อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๒

วจนโสธนะ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒–๖๗6 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วจนโสธนะ

ข้อ ๖๒

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ อุปลพฺภติ ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ อุปลพฺภติ เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล เกหิจิ อุปลพฺภติ เกหิจิ น อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ สภาวะที่หยั่งเห็นได้ ก็เป็นบุคคล หรือ? ป. บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ แต่สภาวะที่หยั่งเห็นได้บางอย่างเป็นบุคคลบางอย่างไม่เป็นบุคคล ส. บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ บางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๓

ปุคฺคโล สจฺฉิกฏฺโฐ สจฺฉิกฏฺโฐ ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล สจฺฉิกฏฺโฐ สจฺฉิกฏฺโฐ เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล เกหิจิ สจฺฉิกฏฺโฐ เกหิจิ น สจฺฉิกฏฺโฐติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่จริงแท้ (สัจฉิกัตถะ) สภาวะที่จริงแท้ ก็เป็นบุคคลหรือ? ป. บุคคลเป็นสภาวะที่จริงแท้ แต่สภาวะที่จริงแท้บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล ส. บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่จริงแท้ บางอย่างไม่เป็นสภาวะที่จริงแท้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ข้อ ๖๔

ปุคฺคโล วิชฺชมาโน วิชฺชมาโน ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล วิชฺชมาโน วิชฺชมาโน เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล เกหิจิ วิชฺชมาโน เกหิจิ น วิชฺชมาโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่ประสบอยู่ สภาวะที่ประสบอยู่ ก็เป็นบุคคล หรือ? ป. บุคคลเป็นสภาวะที่ประสบอยู่ แต่สภาวะที่ประสบอยู่ บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล ส. บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่ประสบอยู่ บางอย่างไม่เป็นสภาวะที่ประสบอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๕

ปุคฺคโล สํวิชฺชมาโน สํวิชฺชมาโน ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล สํวิชฺชมาโน สํวิชฺชมาโน เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล เกหิจิ สํวิชฺชมาโน เกหิจิ น สํวิชฺชมาโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่ปรากฏอยู่ สภาวะที่ปรากฏอยู่ ก็เป็นบุคคล หรือ? ป. บุคคลเป็นสภาวะที่ปรากฏอยู่ แต่สภาวะที่ปรากฏอยู่ บางอย่างเป็นบุคคลบางอย่างไม่เป็นบุคคล ส. บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่ปรากฏอยู่ บางอย่างไม่เป็นสภาวะที่ปรากฏอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๖

ปุคฺคโล อตฺถิ อตฺถิ ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล อตฺถิ อตฺถิ เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโลติ ฯ ปุคฺคโล เกหิจิ อตฺถิ เกหิจิ น อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่ก็เป็นบุคคลหรือ? ป. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ แต่สภาวะที่มีอยู่บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล ส. บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่มีอยู่ บางอย่างไม่เป็นสภาวะที่มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๗

ปุคฺคโล อตฺถิ อตฺถิ น สพฺโพ ปุคฺคโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล นตฺถิ นตฺถิ น สพฺโพ ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขิตฺตํ ฯ วจนโสธนํ ฯ

ส. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ แต่สภาวะที่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมดหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นสภาวะที่ไม่มีอยู่ แต่สภาวะที่ไม่มีอยู่ไม่บุคคลทั้งหมดหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ วจนโสธนะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๑. ปุคคลกถา ๙. วจนโสธนะ ว่าด้วยการซักฟอกถ้อยคำ

ข้อ ๕๕

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งรู้ได้ สภาวะที่หยั่งรู้ได้เป็นบุคคลใช่ไหม ปร. บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งรู้ได้ สภาวะที่หยั่งรู้ได้บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล สก. บุคคลบางส่วนเป็นสภาวะที่หยั่งรู้ได้ บางส่วนเป็นสภาวะที่หยั่งรู้ไม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๖

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่แท้จริง สภาวะที่แท้จริงเป็นบุคคลใช่ไหม ปร. บุคคลเป็นสภาวะที่แท้จริง สภาวะที่แท้จริงบางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล สก. บุคคลบางส่วนเป็นสภาวะที่แท้จริง บางส่วนไม่เป็นสภาวะที่แท้จริงใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๗

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่คงอยู่ สภาวะที่คงอยู่เป็นบุคคลใช่ไหม ปร. บุคคลเป็นสภาวะที่คงอยู่ สภาวะที่คงอยู่บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล สก. บุคคลบางส่วนเป็นสภาวะที่คงอยู่ บางส่วนเป็นสภาวะที่ไม่คงอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๘

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่ปรากฏ สภาวะที่ปรากฏเป็นบุคคลใช่ไหม ปร. บุคคลเป็นสภาวะที่ปรากฏ สภาวะที่ปรากฏบางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๑. ปุคคลกถา สก. บุคคลบางส่วนเป็นสภาวะที่ปรากฏ บางส่วนเป็นสภาวะที่ไม่ปรากฏใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๙

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่เป็นบุคคลใช่ไหม ปร. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล สก. บุคคลบางส่วนเป็นสภาวะที่มีอยู่ บางส่วนเป็นสภาวะที่ไม่มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๐

สก. บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมดใช่ไหม ปร. ใช่ ฯลฯ สก. บุคคลเป็นสภาวะที่ไม่มีอยู่ สภาวะที่ไม่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมดใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ (ย่อ) วจนโสธนะ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวจนโสธนะ ว่าด้วยการชำระถ้อยคำ

บัดนี้ เป็นการชำระถ้อยคำ. ในปัญหานั้น คำใดที่ว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ ดังนี้ เพื่อชำระคำนั้น สกวาทีจึงถามว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้สภาวะที่หยั่งเห็นได้ก็เป็นบุคคลหรือ.

เนื้อความแห่งปัญหานั้น พึงทราบดังนี้.-

คำว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ นี้ มี ๒ บท ทั้ง ๒ บทนี้พึงมีอรรถอย่างเดียวกัน หรือพึงมีอรรถต่างกันผิว่า พึงมีอรรถต่างกันก่อนไซร้ คำนี้ก็ย่อมปรากฏดังคำที่อุปมาว่า รูปเป็นอย่างหนึ่ง เวทนาก็เป็นอย่างหนึ่ง ฉันใดบุคคลก็เป็นอย่างหนึ่ง สภาวะที่หยั่งเห็นได้ก็เป็นอย่างหนึ่ง ฉันนั้น ดังนี้

ก็ถ้ามีอรรถอันเดียวกันไซร้ ข้อนี้ย่อมปรากฏดังคำอุปมาว่า จิตอันใด มโนก็อันนั้น ฉันใด บุคคลนั้นนั่นแหละเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ก็ฉันนั้น ดังนี้ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวคำหลังนี้ว่า ถ้าว่าบุคคลใดตามลัทธิของท่าน บุคคลนั้นเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่สภาวะใดๆ ที่หยั่งเห็นได้ สภาวะนั้นๆ ก็เป็นบุคคล ท่านรับรองคำนั้นหรือ

จากนั้น สกวาทีต้องการถามซึ่งความที่บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ ไม่ต้องการถามซึ่งภาวะแห่งธรรมมีรูปเป็นต้นที่หยั่งเห็นได้ว่าเป็นบุคคล เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวคำว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ สภาวะที่หยั่งเห็นได้บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคลหรือ เป็นต้น.

พึงทราบความหมายแห่งปัญหานั้นว่า ก็สภาวะที่หยั่งเห็นได้อันใด เพราะดำรัสของพระศาสดาว่า บุคคลของเรา บุคคลมีอยู่ ดังนี้สภาวะที่หยั่งเห็นได้อันนั้นไม่เป็นบุคคลทั้งหมด บางอย่างแลเป็นบุคคล บางอย่างไม่ใช่บุคคลหรือในปัญหานั้น เก อักษร มีอรรถเป็น โก อักษร หิ อักษรและ จิ อักษรสักแต่เป็นนิบาต.

ก็พึงทราบเนื้อความในที่นี้ว่า บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่ใช่ ดังนี้.

คำว่า บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่ใช่บุคคลนี้ ท่านอธิบายไว้ว่า บุคคล คือธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นซึ่งเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้นั้นแหละ แต่ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นเป็นบุคคลนั่นเทียว คือเป็นบุคคลอะไรๆ ส่วนในรูปเป็นต้น บางอย่างไม่ใช่บุคคล ดังนี้.

ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า บุคคลบางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้บางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นไม่ได้หรือ. เนื้อความแห่งปัญหานั้น โดยอรรถมี ๒ บทคือ บุคคลกับคำว่าสภาวะที่หยั่งเห็นได้ ถ้าในอรรถอันเดียวกันไซร้บุคคลก็คือ ธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตแล้วว่าสภาวะธรรมที่หยั่งได้ บุคคลมิใช่นอกจากธรรมนั้นแต่สภาพธรรมนั้นบางอย่างเป็นบุคคล แม้บางอย่างก็ไม่ใช่บุคคล แม้บุคคลย่อมปรากฏว่า บางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ บางอย่างเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นไม่ได้ ตามลัทธิของท่าน ท่านรับรองคำนั้นหรือ?

ปรวาทีนั้นเมื่อไม่ปรารถนา บุคคลนอกจากลัทธิของตนจึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.

เบื้องหน้าแต่นี้ไป คำว่า ท่านจงรู้นิคคหะ เป็นต้นทั้งปวงท่านย่อไว้ บัณฑิตพึงทราบโดยพิสดาร. แม้ในคำว่า บุคคลเป็นสัจฉิกัตถะ เป็นต้น ก็นัยนี้นั่นแหละ.

คำทั้งปวงเหล่านี้ คือสภาวะที่แท้จริง สภาวะที่ประสพอยู่ สภาวะที่ปรากฏอยู่ สภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่ไม่มีอยู่ ทั้งหมดเป็นคำไวพจน์ของคำว่า สภาวะที่หยั่งเห็นได้.

อีกอย่างหนึ่ง คำรับรองของปรวาทีว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ด้วยสัจฉิกัตถะ นี้ เพราะลัทธิของเขาว่า บุคคลเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้ฉันใดนั่นแหละคำว่า บุคคลก็ย่อมปรากฏว่าเป็นสัจฉิกัตถะตามลัทธิของเขาฉันนั้นเหมือนกัน. ก็ลัทธิใดของปรวาทีว่า บุคคลมีอยู่ ดังนี้ คำนี้เป็นไวพจน์ของคำว่า บุคคลเป็นสภาวะที่ประสพอยู่ดังนี้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงชำระคำไวพจน์ทั้งปวงเหล่านี้.

ในปัญหาเหล่านั้น คำใดที่ท่านกล่าวไว้ในที่สุดว่า บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมด เป็นต้น พึงทราบคำอธิบายต่อไป :-

ปรวาทีกล่าวคำใดว่า บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ แต่สภาวะที่มีอยู่บางอย่างเป็นบุคคล บางอย่างไม่เป็นบุคคล ดังนี้ คำนั้นเมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ก็มีถ้อยคำเพียงเท่านี้แหละว่า บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมด

เพราะฉะนั้น สกวาทีจึงให้ปรวาทีรับรองคำนั้นแล้ว จึงประกอบคำถามในบัดนี้ว่า ท่านถือลัทธิว่าบุคคลมีอยู่เพราะอาศัยคำสักแต่ว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตน มีอยู่เท่านั้น ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลไม่มีอยู่ โดยนัยเป็นอาทิว่า ดูก่อนโมฆราช เธอจงพิจารณาดูโลกโดยความเป็นของว่างเปล่า จงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ ฯลฯ ดังนี้เพราะฉะนั้น ลัทธิของท่านที่แสดงว่า บุคคลเป็นสภาวะที่มีอยู่ สภาวะที่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมด ฉันใดนั่นแหละ โดยประการนั้นบุคคลย่อมปรากฏว่าเป็นสภาวะที่ไม่มีอยู่ สภาวะที่ไม่มีอยู่ไม่เป็นบุคคลทั้งหมดฉันนั้น ดังนี้ ท่านรับรองคำนั้นหรือ?

ลำดับนั้น ปรวาทีเมื่อไม่รับรองคำนั้น จึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้นๆ.

คำที่เหลือในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบกฎแห่งถ้อยคำมีคำว่า นิคคหะเป็นต้น โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล.

อรรถกถาวจนโสธนะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา