อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๒๗

สังคหิตกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๒๗–๑๑๓๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สงฺคหิตกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ สังคหิตกถา

ข้อ ๑๑๒๗

นตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ คณนํ คจฺฉนฺติ อุทฺเทสํ คจฺฉนฺติ ปริยาปนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ คณนํ คจฺฉนฺติ อุทฺเทสํ คจฺฉนฺติ ปริยาปนฺนา โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตาติ ฯ

สกวาที ธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยธรรมบางเหล่าไม่มีหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ธรรมบางเหล่า ที่นับเข้าได้ จัดเข้าหัวข้อได้ นับเนื่องแล้วด้วยธรรมบางเหล่า มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ธรรมบางเหล่า ที่นับเข้าได้ จัดเข้าหัวข้อได้ นับเนื่องแล้วด้วยธรรมบางเหล่า มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยธรรมบางเหล่าไม่มี

ข้อ ๑๑๒๘

จกฺขายตนํ กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิตนฺติ ฯ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ กายายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ กายายตนํ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิตนฺติ ฯ

ส. จักขายตนะนับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในรูปขันธ์ ส. หากว่า จักขายตนะนับเข้าได้ในรูปขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จักขายตนะท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยรูปขันธ์ ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะนับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในรูปขันธ์ ส. หากว่า กายายตนะนับเข้าได้ในรูปขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กายายตนะท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยรูปขันธ์

ข้อ ๑๑๒๙

รูปายตนํ ฯเปฯ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ โผฏฺฐพฺพายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ โผฏฺฐพฺพายตนํ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิตนฺติ ฯ

ส. รูปายตยะ ฯลฯ สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในรูปขันธ์ ส. หากว่า โผฏฐัพพายตนะนับเข้าได้ในรูปขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า โผฏฐัพพายตนะ ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยรูปขันธ์

ข้อ ๑๑๓๐

สุขา เวทนา กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ เวทนากฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ สุขา เวทนา เวทนากฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สุขา เวทนา เวทนากฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ ฯ ทุกฺขา เวทนา ฯเปฯ อทุกฺขมสุขา เวทนา กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ เวทนากฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ อทุกฺขมสุขา เวทนา เวทนากฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อทุกฺขมสุขา เวทนา เวทนากฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ ฯ

ส. สุขเวทนานับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในเวทนาขันธ์ ส. หากว่า สุขเวทนานับเข้าได้ในเวทนาขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สุขเวทนาท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยเวทนาขันธ์ ส. ทุกขเวทนา ฯลฯ อทุกขมสุขเวทนา นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในเวทนาขันธ์ ส. หากว่า อทุกขมสุขเวทนานับเข้าได้ในเวทนาขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อทุกขมสุขเวทนาท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยเวทนาขันธ์

ข้อ ๑๑๓๑

จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญา กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ สญฺญากฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญา สญฺญากฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญา สญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ ฯ โสตสมฺผสฺสชา สญฺญา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา สญฺญา กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ สญฺญากฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ มโนสมฺผสฺสชา สญฺญา สญฺญากฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ มโนสมฺผสฺสชา สญฺญา สญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ ฯ

ส. สัญญาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในสัญญาขันธ์ ส. หากว่า สัญญาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส นับเข้าได้ในสัญญาขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สัญญาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยสัญญาขันธ์ ส. สัญญาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ฯลฯ สัญญาอันเกิดแต่มโนสัมผัส นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในสัญญาขันธ์ ส. หากว่า สัญญาอันเกิดแต่มโนสัมผัส นับเข้าได้ในสัญญาขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สัญญาอันเกิดแต่มโนสัมผัส ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยสัญญาขันธ์

ข้อ ๑๑๓๒

จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ สงฺขารกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา สงฺขารกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา สงฺขารกฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ ฯ

ส. เจตนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาอันเกิดแต่มโนสัมผัส นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในสังขารขันธ์ ส. หากว่า เจตนาอันเกิดแต่มโนสัมผัส นับเข้าได้ในสังขารขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เจตนาอันเกิดแต่มโนสัมผัส ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยสังขารขันธ์

