อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๘๖

อัพยากตกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๘๖–๑๕๙๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อพฺยากตกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัพยากตกถา

ข้อ ๑๕๘๖

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ รูปํ นิพฺพานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺโต ผสฺโส อพฺยากโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นวิบากอัพยากฤต เป็นกิริยาอัพยากฤต เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๘๗

ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺโต ผสฺโส อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐิคตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา จิตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐิคตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา จิตที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๘๘

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อผลํ อวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สผลํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สผลํ สวิปากํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิไม่มีผล ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิมีผล มีวิบาก มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ทิฏฐิมีผล มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

ข้อ ๑๕๘๙

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ วชฺชานิ วุตฺตานิ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ วชฺชานิ วุตฺตานิ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทษทั้งหลายพระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่งมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า โทษทั้งหลายพระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่งก็ต้องไม่กล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

ข้อ ๑๕๙๐

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาทิฏฺฐิ โข วจฺฉ อกุสลา สมฺมาทิฏฺฐิ กุสลาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรวัจฉะ มิจฉาทิฏฐิแลเป็นอกุศลสัมมาทิฏฐิเป็นกุศล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว @ ม. ม. ข้อ ๒๕๔ หน้า ๒๕๑ ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

ข้อ ๑๕๙๑

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส โข อหํ ปุณฺณ ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรํ คตึ วทามิ นิริยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรปุณณะ เรากล่าวคติของบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ (ว่าเป็น) อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๒ อย่างคือ นรก หรือกำเนิดดิรัจฉาน ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต ดังนี้

ข้อ ๑๕๙๒

น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สสฺสโต โลโกติ โข วจฺฉ อพฺยากตเมตํ อสสฺสโต โลโกติ โข วจฺฉ อพฺยากตเมตํ อนฺตวา โลโกติ โข วจฺฉ ฯเปฯ อนนฺตวา โลโกติ โข วจฺฉ ... ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ โข วจฺฉ ... อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ โข วจฺฉ ... โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข วจฺฉ ... น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข วจฺฉ ... โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข วจฺฉ ... เนว โหติ น นโหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข วจฺฉ อพฺยากตเมตนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรวัจฉะ คำว่าโลกเที่ยงนี้ เรามิได้พยากรณ์ คำว่า โลกขาดสูญนี้ เราก็มิได้พยากรณ์ คำว่าโลกมีที่ สุด ฯลฯ คำว่า โลกไม่มีที่สุด คำว่า ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น คำว่า ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น คำว่า สัตว์ยังเป็นอยู่เบื้องหน้า แต่มรณะ คำว่า สัตว์เป็นอยู่เบื้องหน้าแต่มรณะ คำว่า สัตว์ยังเป็นอยู่ก็มีไม่เป็นอยู่ก็มี เบื้องหน้าแต่มรณะ คำว่า สัตว์ยังเป็นอยู่ก็ไม่ใช่ไม่เป็นอยู่ก็ไม่ใช่ เบื้องหน้าแต่มรณะนี้ เราก็มิได้พยากรณ์ ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ทิฏฐิก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ

ข้อ ๑๕๙๓

ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ภิกฺขเว ปุริสปุคฺคลสฺส ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิ สมตฺตํ สมาทินฺนํ ฯเปฯ ยญฺจ วจีกมฺมํ ฯเปฯ ยญฺจ มโนกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิ สมตฺตํ สมาทินฺนํ ยา จ เจตนา ยา จ ปตฺถนา โย จ ปณิธิ เย จ สงฺขารา สพฺเพ เต ธมฺมา อนิฏฺฐาย อกนฺตาย อมนาปาย อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อพฺยากตกถา ฯ ------------

ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายกรรมใดก็ดี อันบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ สมาทานให้บริบูรณ์ตามทิฏฐิ ฯลฯ วจีกรรม@ ม. ม. ข้อ ๘๕ หน้า ๘๐ เทียบดูอัคคิวัจฉโคตตสูตรใน ม. ม. ข้อ ๒๔๗ หน้า ๒๔๓ใดก็ดี ฯลฯ มโนกรรมใดก็ดี อันบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ สมาทานให้บริบูรณ์ตามทิฏฐิ เจตนาใดก็ดี ความปรารถนาใดก็ดี ความตั้งใจใดก็ดี สังขารเหล่าใดก็ดี ของบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อผลอันไม่น่าปรารถนาไม่น่าใคร่ไม่น่าชอบใจ เพื่อสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตน่ะสิอัพยากตกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘. อัพยากตกถา (๑๔๓) ว่าด้วยอัพยากฤต

ข้อ ๗๐๖

สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยา เป็นรูป เป็น นิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ คำว่า อัพยากฤต มี ๒ ความหมาย คือ ๑. อัพยากฤตที่มีความหมายว่าไม่ให้ผล ได้แก่ อัพยากฤต ๔ อย่าง@คือ (๑) วิปากอัพยากฤต (๒) กิริยาอัพยากฤต (๓) รูปอัพยากฤต (๔) นิพพานอัพยากฤต (ตามแนวพระ@อภิธรรม) ๒. อัพยากฤตที่มีความหมายว่าไม่พยากรณ์ เช่น การไม่พยากรณ์ว่า โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง เป็นต้น@(ตามแนวพระสูตร) ในที่นี้ปรวาทีใช้คำว่าอัพยากฤต ในความหมายตามแนวพระสูตร ส่วนสกวาทีใช้@ความหมายตามแนวพระอภิธรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๖/๒๗๗) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๖/๒๗๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๘. อัพยากตกถา (๑๔๓) สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตที่ สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เวทนาที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตที่ สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๗๐๗

สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิไม่มีผลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐิมีผลมีวิบากมิใช่หรือ ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๘. อัพยากตกถา (๑๔๓) สก. หากทิฏฐิมีผลมีวิบาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต” สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โทษทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง” มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากโทษทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง”ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต” สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “วัจฉะ มิจฉาทิฏฐิแลเป็นอกุศลสัมมาทิฏฐิเป็นกุศล” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต” สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๓๑๐/๔๑ @ ดูเทียบ ม.ม. (แปล) ๑๓/๑๙๔/๒๒๙

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๘. อัพยากตกถา (๑๔๓) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ปุณณะ เรากล่าวว่าคติของคนผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิมี ๒ อย่าง คือ นรกหรือกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต”

ข้อ ๗๐๘

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “วัจฉะ คำว่า โลกเที่ยง นี้เราไม่พยากรณ์ คำว่า โลกไม่เที่ยง นี้เราไม่พยากรณ์ คำว่า โลกมีที่สุด ฯลฯ คำว่าโลกไม่มีที่สุด ฯลฯ คำว่า ชีวะ กับสรีระเป็นอย่างเดียวกัน ฯลฯ คำว่า ชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกัน ฯลฯ คำว่า หลังจากตายแล้วตถาคต เกิดอีก ฯลฯ คำว่าหลังจากตายแล้วตถาคตไม่เกิดอีก ฯลฯ คำว่า หลังจากตายไป ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก ฯลฯ คำว่า หลังจากตายแล้วตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ ไม่เกิดอีกก็มิใช่นี้เราไม่พยากรณ์” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น ทิฏฐิจึงเป็นอัพยากฤต สก. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.ม. (แปล) ๑๓/๗๙/๗๖-๗๗ @ คำนี้ แปลมาจากคำว่า อพฺยากต หรือ อพฺยากฺฤต ในภาษาสันสกฤต @ ชีวะ ในที่นี้หมายถึงวิญญาณอมตะหรืออาตมัน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๑/๑๒๙),@ดูเทียบ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๐/๓๙-๔๑ @ คำว่า ตถาคต ในที่นี้เป็นคำที่ลัทธิอื่นๆ ใช้กันมาก่อนพุทธกาล หมายถึงอัตตา (อาตมัน) ไม่ใช่@หมายถึงพระพุทธเจ้า อรรถกถาอธิบายว่าหมายถึงสัตว์ (ที.สี.อ. ๑๕/๑๐๘, ม.ม.อ. ๒/๑๒๒/๑๐๕)@ ดูเทียบ ม.ม. (แปล) ๑๓/๑๘๗-๑๘๙/๒๑๙-๒๒๔

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๙. อปริยาปันนกถา (๑๔๔) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กายกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ วจีกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ ฯลฯ มโนกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ เจตนา ความปรารถนา ความตั้งใจและสังขารทั้งหลายของบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ธรรมทั้งหมดนั้นย่อมเป็นไปเพื่อผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ ไม่เกื้อกูล เป็นทุกข์”มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต” อัพยากตกถา จบ ๙. อปริยาปันนกถา (๑๔๔) ว่าด้วยธรรมที่ไม่นับเนื่อง(ในโลกิยะ)

ข้อ ๗๐๙

สก. ทิฏฐิเป็นธรรมที่ไม่นับเนื่องใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิเป็นมรรค ผล นิพพาน โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลสกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรคอรหัตตผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๗๑๐

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นธรรมที่ไม่นับเนื่อง” ใช่ไหม สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๓๐๖/๓๙ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๙/๒๗๗-๒๗๘)@ เพราะมีความเห็นว่า ปุถุชนผู้ได้ฌานเรียกว่าผู้ละกามราคะได้ แต่ไม่เรียกว่าผู้ละทิฏฐิได้ ดังนั้น ทิฏฐิ@จึงไม่นับเนื่องในโลกิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๙/๒๗๗-๒๗๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัพยากตกถา ว่าด้วยอัพยากตะ

____________________________

คำว่า อพฺยากตํ แปลว่า ไม่ทรงพยากรณ์.

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องเป็นอัพยากตะ คือทิฏฐิที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงพยากรณ์.

ในเรื่องนั้น อัพยากตะมี ๔ คือวิปาก กิริยา รูปและพระนิพพาน ทิฏฐิท่านเรียกว่า เป็นอัพยากตะ เพราะความเป็นธรรมไม่ให้ผล คือไม่ให้ประโยชน์. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนวัจฉะ ทิฏฐิคือความเห็นว่า โลกเที่ยง เป็นต้นนี้แล เราไม่พยากรณ์แล้ว เพราะความที่โลกนั้นเป็นของอันเราไม่กล่าวโดยความเป็นของเที่ยงเป็นต้น.

ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะและอุตตราปถกะทั้งหลายว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากตะ เป็นราวกะอัพยากตะแรก คือวิปากอัพยากตะ เพราะไม่ถือเอาวิภาคนี้ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากตะหรือ เป็นต้น ก็เพื่อจะจำแนกเนื้อความนั้นแก่ชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำที่เหลือในที่นี้พึงทราบตามพระบาลีนั่นแล.

อรรถกถาอัพยากตกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา