นิรยปาลกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นิรยปาลกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ นิรยปาลกถา
นตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ นิรเยสุ กมฺมการณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ นิรเยสุ กมฺมการณาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. การทำกรรมกรณ์ไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. การทำกรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ มนุสฺเสสุ กมฺมการณา อตฺถิ จ การณิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ นิรเยสุ กมฺมการณา อตฺถิ จ การณิกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ นิรเยสุ กมฺมการณา นตฺถิ จ การณิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ กมฺมการณา นตฺถิ จ การณิกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การทำกรรมกรณ์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ และคนผู้ทำกรรมกรณ์ก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย และคนผู้ทำกรรมกรณ์ก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย แต่คนผู้ทำกรรมกรณ์ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ แต่คนผู้ทำกรรมกรณ์ไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา น เวสฺสภู โนปิ จ เปตฺติราชา โสโม ยโม เวสฺสวโณ จ ราชา สกานิ กมฺมานิ หนนฺติ ตตฺถ อิโต ปณุณฺณํ ปรโลกปตฺตนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ นตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ
ป. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ท้าวเวสสภูก็มิได้ฆ่า ท้าวเปตติราชก็มิได้ฆ่า ท้าวโสม ท้าวยม และท้าวเวสวัณ ก็มิได้ฆ่า กรรมของตนต่างหาก ฆ่าบุคคลผู้สิ้นบุญจากโลกนี้และเข้าถึงปรโลก ในนรกนั้นๆดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาลก็ไม่มีในนรกทั้งหลาย น่ะสิ
นตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา ปญฺจวิธํ พนฺธนํ นาม การณํ กาเรนฺติ ตตฺตํ อโยขิลํ หตฺเถ คเมนฺติ ตตฺตํ อโยขิลํ ทุติเย หตฺเถ คเมนฺติ ตตฺตํ อโยขิลํ ปาเท คเมนฺติ ตตฺตํ อโยขิลํ ทุติเย ปาเท คเมนฺติ ตตฺตํ อโยขิลํ มชฺเฌอุรสฺมึ คเมนฺติ โส ตตฺถ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวเทติ น จ ตาว กาลํ กโรติ ยาว น ตํ ปาปกมฺมํ พฺยนฺตี โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ
ส. นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกนายนิรยบาลย่อมยังสัตว์นรกนั้นให้รับกรรมกรณ์ อันชื่อว่าเครื่องจำ ๕ ประการคือ ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่มือข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่มืออีกข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่เท้าข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่เท้าอีกข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่กลางอก สัตว์นรกนั้นเสวยทุกขเวทนา เผ็ดร้อนอยู่ในนรกนั้น และจะยังไม่ตายตลอดเวลาที่บาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นสุด ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาลก็มีอยู่ในนรกทั้งหลาย น่ะสิ
นตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา สํเวสิตฺวา กุธารีหิ ตจฺฉนฺติ ฯเปฯ ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา อุทฺธํปาทํ อโธสิรํ ฐเปตฺวา วาสีหิ ตจฺฉนฺติ ฯเปฯ ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา รเถ โยเชตฺวา อาทิตฺตาย ปฐวิยา สมฺปชฺชลิตาย สญฺโชติภูตาย สาเรนฺติปิ ปจฺจาสาเรนฺติปิ ฯเปฯ ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา มหนฺตํ องฺคารปพฺพตํ อาทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ สญฺโชติภูตํ อาโรเปนฺติปิ โอโรเปนฺติปิ ฯเปฯ ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา อุทฺธํปาทํ อโธสิรํ คเหตฺวา ตตฺตาย โลหกุมฺภิยา ปกฺขิปนฺติ อาทิตฺตาย สมฺปชฺชลิตาย สญฺโชติภูตาย โส ตตฺถ เผณุทฺเทหกํ ปจฺจติ โส ตตฺถ เผณุทฺเทหกํ ปจฺจมาโน สกิมฺปิ อุทฺธํ คจฺฉติ สกิมฺปิ อโธ คจฺฉติ สกิมฺปิ ติริยํ คจฺฉติ โส ตตฺถ ทุกฺขา ฯเปฯ ตเมนํ ภิกฺขเว นิรยปาลา มหานิรเย ปกฺขิปนฺติ โส โข ปน ภิกฺขเว มหานิรโย จตุกฺกณฺโณ จตุทฺวาโร วิภตฺโต ภาคโส มิโต อโยปาการปริยนฺโต อยสา ปฏิกุชฺชิโต ตสฺส อโยมยา ภูมิ ชลิตา เตชสา ยุตา สมนฺตา โยชนสตํ ผลิตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลาติ ฯ นิรยปาลกถา ฯ -------------
ส. นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกนายนิรยบาลยังสัตว์นรกนั้นให้นอนแผ่ลงแล้ว พากันถากด้วยผึ่ง ฯลฯ พวก นายนิรยบาลตั้งสัตว์นรกนั้น ให้มีเท้าไปในเบื้องบน มีศีรษะในเบื้องต่ำ แล้วถากด้วยพร้า ฯลฯ พวกนายนิรยบาลเทียมสัตว์นรกนั้นเข้าในรถ แล้วให้แล่นกลับไปกลับมาเหนือแผ่นดินอันไฟติดทั่วแล้วมีเปลวเป็นอันเดียวกัน มีแสงโชติช่วง ฯลฯ พวกนายนิรยบาล ยังสัตว์นรกนั้นให้ขึ้นไต่ลง ซึ่งภูเขาถ่านเพลิงใหญ่ อันไฟติดทั่วแล้วมีเปลวเป็นอันเดียวกัน มีแสงโชติช่วง ฯลฯ พวกนายนิรยบาลจับสัตว์นรกนั้น ให้มีเท้าในเบื้องบน ให้มีศีรษะในเบื้องต่ำ ใส่เข้าในหม้อทองแดงอันร้อน อันไฟติดทั่วแล้ว มีเปลวเป็นอันเดียวกัน@ อํ. ติกฺก. ข้อ ๔๗๕ หน้า ๑๗๘, ม. อุ. ข้อ ๕๑๒ หน้า ๓๔๐มีแสงโชติช่วง เขาหมกไหม้มีร่างกายเป็นฟองในหม้อทองแดงนั้นและทั้งที่หมกไหม้มีร่างกายเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น บางครั้งโผล่ขึ้นข้างบน บางครั้งจมลงข้างใต้ บางครั้งพุ่งขวางไป เขาเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์ ฯลฯ นายนิรยบาลทั้งหลาย ย่อมใส่เข้าซึ่งสัตว์นรกนั้นในมหานรก ก็มหานรกนั้นแล ๔ มุม ๔ ประตู จำแนกกำหนดไว้เป็นส่วนๆ มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบด้วยเหล็ก พื้นแห่งมหานรกนั้นก็แล้วด้วยเหล็ก ประกอบด้วยความร้อนลุกเป็นเปลวแผ่ไปร้อยโยชน์โดยรอบตั้งอยู่ ในกาลทุกเมื่อ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาล ก็มีอยู่ในนรกทั้งหลาย น่ะสินิรยปาลกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. นิรยปาลกถา (๑๙๖) ว่าด้วยนายนิรยบาล
สก. นายนิรยบาลไม่มีในนรกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เครื่องสำหรับลงอาญาไม่มีในนรกใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๖/๓๑๑) @ เพราะมีความเห็นว่า ในนรก นายนิรยบาลที่เป็นบุคคลไม่มี กรรมของสัตว์นรกนั้นเองเป็นนายนิรยบาล@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า มีนายนิรยบาลที่เป็นบุคคลเกิดจากกุศลกรรมและอกุศลกรรม@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๖/๓๑๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๐. วีสติมวรรค] ๓. นิรยปาลกถา (๑๙๖) สก. เครื่องสำหรับลงอาญามีอยู่ในนรกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เครื่องสำหรับลงอาญามีอยู่ในมนุษย์และผู้ลงอาญาก็มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เครื่องสำหรับลงอาญามีอยู่ในนรกและผู้ลงอาญาก็มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เครื่องสำหรับลงอาญามีอยู่ในนรก แต่ผู้ลงอาญาไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เครื่องสำหรับลงอาญามีอยู่ในมนุษย์ แต่ผู้ลงอาญาไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ท้าวเวสสภู ท้าวเปตติราช ท้าวโสมะไม่ได้ฆ่า ท้าวยมะ และท้าวเวสวัณก็ไม่ได้ฆ่า กรรมของตนเองฆ่าบุคคลผู้สิ้นบุญจากโลกนี้ เกิดในปรโลกในนรกนั้น” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น นายนิรยบาลจึงไม่มีในนรก @เชิงอรรถ : @ คำว่า ท้าวเวสสภู เป็นชื่อของเทพองค์หนึ่ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๗/๓๑๑)@ คำว่า ท้าวเปตติราช เป็นเทพผู้มีฤทธิ์มากกว่าเปรตในเปตวิสัย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๗/๓๑๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๙๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๐. วีสติมวรรค] ๓. นิรยปาลกถา (๑๙๖)
สก. นายนิรยบาลไม่มีในนรกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย นายนิรยบาลทำกรรมกรณ์ (เครื่องสำหรับลงอาญา)ชื่อเครื่องพันธนาการ ๕ อย่าง คือ ตอกตะปูเหล็กแดงที่มือ ๒ ข้าง ที่เท้า ๒ ข้าง และที่กลางอก เขาเสวยทุกขเวทนากล้าอย่างหนัก เผ็ดร้อน ณ ที่นั้น แต่ยังไม่ตายตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่สิ้นไป”มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น นายนิรยบาลจึงมีอยู่ในนรก สก. นายนิรยบาลไม่มีในนรกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย นายนิรยบาล ฉุดลากเขาไป เอาขวานถาก นายนิรยบาลจับเขาเอาเท้าขึ้น เอาศีรษะลง เอามีดเฉือน ฯลฯ จับเขาเทียมรถแล่นกลับไปกลับมาบนพื้นอันร้อนลุกเป็นเปลวโชติช่วง ฯลฯ บังคับเขาขึ้นลงภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ที่ไฟลุกโชน ฯลฯ จับเขาเอาเท้าขึ้น เอาศีรษะลง ทุ่มลงไปในโลหกุมภีอันร้อนแดง ลุกเป็นแสงไฟ เขาถูกต้มเดือดจนตัวพองในโลหกุมภีนั้น บางครั้งลอยขึ้น บางครั้งจมลง บางครั้งลอยขวางเขาเสวยทุกขเวทนากล้าอย่างหนัก เผ็ดร้อนอยู่ในในโลหกุมภีอันร้อนแดงนั้น แต่ยังไม่ตายตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่สิ้นไป นายนิรยบาลจับเขาทุ่มลงไปในมหานรกก็มหานรกนั้น (มีลักษณะ) ดังนี้ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.อุ. (แปล) ๑๔/๒๕๐/๒๙๔-๒๙๕, องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๓๖/๑๙๑-๑๙๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๐. วีสติมวรรค] ๔. ติรัจฉานกถา (๑๙๗) มี ๔ มุม ๔ ประตู แบ่งกำหนดออกเป็นส่วน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบด้วยฝาเหล็ก มีพื้นเป็นเหล็กลุกโชติช่วง แผ่ความร้อนไกลด้านละ ๑๐๐ โยชน์ ตั้งอยู่ทุกเมื่อ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น นายนิรยบาลจึงมีอยู่ในนรก นิรยปาลกถา จบ ๔. ติรัจฉานกถา (๑๙๗) ว่าด้วยสัตว์ดิรัจฉาน
สก. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เทวดามีอยู่ในหมู่สัตว์ดิรัจฉานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.อุ. (แปล) ๑๔/๒๕๐/๒๙๔-๒๙๕, องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๓๖/๑๙๔,@ขุ.เปต. (แปล) ๒๖/๗๐-๗๑/๑๗๙, ๒๖/๒๔๐-๒๔๑/๒๐๖, ๒๖/๖๙๓-๖๙๔/๒๘๑,@ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๗๐/๔๘๒, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๒๒/๔๐๒-๔๐๘ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๙/๓๑๒) @ เพราะมีความเห็นว่า ในเทวโลก มีเทวบุตรที่เป็นสัตว์ดิรัจฉาน เช่น เอราวัณเทพบุตร ซึ่งต่างกับความเห็น@ของสกวาทีที่เห็นว่า เทพบุตรที่เป็นสัตว์ดิรัจฉานไม่มี แต่มีเทพบุตรจำแลงเป็นสัตว์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๙/๓๑๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๐๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิรยปาลกถา ว่าด้วยนายนิรยบาล
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนายนิรยบาล.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า ในนรก กรรมของสัตว์นรกนั่นแหละ ย่อมฆ่าสัตว์นรกทั้งหลายโดยเป็นรูปนายนิรยบาล สัตว์ทั้งหลายชื่อว่าเป็นนายนิรยบาลหามีไม่ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า การทำกรรมกรณ์ คือการลงโทษ ไม่มีในนรกทั้งหลายหรือ เป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า ถ้าว่า นายนิรยบาลทั้งหลายไม่พึงมีในนรกไซร้ แม้กรรมกรณ์ทั้งหลายก็ไม่พึงมี แต่เมื่อกรรมกรณ์ทั้งหลายมีอยู่ การกระทำกรรมกรณ์ก็พึงมี มิใช่หรือ ดังนี้.
คำว่า การทำกรรมกรณ์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อให้ทราบโดยแจ่มแจ้ง.
ในข้อนี้มีอธิบายว่า เหมือนอย่างว่า เมื่ออุปกรณ์เครื่องลงโทษมีในพวกมนุษย์ทั้งหลาย การกระทำก็ย่อมมี ฉันใด แม้ในนรกนั้นก็ฉันนั้นนั่นแหละ.
คำถามว่า นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกทั้งหลายหรือ? เป็นของปรวาที. คำตอบรับรองเป็นของสกวาที. ปรวาทีนำพระสูตรมาโดยลัทธิของตนว่า ท้าวเวสสภูก็มิได้ฆ่า แม้ท้าวเปตติราช คือพญาเปรต ก็มิได้ฆ่า ฯลฯ กรรมของสัตว์นั้นเองย่อมฆ่าเขาผู้สิ้นบุญจากโลกนี้และเข้าถึงโลกหน้าในนรกนั้นๆ ดังนี้ พระสูตรนั้นสกวาทียอมรับแล้วว่า นั่นเป็นถ้อยคำที่หยั่งลงในพระศาสนา มีอยู่ ดังนี้.
ในคำเหล่านั้น คำว่า ท้าวเวสสภู ได้แก่ เทพองค์หนึ่ง.
คำว่า ท้าวเปตติราช ได้แก่ เปรตผู้มีฤทธิมากในปิตติวิสัย.
ท้าวโสมเป็นต้นปรากฏชัดเจนแล้วทั้งนั้น.
ข้อนี้ ท่านอธิบายไว้ว่า ท้าวเวสสภู เป็นต้น ย่อมไม่ฆ่าสัตว์ผู้ละโลกนี้แล้วไปสู่โลกหน้าตามกรรมทั้งหลายของตน.
อนึ่ง สัตว์นั้นละที่นั้นไปด้วยกรรมเหล่าใด กรรมทั้งหลายอันเป็นของตนเหล่านั้นนั่นแหละ ย่อมฆ่าสัตว์ในที่นั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงซึ่งความที่สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน มิใช่ทรงแสดงความไม่มีนายนิรยบาลทั้งหลาย.
อนึ่ง บทแห่งพระสูตรทั้งหลายที่สกวาทีนำมากล่าวแล้วว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกนายนิรยบาลย่อมยังสัตว์นรกนั้นให้รับกรรมกรณ์ ๕ ประการ เป็นต้น มีอรรถที่ท่านแนะนำไว้แล้วทั้งนั้น แล.
อรรถกถานิรยปาลกถา จบ. -----------------------------------------------------