อากาสกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อากาสกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อากาสกถา
อากาโส อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ ตาณํ เลณํ สรณํ ปรายนํ อจฺจุตํ อมตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที อากาศเป็นอสังขตะหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อากาโส อสงฺขโต นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว ตาณานิ ฯเปฯ อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อากาศเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อากาโส อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เกจิ อนากาสํ อากาสํ กโรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เกจิ สงฺขตํ อสงฺขตํ กโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อากาศเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีชนบางพวกทำอนากาศให้เป็นอากาศได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีชนบางพวกทำสังขตะให้เป็นอสังขตะได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ เกจิ อากาสํ อนากาสํ กโรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เกจิ อสงฺขตํ สงฺขตํ กโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มีชนบางพวก ทำอากาศให้เป็นอนากาศได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีชนบางพวกทำอสังขตะให้เป็นสังขตะได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อากาเส ปกฺขิโน คจฺฉนฺติ จนฺทิมสุริยา คจฺฉนฺติ ตารกรูปานิ คจฺฉนฺติ อิทฺธึ วิกุพฺพนฺติ พาหุํ จาเลนฺติ ปาณึ จาเลนฺติ เลฑฺฑุํ ขิปนฺติ ลคุฬํ ขิปนฺติ อิทฺธึ ขิปนฺติ อุสุํ ขิปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขเต ปกฺขิโน คจฺฉนฺติ จนฺทิมสุริยา คจฺฉนฺติ ตารกรูปานิ คจฺฉนฺติ อิทฺธึ วิกุพฺพนฺติ พาหุํ จาเลนฺติ ปาณึ จาเลนฺติ เลฑฺฑุํ ขิปนฺติ ลคุฬํ ขิปนฺติ อิทฺธึ ขิปนฺติ อุสุํ ขิปนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ในอากาศ นกทั้งหลายบินไปได้ พระจันทร์และพระอาทิตย์โคจรไปได้ดวงดาวทั้งหลายโคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์แสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายไกวแขนได้โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ แผลงฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในอสังขตะ นกทั้งหลายก็บินไปได้ พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็โคจรไปได้ ดวงดาวทั้งหลายก็โคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์ก็แสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายก็ไกวแขนได้ โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้างลูกขลุบไปได้ แผลงฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อากาสํ ปริวาเรตฺวา ฆรานิ กโรนฺติ โกฏฺฐานิ กโรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตํ ปริวาเรตฺวา ฆรานิ กโรนฺติ โกฏฺฐานิ กโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ชนทั้งหลายล้อมอากาศ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชนทั้งหลายล้อมอสังขตะ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุทปาเน ขญฺญมาเน อนากาโส อากาโส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขตํ อสงฺขตํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เมื่อขุดบ่ออยู่ อนากาศ (ที่มิใช่อากาศ) กลายเป็นอากาศได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขตะ ก็กลายเป็นอสังขตะได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ตุจฺฉอุทปาเน ปูริยมาเน ตุจฺฉโกฏฺเฐ ปูริยมาเน ตุจฺฉกุมฺภิยา ปูริยมานาย อากาโส อนฺตรธายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตํ อนฺตรธายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เมื่อถมบ่อเปล่าอยู่ ยังฉางเปล่าให้เต็มอยู่ ยังหม้อเปล่าให้เต็มอยู่อากาศอันตรธานไปได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ ก็อันตรธานไปได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ อากาโส อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อากาโส สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อากาโส อสงฺขโตติ ฯ อากาสกถา ฯ ----------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า อากาศเป็นอสังขตะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อากาศเป็นอสังขตะ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อากาศก็เป็นอสังขตะ น่ะสิอากาสกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๖. อากาสกถา (๕๘) ๖. อากาสกถา (๕๘) ว่าด้วยอากาศ
สก. อากาศ เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง(เป็นอสังขตะ)ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อากาศเป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นที่มั่น เป็นอมตะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อากาศเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง นิพพานก็เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ฯลฯ ช่องว่างแห่งนิพพานมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อากาศเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ อากาศ มี ๓ ชนิด คือ (๑) ปริจเฉทากาศ (ช่องว่างระหว่างรูปกลาปหนึ่งๆ) (๒) กสิณุคฆาฏิมากาศ@(ความว่างของจิต หลังจากถอนจากกสิณหนึ่งๆ) (๓) อัชฌัตตากาศ (อากาศที่ทั่วไป)@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๖๐-๔๖๒/๒๒๐) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะและนิกายมหิสาสกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๖๐-๔๖๒/๒๒๐)@ เพราะมีความเห็นว่า อากาศทั้ง ๓ ชนิดนี้เป็นอสังขตะ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อากาศ@ชนิดแรกเป็นสังขตะ อีก ๒ ชนิดเป็นเพียงบัญญัติ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๖๐-๔๖๒/๒๒๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๖. อากาสกถา (๕๘) สก. มีบุคคลบางพวกทำสิ่งที่มิใช่อากาศให้เป็นอากาศได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มีบุคคลบางพวกทำสภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งให้เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มีบุคคลบางพวกทำอากาศไม่ให้เป็นอากาศได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มีบุคคลบางพวกทำสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งให้เป็นสภาวธรรม ที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอากาศ นกทั้งหลายบินไปได้ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรไปได้ดวงดาวทั้งหลายโคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายแสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายแกว่งแขนได้โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้างลูกขลุบไปได้ แผลงฤทธิ์ได้ แผลงศรไปได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง นกทั้งหลายบินไปได้ ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์โคจรไปได้ ดวงดาวทั้งหลายโคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายแสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายแกว่งแขนได้ โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้างลูกขลุบไปได้แผลงฤทธิ์ได้ แผลงศรไปได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ชนทั้งหลายล้อมอากาศทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชนทั้งหลายล้อมสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เมื่อขุดบ่อน้ำ ที่ที่มิใช่อากาศก็กลายเป็นอากาศได้ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๗. อากาโสสนิทัสสโนติกถา (๕๙) สก. สภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งก็กลายเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เมื่อถมบ่อน้ำเปล่า บรรจุฉางเปล่า หม้อเปล่าให้เต็มอยู่ อากาศหายไปได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งหายไปได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อากาศเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง”ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อากาศเป็นสภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อากาศจึงเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งอากาสกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอากาสกถา ว่าด้วยอากาศ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอากาศ.
ในเรื่องนั้น อากาศมี ๓ อย่าง คือ ปริจเฉทากาส คือช่องว่างอันเป็นที่กำหนด กสิณุคฆาฏิมากาส คือช่องว่างที่เพิกขึ้นของกสิณ และอชฎากาส คือช่องว่างของท้องฟ้า แม้คำว่า ตุจฉากาส คือช่องว่างอันว่างเปล่า ก็เป็นชื่อของอชฏากาสนั้นนั่นแหละ.
บรรดาอากาศเหล่านั้น ปริจเฉทากาส คือช่องว่างที่คั่นอยู่ระหว่างรูปกับรูป เป็นสังขตะ ส่วนอากาศที่เหลือแม้ทั้ง ๒ นี้สักว่าเป็นบัญญัติ.
ก็ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะและมหิสาสกะทั้งหลายว่า อากาศแม้ทั้ง ๒ คือกสิณุคฆาฏิมากาสและอชฎากาส ไม่ใช่สังขตะ เหตุใด เพราะเหตุนั้น จึงเป็นอสังขตะ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า อากาศเป็นต้น หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถาอากาสกถา จบ. -----------------------------------------------------