยากฤต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอกุศล มาพบกัน หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ ส. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอกุศล มาพบกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ
๑๔๔๑ส. อนุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคานุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิฆานุสัย ฯลฯ มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา อวิชโชฆะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๒ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยเป็นอเหตุกะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและเป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนุสัยเป็นสเหตุกะโดยเหตุอันนั้น หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็เป็นอเหตุกะ น่ะสิ ส. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นสเหตุกะโดยเหตุอันนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็เป็นอเหตุกะ นะสิ
๑๔๔๓ส. อนุสัยวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ กามโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๔ส. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์ ส. สังขารขันธ์วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๕ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๖ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนกามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่ง วิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๗ส. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชา-นุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ วิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์ ส. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนอวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔๘ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยวิปปยุตจากจิต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนุสัย สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็วิปปยุตจากจิต น่ะสิ ส. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะ สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็วิปปยุตจากจิต น่ะสิ ติสโสปิ อนุสยกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ๑๑. เอกาทสมวรรค ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ว่าด้วยอนุสัย ๓ เรื่อง
สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก อัพยากฤตฝ่ายกิริยา เป็นรูป เป็น นิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ๓ เรื่อง คือ (๑) เรื่องอนุสัยเป็นอัพยากฤต (๒) เรื่องอนุสัยเป็นอเหตุกะ (๓) เรื่องอนุสัยเป็นจิตตวิปปยุต@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕-๖๑๓/๒๕๕) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)@ เพราะมีความเห็นว่า อนุสัยไม่เป็นอกุศล แต่เป็นอัพยากฤต เป็นอเหตุกะ เป็นสภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อนุสัยเป็นอกุศล เป็นสเหตุกะ และเป็นสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มานานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอัพยากฤต ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ภวราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอัพยากฤต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอัพยากฤต ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอัพยากฤต
สก. อนุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. กามราคานุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นสเหตุกะ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆานุสัย ฯลฯ มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอเหตุกะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ปร. อนุสัยเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอเหตุกะ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ราคะเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอเหตุกะ
สก. อนุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัย สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘)
สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนกามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยอวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัย นับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนอวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัย วิปปยุตจากจิต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๔. ญาณกถา (๑๐๙) ปร. อนุสัย สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงวิปปยุตจากจิต ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ราคะ สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ปร. ดังนั้น ราคะจึงวิปปยุตจากจิต ติสโสปิอนุสยกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาติสโสปิ อนุสยกถา ว่าด้วยอนุสัยเป็นธรรม ๓ อย่าง
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอนุสัยเป็นธรรมแม้ทั้ง ๓ คือ เป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะและเป็นจิตตวิปปยุต.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะและสมิติยะทั้งหลายว่า ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศล และอัพยากตะซึ่งกำลังเป็นไป พึงกล่าวว่า เป็นผู้มีอนุสัย.
อนึ่ง เหตุอันใดพึงมีในขณะนั้น อนุสัยทั้งหลายไม่เป็นไปกับด้วยเหตุอันนั้นด้วย ไม่สัมปยุตกับจิตดวงนั้นด้วย เหตุใด เพราะเหตุนั้น อนุสัยเหล่านั้นจึงเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้.
คำถามของสกวาทีในกถาแม้ทั้ง ๓ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ อาจรู้ได้ตามแนวแห่งพระบาลีนั่นแหละ เพราะเป็นนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ให้พิสดารแล้ว ดังนี้แล.
อรรถกถาติสโสปิอนุสยกถา จบ. -----------------------------------------------------