สาสนกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สาสนกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ สาสนกถา
สาสนํ นวํ กตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานา นวํ กตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาสนํ นวํ กตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ อิทฺธิปาทา ฯเปฯ อินฺทฺริยา ฯเปฯ พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา นวํ กตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ โอฆนิยํ โยคนิยํ นีวรณิยํ ปรามฏฺฐํ อุปาทานิยํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ศาสนาได้แปลงใหม่ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว @ ที. ม. ข้อ ๑๘๘ ส. สติปัฏฐานได้แปลงใหม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ศาสนาได้แปลงใหม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ได้แปลงใหม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ศาสนาเป็นอกุศลในกาลก่อน ได้แปลงให้เป็นกุศลในภายหลัง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ศาสนาเป็นสาสวะ ฯลฯ เป็นสัญโญชนิยะ เป็นคันถนิยะ เป็นโอฆนิยะเป็นโยคนิยะ เป็นนีวรณิยะ เป็นปรามัฏฐะ เป็นอุปาทานิยะ ฯลฯ เป็นสังกิเลสิกะในกาลก่อน ได้แปลงให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ โกจิ ตถาคตสฺส สาสนํ นวํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ สติปฏฺฐาเน นวํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ สมฺมปฺปธาเน ฯเปฯ อิทฺธิปาเท ฯเปฯ อินฺทฺริเย ฯเปฯ พเล ฯเปฯ โพชฺฌงฺเค นวํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาของพระตถาคตใหม่ได้ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลไร ที่แปลงสติปัฏฐานใหม่ได้ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลไร ที่แปลงสัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ใหม่ได้ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อนให้เป็นกุศลในภายหลังได้ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาอันเป็นสาสวะ ฯลฯ อันเป็นสังกิเลสิกะในกาลก่อน ให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังได้ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ลพฺภา ตถาคตสฺส สาสนํ ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ลพฺภา สติปฏฺฐานา ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา สมฺมปฺปธานา อิทฺธิปาทา อินฺทฺริยา พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาสนกถา ฯ ---------
ส. ศาสนาของพระตถาคตจะแปลงใหม่อีกได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติปัฏฐานจะแปลงใหม่อีกได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ จะแปลงใหม่อีกได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อน จะแปลงให้เป็นกุศลในภายหลังได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ศาสนาอันเป็นสาสวะ ฯลฯ อันเป็นสังกิเลสิกะในกาลก่อน จะแปลงให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังได้ หรือ? สาสนกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๑. สาสนกถา (๒๐๐) ๒๑. เอกวีสติมวรรค ๑. สาสนกถา (๒๐๐) ว่าด้วยหลักคำสอน
สก. คำสอน ดัดแปลงใหม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สติปัฏฐานดัดแปลงใหม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คำสอนดัดแปลงใหม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ ดัดแปลงใหม่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คำสอนที่เป็นอกุศลในกาลก่อน ในภายหลังดัดแปลงให้เป็นกุศลได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คำสอนที่เนื่องด้วยอาสวะ ฯลฯ เนื่องด้วยสังโยชน์ ฯลฯ เนื่องด้วยคันถะฯลฯ เนื่องด้วยโอฆะ ฯลฯ เนื่องด้วยโยคะ ฯลฯ เนื่องด้วยนิวรณ์ ฯลฯ เนื่องด้วยปรามาส ฯลฯ เนื่องด้วยอุปาทาน ฯลฯ เนื่องด้วยสังกิเลสในกาลก่อน ในภายหลังดัดแปลงไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ คำสอน หมายถึงหลักคำสอนของพระตถาคต (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๗๘/๓๑๔) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๗๘/๓๑๔)@ เพราะมีความเห็นว่า การทำสังคายนาก็คือการปรับปรุงคำสอนใหม่ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า@การทำสังคายนามิใช่การปรับปรุงคำสอนใหม่ แต่เป็นการรวบรวมและจัดหมวดหมู่คำสอนเดิม@เพราะคำสอนเดิมของพระพุทธเจ้าไม่มีใครสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๗๘/๓๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๑. สาสนกถา (๒๐๐) สก. บุคคลบางคนดัดแปลงคำสอนของพระตถาคตใหม่ได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางคนดัดแปลงสติปัฏฐานใหม่ได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลบางคนดัดแปลงสัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ใหม่ได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลบางคนดัดแปลงคำสอนที่เคยเป็นอกุศลในกาลก่อน ในภายหลัง ดัดแปลงให้เป็นกุศลได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลบางคนดัดแปลงคำสอนที่เนื่องด้วยอาสวะ ฯลฯ เนื่องด้วย สังกิเลสในกาลก่อน ในภายหลังดัดแปลงไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คำสอนของพระตถาคตดัดแปลงใหม่อีกได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สติปัฏฐานดัดแปลงใหม่อีกได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ ดัดแปลงใหม่อีกได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คำสอนที่เคยเป็นอกุศลในกาลก่อน ในภายหลังดัดแปลงให้เป็นกุศลได้ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๒. อวิวิตตกถา (๒๐๑) สก. คำสอนที่เนื่องด้วยอาสวะ ฯลฯ เนื่องด้วยสังกิเลสในกาลก่อน ในภายหลังดัดแปลงไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สาสนกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสาสนกถา ว่าด้วยศาสนา
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องศาสนา คือคำสั่งสอนหรือพระธรรมวินัย.
ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะบางพวกว่า ศาสนาแต่งขึ้นใหม่ด้วย ว่าบุคคลบางคนย่อมแปลงศาสนาของพระตถาคตขึ้นใหม่ด้วย ว่าศาสนาของพระตถาคตบุคคลสามารถแต่งใหม่ได้ด้วย ทั้งนี้ โดยหมายเอาการสังคายนาทั้ง ๓ ครั้ง ดังนี้.
คำถามของสกวาทีในกถาแม้ทั้ง ๓ หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า สติปัฏฐานได้แปลงใหม่หรือ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อติเตียนปัญหาแม้ทั้ง ๓ ด้วยคำว่า อริยธรรมทั้งหลายมีสติปัฏฐานเป็นต้นก็ดีเทศนาแห่งกุศลธรรมเป็นต้นก็ดี ชื่อว่าศาสนา. ในศาสนานั้น เว้นธรรมทั้งหลายมีสติปัฏฐานเป็นต้นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่ชนเหล่าใดแล้ว ศาสนาชื่อว่าอันบุคคลนั้นทำขึ้นใหม่โดยการกระทำธรรมเหล่าอื่นให้เป็นสติปัฏฐานเป็นต้น หรือกระทำอกุศลธรรมเป็นต้นให้เป็นกุศลธรรมเป็นต้น หรือว่าศาสนาอันใครๆ กระทำแล้วอย่างนั้นมีอยู่ หรือพึงอาจเพื่อทำอย่างนั้นได้มีอยู่หรือ ดังนี้.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวงพึงทราบตามพระบาลีนั่นแล.
อรรถกถาสาสนกถา จบ. -----------------------------------------------------