อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๘๕๑

กรรมกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๕๑–๑๘๕๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 4 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 4 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

กมฺมกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กรรมกถา

ข้อ ๑๘๕๑

สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ

สกวาที กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กองอันเป็นอนิยตะไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

ข้อ ๑๘๕๒

สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ

ส. กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ กองอันเป็นอนิยตะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะกองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ กองอันเป็นอนิยตะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

ข้อ ๑๘๕๓

ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นนิยตะโดยอรรถว่าทิฏฐธรรมเวทนิยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรม เป็นนิยตะโดยอรรถว่า อปราปริยเวทนิยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๘๕๔

น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ อุปปชฺชเวทนิยํ โหติ อปราปริยเวทนิยํ โหติ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหติ อปราปริยเวทนิยํ โหติ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหติ อุปปชฺชเวทนิยํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ กมฺมกถา ฯ เอกวีสติโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ สาสนํ นวํ กตํ อตฺถิ โกจิ ตถาคตสฺส สาสนํ นวํ กโรติ ลพฺภา ตถาคตสฺส สาสนํ ปุน นวํ กาตุํ ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโต อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วา อตฺถิ พุทฺธานํ พุทฺเธหิ หีนาติเรกตา สพฺพา ทิสา พุทฺธา ติฏฺฐนฺติ สพฺเพ ธมฺมา นิยตา สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ ---------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นนิยตะ โดยอรรถว่าทิฏฐธรรม-เวทนิยะ อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรมเป็นนิยตะโดยอรรถว่าอปราปริยเวทนิยะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรมเป็นอุปปัชชเวทนิยกรรม เป็นอปราปริยเวทนิย-กรรม ฯลฯ อุปปัชชเวทนิยกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็น อปราปริยเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรม เป็นทิฏฐธรรมเวทนิย-กรรม เป็นอุปปัชชเวทนิยกรรม หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรมก็เป็นนิยตะ โดยอรรถว่าทิฏฐธรรม-เวทนิยะ อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรมก็เป็นนิยตะโดยอรรถว่า อปราปริยเวทนิยะ น่ะสิ กรรมกถา จบ วรรคที่ ๒๑ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘. กัมมกถา (๒๐๗) ว่าด้วยกรรม

ข้อ ๘๘๙

สก. กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๙/๓๑๘)@ เพราะมีความเห็นว่า กรรมทุกอย่างเป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เช่น กรรมที่ให้ผลใน@ปัจจุบันก็ต้องให้ผลในปัจจุบัน ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า กรรมทุกอย่าง@อาจเปลี่ยนแปลง เช่น กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ถ้าไม่ให้ผลก็กลายเป็นอโหสิกรรมได้@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๙/๓๑๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๘. กัมมกถา (๒๐๗) สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน” สก. กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) กองที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสกองไว้ ๓ อย่าง คือ (๑)กองที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน”

ข้อ ๘๙๐

สก. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอนโดยอรรถว่าเป็นกรรม อันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมนั้นเป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรม เป็นสภาวะที่แน่นอนโดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในอัตภาพต่อๆ ไปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อปราปริยเวทนียกรรมนั้นเป็นสภาวะที่ผิดและให้ผลแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค สก. เป็นสภาวะที่ถูกและให้ผลแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๑

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในอัตภาพต่อๆ ไป” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม เป็นอปราปริยเวทนีย-กรรม ฯลฯ อุปปัชชเวทนียกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็นอปราปริย-เวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็นอุปปัชชเวทนียกรรมใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ปร. ดังนั้น ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมจึงเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริย-เวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในอัตภาพต่อๆ ไป กัมมกถา จบ เอกวีสติมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สาสนกถา ๒. อวิวิตตกถา ๓. สัญโญชนกถา ๔. อิทธิกถา ๕. พุทธกถา ๖. สัพพทิสากถา ๗. ธัมมกถา ๘. กัมมกถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๒๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถากัมมกถา ว่าด้วยกรรม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องกรรม.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะและอุตตราปถกะบางพวกเหล่านั้นนั่นแหละว่า ที่ตั้งแห่งทิฏฐธัมมเวทนียะเป็นต้นเป็นนิยตะ คือเที่ยงแท้แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นทิฏฐธัมมเวทนียะ เพราะฉะนั้น กรรมทั้งปวงจึงเป็นนิยตะ ดังนี้.

คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

ในคำว่า ทิฏฐธัมมเวทนียกรรมเป็นนิยตะ เพราะอรรถว่าให้ผลในภพปัจจุบัน นี้เป็นคำตอบรับรองของสกวาทีหมายเอาเนื้อความนี้ว่า ทิฏฐธัมมเวทนียกรรมก็เป็นทิฏฐธัมมิกเวทนียะ คือเป็นกรรมที่ให้ผลในภพปัจจุบันนี้เท่านั้นถ้าว่า ทิฏฐธัมมเวทนียกรรมนี้ ย่อมอาจให้ผลในภพปัจจุบันได้ก็ย่อมให้ผล ถ้าไม่อาจไซร้ ย่อมชื่อว่าเป็นอโหสิกรรมไป ดังนี้.

อนึ่ง ทิฏฐธัมมเวทนียกรรมนี้ ย่อมไม่เป็นนิยตะด้วยสามารถแห่งนิยามมิจฉัตตะเทียว ดังนี้.

พึงทราบคำที่เหลือโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล. อรรถกถากัมมกถา จบ.

รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ

๑. สาสกถา

๒. อวิวิตตกถา

๓. สัญโญชนกถา

๔. อิทธิกถา

๕. พุทธกถา

๖. สัพพทิสากถา

๖. ธัมมกถา

๘. กัมมกถา.

วรรคที่ ๒๑ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา