ทักขิณาวิสุทธิกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทกฺขิณาวิสุทฺธิกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ทักขิณาวิสุทธิกถา
ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ ปฏิคฺคาหกา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลีกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ ปฏิคฺคาหกา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลีกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ
สกวาที ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับเป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลกมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ
ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่า เป็นผู้ควรของทำบุญ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ โสตาปนฺเน ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ โสตาปนฺเน ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ สกทาคามิสฺส ฯเปฯ อนาคามิสฺส ฯเปฯ อรหโต ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ อรหโต ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ
ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบัน แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบันแล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก ส. ชนบางพวกให้ทานแก่พระสกทาคามี ฯลฯ แก่พระอนาคามี ฯลฯ แก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานแก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
ปฏิคฺคาหกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ทายกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตสฺโส โข อิมา อานนฺท ทกฺขิณาวิสุทฺธิโย ฯ {๑๗๓๒.๑} กตมา จตสฺโส ฯ อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต {๑๗๓๒.๒} อิธานนฺท ทายโก โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม ปฏิคฺคาหกา โหนฺติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต {๑๗๓๒.๓} อิธานนฺท ทายโก โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปฏิคฺคาหกา โหนฺติ สีลวนฺโต กลฺยาณ ธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต {๑๗๓๒.๔} อิธานนฺท ทายโก จ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปฏิคฺคาหกา จ โหนฺติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ {๑๗๓๒.๕} อิธานนฺท ทายโก จ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม ปฏิคฺคาหกา จ โหนฺติ สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ อิมา โข อานนฺท จตสฺโส ทกฺขิณาวิสุทฺธิโยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ ทกฺขิณาวิสุทฺธิกถา ฯ สตฺตรสโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ อตฺถิ อรหโต ปุญฺญูปจโย นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจุ สพฺพมิทํ กมฺมโต อินฺทฺริยพทฺธญฺเญว ทุกฺขํ ฐเปตฺวา อริยมคฺคํ อวเสสา สงฺขารา ทุกฺขา สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาติ สงฺโฆ ทกฺขิณํ วิโสเธติ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายติ สงฺฆสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ อตฺถิ ทานํ วิสุชฺฌตีติ ฯ -----------
ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยทายกหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้อื่นเป็นผู้ทำแก่ผู้อื่น สุขทุกข์อันคนอื่นทำให้ ผู้หนึ่งทำ แต่อีกผู้หนึ่งรับผลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง๔ อย่าง เป็นไฉน ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทาง ปฏิคคาหก มีอยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทาง ทายก มีอยู่ ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มี อยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มีอยู่ ก็ทักษิณา ที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกอย่างไร ทายกใน โลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แต่ปฏิคคาหก เป็นผู้ทุศีล มี บาปธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหก อย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางทายก อย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม แต่ปฏิคคาหกเป็น ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ ทางทายก อย่างนี้แล ก็ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทาง ปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม ปฏิคคาหก ก็เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายก ทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทาง ปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ปฏิคคาหกก็เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายก ทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่าทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก ทักขิณาวิสุทธิกถา จบ วรรคที่ ๑๗ จบ -----------------------------------------------------@ ม. อุ. ข้อ ๗๑๔-๗๑๘ หน้า ๕๖๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา (๑๗๖) ว่าด้วยทักษิณาบริสุทธิ์
สก. ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายก(ผู้ให้)เท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก (ผู้รับ) ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิคาหกบางพวกเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลกมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๐๐-๘๐๑/๒๙๖-๒๙๗)@ เพราะมีความเห็นว่า ในการให้ทานนั้น ฝ่ายปฏิคาหก ไม่จำเป็นต้องบริสุทธิ์ เพียงทายกบริสุทธิ์ก็พอ@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๐๐-๘๐๑/๒๙๖-๒๙๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา (๑๗๖) สก. หากปฏิคาหกบางพวกเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลกมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก” สก. ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นผู้ควร แก่ทักษิณามิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นผู้ ควรแก่ทักษิณา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก” สก. ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางพวกให้ทานแก่พระโสดาบันแล้วให้ทักษิณาบริบูรณ์มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลบางพวกให้ทานแก่พระโสดาบันแล้วให้ทักษิณาบริบูรณ์มีอยู่ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก” สก. บุคคลบางพวกให้ทานแด่พระสกทาคามี ฯลฯ พระอนาคามี ฯลฯ พระอรหันต์แล้วให้ทักษิณาบริบูรณ์มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลบางพวกให้ทานแด่พระอรหันต์แล้วให้ทักษิณาบริบูรณ์มีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก”
ปร. ทานบริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหกเท่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงไม่บริสุทธิ์ ฝ่ายทายกใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา (๑๗๖) ปร. บุคคลอื่นทำให้แก่คนหนึ่ง สุขทุกข์มีผู้อื่นเป็นตัวการ บุคคลคนละคนกันทั้งทำและเสวยผลใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “อานนท์ ความบริสุทธิ์แห่ง ทักษิณา ๔ ประการนี้ ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ๒. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก ๓. ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก ๔. ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แต่ปฏิคาหกเป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม แต่ปฏิคาหกเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก เป็นอย่างนี้ ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม และปฏิคาหกก็เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างไร คือ ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม และปฏิคาหกก็เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เป็นอย่างนี้ อานนท์ ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ทานบริสุทธิ์ฝ่ายทายกเท่านั้น แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก” ทักขิณาวิสุทธิกถา จบ สัตตรสมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัตถิอรหโตปุญญูปจโยติกถา ๒. นัตถิอรหโตอกาลมัจจูติกถา ๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา ๔. อินทริยพัทธกถา ๕. ฐเปตวาอริยมัคคันติกถา ๖. นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา ๗. นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังวิโสเธตีติกถา ๘. นวัตตัพพังสังโฆภุญชตีติกถา ๙. นวัตตัพพังสังฆัสสทินนังมหัปผลันติกถา ๑๐. นวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา ๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.อุ. (แปล) ๑๔/๓๘๑/๔๓๐-๔๓๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทักขิณาวิสุทธิกถา ว่าด้วยทักขิณาวิสุทธิ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องทักขิณา (ทาน) วิสุทธิ คือความบริสุทธิ์แห่งทักขิณาคือทาน.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า ถ้าว่า ทักขิณาพึงบริสุทธิ์คือพึงมีผลมากเพราะปฏิคคาหกไซร้ทานที่ทายกให้แล้ว ย่อมเป็นวิบากอันสำเร็จแล้วด้วยปฏิคคาหก ด้วยประการฉะนี้ บุคคลอื่นก็พึงทำบุคคลอื่นได้ คือว่าบุคคลพึงถึงสุขและทุกข์อันบุคคลอื่นกระทำให้ ผู้ทำคนหนึ่ง ผู้รับผลคนหนึ่งเพราะฉะนั้น ทานย่อมบริสุทธิ์เพราะทายกเท่านั้น ย่อมไม่บริสุทธิ์เพราะปฏิคคาหก จิตตวิสุทธิ์ของทายกเหล่านั้นย่อมให้ซึ่งวิบาก ดังนี้.
ถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า ปฏิคคาหกบางพวกที่เป็นผู้ควรบูชา อาหุเนยฺโย เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงว่า ถ้าทานไม่พึงบริสุทธิ์เพราะปฏิคคาหกไซร้ ความที่พระอริยบุคคลผู้ควรแก่การบูชาเป็นต้นจะพึงทำประโยชน์อะไร.
คำว่า ผู้อื่นเป็นผู้ทำแก่ผู้อื่น อธิบายว่า ถ้าว่า ทานเจตนาของทายกที่ปฏิคคาหกทำเหมาะสมแล้วไซร้ก็ทานเจตนาอันบริสุทธิ์ของทายกนั้นก็ต้องอาศัยวัตถุ กล่าวคือปฏิคคาหกแล้วจึงบริสุทธิ์เพราะอรรถว่ามีผลมากเพราะฉะนั้น ปัญหานั้นจึงไม่มีการท้วงในคำว่า ทานย่อมบริสุทธิ์คือมีผลมาก เพราะปฏิคคาหก ด้วยประการฉะนี้. อรรถกถาทักขิณาวิสุทธิกถา จบ .
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. อัตถิอรหโตปุญญูปจโยติกถา
๒. นัตถิอรหโตอกาลมัจจูติกถา
๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา
๔. อินทริยพัทธกถา
๕. ฐเปตวาอริยมัคคันติกถา
๖. นวัตตัพพังสังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถา
๗. นวตตัพพัง สังโฆ ทักขิณวิโสเธตีติกถา
๘. นวัตตัพพัง สังโฆภุญชตีติกถา
๙. นวัตวัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
๑๐. นวัตตัพพัง พุทธัสสทินนัง มหัปผลันติกถา
๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา.
วรรคที่ ๑๗ จบ. -----------------------------------------------------