นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา
นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ อรหนฺตฆาตโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรหนฺตฆาตโกติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ อามนฺตา ฯ โย อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปติ โส สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ชีวิตา โวโรเปติ อสติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ชีวิตา โวโรเปตีติ ฯ สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ชีวิตา โวโรเปตีติ ฯ หญฺจิ สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ชีวิเต โวโรเปติ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ อสติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ชีวิตา โวโรเปตีติ ฯ นตฺถิ อรหนฺตฆาตโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรหันตฆาตมีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์มีอกาลมรณะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้ที่ปลงชีวิตพระอรหันต์นั้น ปลงในเมื่อชีวิต คือ ชีวิตส่วนที่เหลือยังมีอยู่หรือว่า ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือไม่มีอยู่ ป. ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือยังมีอยู่ ส. หากว่า ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือยังมี ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์ไม่มีกาลมรณะ ป. ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือไม่มีอยู่ ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหโต กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ
ส. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ หรือ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ยาพิษ ศาตรา ไฟ พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ
อรหโต กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ อรหนฺตฆาตโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายทองพระอรหันต์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํเวทิตฺวา พฺยนฺตีภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติ ฯ นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจูติกถา ฯ ------------------
ป. พระอรหันต์มีอกาลมรณะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรม เทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็ไม่มีอกาลมรณะ น่ะสินัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. นัตถิอรหโตอกาลมัจจูติกถา (๑๖๗) ว่าด้วยพระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ
สก. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผู้ฆ่าพระอรหันต์ไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผู้ฆ่าพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ อกาลมรณะ ในที่นี้หมายถึงการปรินิพพานในเวลาอันไม่สมควร @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๐/๒๙๐)@ เพราะมีความเห็นว่า พระอรหันต์จะต้องเสวยผลกรรมให้หมดก่อนจึงจะปรินิพพานได้ ฉะนั้น จึงไม่มีการ@ปรินิพพานภายในเวลาอันไม่สมควร ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า พระอรหันต์ก็อาจ@ปรินิพพานในเวลาอันไม่สมควรได้ ถึงแม้ผลกรรมจะยังเหลืออยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๐/๒๙๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๒. นัตถิอรหโตอกาลมัจจูติกถา (๑๖๗) สก. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลปลงชีวิตพระอรหันต์ได้เมื่อยังมีอายุ เหลืออยู่ หรือปลงชีวิตได้ เมื่อหมดอายุใช่ไหม ปร. ปลงชีวิตได้เมื่อยังมีอายุเหลืออยู่ สก. หากบุคคลปลงชีวิตได้เมื่อยังมีอายุเหลืออยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ” สก. บุคคลปลงชีวิตพระอรหันต์ได้เมื่อหมดอายุ เพราะเหตุนั้น ผู้ฆ่าพระ อรหันต์จึงไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ ไม่พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของพระอรหันต์ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของพระอรหันต์ได้มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของพระอรหันต์ได้ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ” สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ ไม่พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของพระอรหันต์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผู้ฆ่าพระอรหันต์ไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๖๒๑ หน้า ๖๗๙ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา (๑๖๘)
ปร. พระอรหันต์มีอกาลมรณะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจะไม่กล่าวกรรมที่สัตว์มีเจตนาทำไว้ สั่งสมไว้ว่า สิ้นสุด เพราะยังไม่เสวยผล ก็ผลนั้นแล สัตว์ต้องเสวยในอัตภาพนี้ ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อๆ ไป” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น พระอรหันต์จึงไม่มีอกาลมรณะ นัตถิอรหโตอกาลมัจจูติกถา จบ ๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา (๑๖๘) ว่าด้วยสิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรม
สก. สิ่งทั้งปวง นี้เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. แม้แต่กรรมเองก็เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะเหตุที่ทำไว้ก่อนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๕๗ @ สิ่งทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงวัฏฏะคือกิเลส กรรม และวิบาก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)@ เพราะมีความเห็นว่า สิ่งทั้งปวงคือกัมมวัฏฏะ กิเลสวัฏฏะ และวิปากวัฏฏะเกิดขึ้นเพราะกรรมเท่านั้น@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า วิปากวัฏฏะเท่านั้นที่เกิดขึ้นเพราะกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๑๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา ว่าด้วยพระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องพระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ คือการตายในเวลาอันไม่สมควรของพระอรหันต์ไม่มี.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายราชคิริกะและสมิติยะทั้งหลายว่า ชื่อว่าพระอรหันต์ต้องเสวยกัมมวิบากทั้งปวงแล้วจึงจะปรินิพพาน ดังนี้เพราะถือเอาเนื้อความแห่งพระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาที่บุคคลทำแล้วสะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผลแต่กรรมนั้นแลจะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพที่ถัดไป หรือในภพอื่นสืบๆ ไป ดังนี้ โดยไม่พิจารณา.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงว่า ผิว่า อกาลมรณะของพระอรหันต์ไม่มีไซร้ ชื่อว่าผู้ฆ่าพระอรหันต์ก็ไม่พึงมี ดังนี้ จึงกล่าวว่า อรหันตฆาต คือผู้ฆ่าพระอรหันต์ ไม่มีหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะความที่อนันตริยกรรมและบุคคลผู้เป็นเช่นนั้นนั่นแหละมีอยู่พร้อม.
ในปัญหาว่า ยาพิษ...ไม่พึงเข้าไปในกาย ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะลัทธิว่า กรรมที่ท่านทำไว้ในกาลก่อนยังไม่สิ้นไปตราบใด ยาพิษก็ไม่ทำอันตรายตราบนั้น ดังนี้.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ.
พระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าว เป็นต้น ที่ปรวาทีกล่าวแล้วหมายเนื้อความนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาที่บุคคลทำแล้วสะสมแล้วจะสิ้นสุดไปเพราะมิได้รับมิได้ประสบมิได้เสวยผล คือหมายความว่า ไม่ทรงกล่าวซึ่งความที่กรรมเหล่านั้นเป็นของสิ้นสุดโดยวิถีทั้งหมดก็แลเมื่อกรรมที่ให้ผลในทิฏฐธรรมมีอยู่กรรมนั้นนั่นแหละพึงให้ผลในทิฏฐธรรม มิใช่ให้ผลในภพอื่นๆ เมื่อกรรมที่ให้ผลในภพหน้าคือภพที่ ๒ มีอยู่กรรมนั้นย่อมให้ผลในภพนั้นไม่ให้ผลในภพอื่น เมื่อกรรมที่จะให้ผลในภพอื่นๆ มีอยู่ในกาลใด กรรมนั้นได้โอกาสให้ผลในกาลนั้นย่อมให้ผล ด้วยประการฉะนี้.
อีกนัยหนึ่ง ในปริยายอื่นอีกที่มีสภาพอย่างนี้ มีอธิบายว่า
ครั้นเมื่อความเป็นไปแห่งสังขาร คือการท่องเที่ยวไป แม้ในที่ทั้งปวง มีอยู่ ประเทศของโลกนั้นย่อมไม่เว้นจากวาระของการให้ผลของกรรมด้วยประการฉะนี้บุคคลอยู่ในที่ใดๆ จึงไม่พ้นจากบาปกรรม ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนี้มีอยู่ กรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ยังเหลืออยู่แม้อย่างหนึ่งยังไม่มีโอกาสให้ผลในกาลก่อน พระอรหันต์ก็พึงเสวยผลแห่งกรรมนั้น เพราะฉะนั้น ว่าโดยกาลเหมาะสมแล้ว การตั้งลัทธิว่า พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ ดังนี้ที่ปรวาทีทำแล้ว จึงชื่อว่าทำไว้ไม่ดี ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา จบ. -----------------------------------------------------