ข้อ ๑๑๓๓

จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณํ กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ วิญฺญาณกฺขนฺธคณนํ คจฺฉตีติ ฯ หญฺจิ มโนวิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ มโนวิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺเธน สงฺคหิตนฺติ ฯ ยถา ทาเมน วา โยตฺเตน วา เทฺว พลิพทฺทา สงฺคหิตา สิกฺกาย ปิณฺฑปาโต สงฺคหิโต สา คทฺทุเลน สงฺคหิโต เอวเมว เต ธมฺมา เตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตาติ ฯ หญฺจิ ทาเมน วา โยตฺเตน วา เทฺว พลิพทฺทา สงฺคหิตา สิกฺกาย ปิณฺฑปาโต สงฺคหิโต สา คทฺทุเลน สงฺคหิโต เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ เกจิ ธมฺมา เกหิจิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตาติ ฯ สงฺคหิตกถา ฯ ----------

ส. จักขุวิญญาณ ฯลฯ มโนวิญญาณ นับเข้าได้ในขันธ์ไหน? ป. นับเข้าได้ในวิญญาณขันธ์ ส. หากว่า มโนวิญญาณนับเข้าได้ในวิญญาณขันธ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า มโนวิญญาณท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยวิญญาณขันธ์ ป. ธรรมเหล่านั้น ท่านสงเคราะห์เข้าด้วยธรรมเหล่านั้น ก็เหมือนอย่างโคพลิพัทท์คู่หนึ่ง ที่เขาสงเคราะห์ (ล่าม) ไว้ด้วยทามหรือเชือก บิณฑบาตที่เขาสงเคราะห์ (แขวน) ไว้ด้วยสาแหรก สุนัขที่เขาสงเคราะห์ (ผูก)ไว้ด้วยเชือกผูกสุนัข ส. หากว่า โคพลิพัทท์คู่หนึ่ง เขาสงเคราะห์ (ล่าม) ไว้ด้วยทามหรือเชือกบิณฑบาตสงเคราะห์ (แขวน) ไว้ได้ด้วยสาแหรก สุนัขเขาสงเคราะห์(ผูก) ไว้ด้วยเชือกผูกสุนัข ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ธรรมบางเหล่า ที่ท่านสงเคราะห์ไว้ด้วยธรรมบางเหล่า มีอยู่ สังคหิตกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑. สังคหิตกถา (๖๓) ๗. สัตตมวรรค ๑. สังคหิตกถา (๖๓) ว่าด้วยสภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้

ข้อ ๔๗๑

สก. สภาวธรรมบางเหล่าที่สงเคราะห์เข้าได้ กับสภาวธรรมบางเหล่า ไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมบางเหล่าที่สงเคราะห์เข้าได้ จัดเข้าหัวข้อได้ นับเนื่องกับ สภาวธรรมบางเหล่ามีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสภาวธรรมบางเหล่าที่สงเคราะห์เข้าได้ จัดเข้าหัวข้อได้ นับเนื่อง กับสภาวธรรมบางเหล่ามีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมบางเหล่าที่ สงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมบางเหล่าไม่มี” สก. จักขายตนะสงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ สก. หากจักขายตนะสงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “จักขายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับรูปขันธ์” @เชิงอรรถ : @ สงเคราะห์เข้าได้ โดยทั่วไปเห็นว่า มีสภาวธรรมบางเหล่าที่สงเคราะห์เข้าได้และมีบางเหล่าที่สงเคราะห์เข้า@ไม่ได้ ดูรายละเอียดในธาตุกถา (แปล) ๓๖/๑/๑ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๗๑/๒๒๑)@ เพราะมีความเห็นว่า คำว่า สงเคราะห์ หมายถึงการรวมสภาวธรรมอย่างหนึ่งเข้ากับสภาวธรรมอีกอย่าง@หนึ่งให้เป็นอย่างเดียวกันตามรูปศัพท์จึงถือว่าทำไม่ได้ เพราะสภาวธรรมแต่ละอย่างมีลักษณะเป็นของ@ตนเองที่ไม่อาจจะเหมือนหรือเข้ากันได้กับสภาวธรรมอื่น เช่นเดียวกับการจับวัว ๒ ตัวมาร้อยเข้าด้วยกัน@ก็ไม่ชื่อว่าเป็นการสงเคราะห์เข้าด้วยกัน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๗๑/๒๒๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑. สังคหิตกถา (๖๓) สก. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะ สงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ สก. หากกายายตนะสงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “กายายตนะสงเคราะห์เข้ากับรูปขันธ์” สก. รูปายตนะ ฯลฯ สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะสงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ สก. หากโผฏฐัพพายตนะสงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอม รับว่า “โผฏฐัพพายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับรูปขันธ์” สก. สุขเวทนาสงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในเวทนาขันธ์ สก. หากสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าในเวทนาขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สุขเวทนาสงเคราะห์เข้าได้กับเวทนาขันธ์” สก. ทุกขเวทนา ฯลฯ อทุกขมสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในเวทนาขันธ์ สก. หากอทุกขมสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าในเวทนาขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควร ยอมรับว่า “อทุกขมสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าได้กับเวทนาขันธ์” สก. สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส สงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในสัญญาขันธ์ สก. หากสัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัสสงเคราะห์เข้าในสัญญาขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัสสงเคราะห์เข้าได้กับสัญญาขันธ์”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑. สังคหิตกถา (๖๓) สก. สัญญาที่เกิดจากโสตสัมผัส ฯลฯ สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์ เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในสัญญาขันธ์ สก. หากสัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์เข้าในสัญญาขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์เข้าได้กับสัญญาขันธ์” สก. เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์ เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในสังขารขันธ์ สก. หากเจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์เข้าในสังขารขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัสสงเคราะห์เข้าได้กับสังขารขันธ์” สก. จักขุวิญญาณ ฯลฯ มโนวิญญาณ สงเคราะห์เข้าในขันธ์ไหน ปร. สงเคราะห์เข้าในวิญญาณขันธ์ สก. หากมโนวิญญาณสงเคราะห์เข้าในวิญญาณขันธ์ ดังนั้น ท่านจึงควร ยอมรับว่า “มโนวิญญาณสงเคราะห์เข้าได้กับวิญญาณขันธ์”

ข้อ ๔๗๒

ปร. สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมเหล่านั้นเหมือนอย่างคู่โคพลิพัทเขาร้อยไว้ด้วยสายทามหรือเชือก เหมือนบิณฑบาตเขาแขวนไว้ด้วยสาแหรก หรือเหมือนสุนัขเขาผูกไว้ด้วยเชือกผูกสุนัข สก. หากคู่โคพลิพัทเขาร้อยไว้ด้วยสายทามหรือเชือก บิณฑบาตแขวนไว้ด้วยสาแหรก หรือสุนัขเขาผูกไว้ด้วยเชือกผูกสุนัข ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“สภาวธรรมบางเหล่าสงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมบางเหล่ามีอยู่” สังคหิตกถา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๐๓}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสังคหิตกถา ว่าด้วยธรรมที่สงเคราะห์กันได้

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธรรมที่สงเคราะห์กันได้.

ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายราชคิริกะและสิทธัตถิกะทั้งหลายว่า ธรรมบางเหล่าชื่อว่าสงเคราะห์กันได้กับธรรมบางเหล่า ดุจโคคู่หนึ่งมีโคพลิพัทเป็นต้นที่เขาผูกไว้ด้วยเชือกเป็นต้น ย่อมไม่มี เหตุใดเพราะเหตุนั้น ธรรมทั้งหลายบางอย่างที่สงเคราะห์กับธรรมทั้งหลายบางอย่าง จึงไม่มี ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนี้มีอยู่คำเป็นต้นว่าการสงเคราะห์รูปโดยความเป็นอันเดียวกันได้ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนี้.

คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น เพื่อจะแสดงความที่ธรรมสงเคราะห์กันได้ด้วยอรรถอย่างหนึ่ง คำตอบรับรองเป็นของปรวาทีด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน.

บัดนี้การสงเคราะห์ธรรมอันบัณฑิตย่อมหาได้ด้วยอรรถอันใด เพื่อแสดงอรรถอันนั้น พระสกวาทีจึงเริ่มคำว่า ธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยธรรมบางเหล่าไม่มีหรือ.

คำทั้งหมดนั้นมีอรรถง่ายทั้งนั้น เหมือนอย่างโคพลิพัทคู่ ๑ ที่เขาล่ามไว้ด้วยทามหรือเชือก นี้เพื่อตั้งลัทธิของตน บัณฑิตพึงทราบว่า ลัทธิของปรวาทีนั้นถูกสกวาทีผู้ไม่ยินดีคำอุปมานั้น ไม่คัดค้านคำอุปมานั้นทำลายเสียแล้ว ด้วยคำว่า หากว่าโคพลิพัทคู่ ๑ เขาล่ามไว้ด้วยทามหรือเชือก...ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์ไว้ด้วยธรรมบางเหล่ามีอยู่ ดังนี้.

ในข้อนี้ พึงทราบเนื้อความว่า ถ้าว่า ชื่อว่าโคพลิพัทเป็นต้นที่เขาสงเคราะห์กัน คือผูกไว้คู่หนึ่งสำหรับเทียมแอก ด้วยเชือกเป็นต้น ตามลัทธิของท่านไม่มีไซร้ ธรรมทั้งหลายบางอย่างที่สงเคราะห์กันได้ก็ไม่มี ดังนี้.

อรรถกถาสังคหิตกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา