อนิจจตากถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อนิจฺจตากถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อนิจจตากถา
อนิจฺจตา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตาย อนิจฺจตาย อนิจฺจตา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตาย อนิจฺจตาย อนิจฺจตา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตาย ตาเยว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที อนิจจตา (ความไม่เที่ยง) เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ความไม่เที่ยงแห่งอนิจจตานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่เที่ยงแห่งอนิจจตานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่เที่ยงนั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่งวัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ชรา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตาย ชราย ชรา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตาย ชราย ชรา ปรินิปฺผนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตาย ตาเยว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ชรา เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความชราแห่งชรานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความชราแห่งชรานั้น เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความชรานั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่งวัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มรณํ ปรินิปฺผนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส มรณสฺส มรณํ ปรินิปฺผนฺนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส มรณสฺส มรณํ ปรินิปฺผนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มรณะ เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรณะของมรณะนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มรณะของมรณะนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรณะนั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่งวัฏฏะไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปํ ปรินิปฺผนฺนํ รูปสฺส อนิจฺจตา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺจตา ปรินิปฺผนฺนา อนิจฺจตาย อนิจฺจตา อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ ปรินิปฺผนฺนํ รูปสฺส ชรา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชรา ปรินิปฺผนฺนา ชราย ชรา อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ ปรินิปฺผนฺนํ รูปสฺส เภโท อตฺถิ อนฺตรธานํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มรณํ ปรินิปฺผนฺนํ มรณสฺส เภโท อตฺถิ อนฺตรธานํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ ปรินิปฺผนฺนํ วิญฺญาณสฺส อนิจฺจตา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺจตา ปรินิปฺผนฺนา อนิจฺจตาย อนิจฺจตา อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตพฺเพ ฯเปฯ วิญฺญาณํ ปรินิปฺผนฺนํ วิญฺญาณสฺส ชรา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชรา ปรินิปฺผนฺนา ชราย ชรา อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิญฺญาณํ ปรินิปฺผนฺนํ วิญฺญาณสฺส เภโท อตฺถิ อนฺตรธานํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มรณํ ปรินิปฺผนฺนํ มรณสฺส เภโท อตฺถิ อนฺตรธานํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนิจฺจตากถา ฯ เอกาทสโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ อนุสยา อพฺยากตา อเหตุกา จิตฺตวิปฺปยุตฺตา อญฺญาเณ วิคเต ญาณี ญาณํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตํ ยตฺถ สทฺเท ญาณํ ปวตฺตติ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺย จิตฺตสนฺตติ สมาธิ ธมฺมฏฺฐิตตา อนิจฺจตาติ ฯ -----------------
ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของรูปก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่เที่ยงเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของความไม่เที่ยงก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราของรูปก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราของชราก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานของรูปก็มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรณะเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานของมรณะนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ เป็นภาวะที่สำเร็จแล้วแต่ความไม่เที่ยงของวิญญาณก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อนิจจตาเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของอนิจจตา ก็มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราแห่งวิญญาณก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราแห่งชราก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานแห่งวิญญาณนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรณะเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานแห่งมรณะก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อนิจจตากถา จบ วรรคที่ ๑๑ จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑๐. อนิจจตากถา (๑๑๕) ๑๐. อนิจจตากถา (๑๑๕) ว่าด้วยความไม่เที่ยง
สก. ความไม่เที่ยงเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี การตัดขาดวัฏฏะไม่มี อนุปาทาปรินิพพาน ก็ไม่มีแก่ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงทั้ง ๒ ชั้นดังกล่าวมานั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความแก่เป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความแก่แห่งความแก่นั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความแก่แห่งความแก่นั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี การตัดขาดวัฏฏะไม่มี อนุปาทาปรินิพพาน ก็ไม่มีแก่ความแก่แห่งความแก่ทั้ง ๒ ชั้นดังกล่าวมานั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๘/๒๖๐) @ เพราะมีความเห็นว่า ความไม่เที่ยงเป็นสภาวธรรมที่สำเร็จมาจากเหตุปัจจัย ซึ่งต่างกับความเห็นของ@สกวาทีที่เห็นว่า ความไม่เที่ยงเป็นสภาวธรรมที่ไม่สำเร็จมาจากเหตุปัจจัย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๘/๒๖๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑๐. อนิจจตากถา (๑๑๕) สก. ความตายเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความตายแห่งความตายนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความตายแห่งความตายนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี การตัดขาดวัฏฏะไม่มี อนุปาทาปรินิพพาน ก็ไม่มีแก่ความตายแห่งความตายทั้ง ๒ ชั้นดังกล่าวมาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูปเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงแห่งรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความไม่เที่ยงเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแก่แห่งรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความแก่เป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแก่แห่งความแก่มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแตกสลาย ความอันตรธานไปแห่งรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความตายเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแตกสลาย ความอันตรธานไปแห่งความตายมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค สก. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ เป็นสภาวะสำเร็จแล้วแต่ความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความไม่เที่ยงเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิญญาณเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแก่แห่งวิญญาณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความแก่เป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแก่แห่งความแก่มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิญญาณเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแตกสลาย ความอันตรธานไปแห่งวิญญาณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความตายเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว แต่ความแตกสลาย ความอันตรธานไปแห่งความตายมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อนิจจตากถา จบ เอกาทสมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา ๔. ญาณกถา ๕. ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา ๖. อิทังทุกขันติกถา ๗. อิทธิพลกถา ๘. สมาธิกถา ๙. ธัมมัฏฐิตตากถา ๑๐. อนิจจตากถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนิจจตากถา ว่าด้วยความไม่เที่ยง
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความไม่เที่ยง. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า แม้ความไม่เที่ยงแห่งรูปเป็นต้นที่ไม่เที่ยง ก็เป็นภาวะสำเร็จแล้ว คือหมายความว่าเกิดขึ้นแล้วดุจรูปเป็นต้น ดังนี้คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวกะปรวาทีนั้นว่า ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงนั้นก็เป็นภาวะสำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว หรือ? เพื่อท้วงว่า ความไม่เที่ยงเป็นของสำเร็จแล้วราวกะรูปเป็นต้น ตามลัทธิของท่านมีอยู่ไซร้ อันความไม่เที่ยงที่สำเร็จแล้วอย่างอื่นก็พึงมีแก่ความไม่เที่ยงแม้นั้น ดังนี้.
ปรวาทีนั้นปฏิเสธโดยความไม่มีความไม่เที่ยง ๒ อย่างรวมกัน แต่ตอบรับรองเพราะความไม่เที่ยงนั้นย่อมไม่เป็นความไม่เที่ยงอีก หมายความว่าความไม่เที่ยงนั้นย่อมอันตรธานไปกับความไม่เที่ยงนั้นนั่นแหละ.
ลำดับนั้น สกวาทีไม่ให้โอกาสอันมีเลศนัยแก่ปรวาทีนั้นจึงยกโทษ คือการไม่เข้าไปตัดวัฏฏะด้วยสามารถแห่งธรรมอื่นๆ ว่าความไม่เที่ยงที่ ๒ท่านไม่รับรองตามลัทธิของท่านโดยความเป็นภาวะไม่เที่ยงนั้นๆ บ้าง โดยความเป็นภาวะไม่เที่ยงอื่นจากนั้นบ้างจึงกล่าวคำว่า ความไม่เที่ยงนั้นๆ แลไม่มีการทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ เป็นต้น.
คำว่า ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น สกวาทีกล่าวด้วยความสามารถแห่งการประกอบเนืองๆ ซึ่งการจำแนกความไม่เที่ยง เพราะขึ้นชื่อว่าความไม่เที่ยงอื่นจากชราและมรณะแห่งธรรมที่เกิดขึ้นแล้วย่อมไม่มี.
บัณฑิตพึงทราบคำตอบรับรองและคำปฏิเสธของปรวาที ในปัญหาแม้นั้น โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในก่อนนั่นแหละ.
คำว่า รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อเทียบเคียงความไม่เที่ยงแห่งธรรมมีรูปเป็นต้นเหล่านั้นกับความไม่เที่ยงเหล่านั้น.
ในข้อนั้น ปรวาทีเมื่อสำคัญว่า ความไม่เที่ยง ความชราและมรณะแห่งธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นที่สำเร็จแล้วมีอยู่ ฉันใดธรรมเหล่านั้น ไม่มีอยู่แก่ธรรมทั้งหลายมีความไม่เที่ยงเป็นต้นที่สำเร็จแล้ว ฉันนั้น จึงตอบปฏิเสธโดยส่วนเดียว ดังนี้. อรรถกถาอนิจจตากถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. ติสโสปิอนุสยกถา
๒. ญาณกถา
๓. ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา
๔. อิทังทุกขันติกถา
๕. อิทธิพลกถา
๖. สมาธิกถา
๗. ธัมมัฏฐตตากถา
๘. อนิจจตากถา.
วรรคที่ ๑๑ จบ. -----------------------------------------------------