อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๗๓

ปัจจุปปันนญาณกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๗๓–๑๐๗๔2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปัจจุปปันนญาณกถา

ข้อ ๑๐๗๓

ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ผสฺเสน ตํ ผสฺสํ ผุสติ ตาย เวทนาย ตํ เวทนํ เวเทติ ตาย สญฺญาย ตํ สญฺญํ สญฺชานาติ ตาย เจตนาย ตํ เจตนํ เจเตติ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ จินฺเตติ เตน วิตกฺเกน ตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ เตน วิจาเรน ตํ วิจารํ วิจาเรติ ตาย ปีติยา ตํ ปีตึ ปิยายติ ตาย สติยา ตํ สตึ สรติ ตาย ปญฺญาย ตํ ปญฺญํ ปชานาติ เตน ขคฺเคน ตํ ขคฺคํ ฉินฺทติ เตน ผรสุนา ตํ ผรสุํ ตจฺฉติ ตาย กุธาริยา ตํ กุธารึ ตจฺฉติ ตาย วาสิยา ตํ วาสึ ตจฺฉติ ตาย สูจิยา ตํ สูจึ สิพฺเพติ เตน องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามสติ เตน นาสิกคฺเคน ตํ นาสิกคฺคํ ปรามสติ เตน มตฺถเกน ตํ มตฺถกํ ปรามสติ เตน คูเถน ตํ คูถํ โธวติ เตน มุตฺเตน ตํ มุตฺตํ โธวติ เตน เขเฬน ตํ เขฬํ โธวติ เตน ปุพฺเพน ตํ ปุพฺพํ โธวติ เตน โลหิเตน ตํ โลหิตํ โธวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ความรู้ในปัจจุบัน (สภาวะที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า) มีอยู่หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ?@ วิ. มหาวรรค เล่ม ๒ ข้อ ๗๑ หน้า ๙๑ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ด้วยความรู้นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ได้ด้วยความรู้นั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลถูกต้องผัสสะนั้นได้ด้วยผัสสะนั้น เสวยเวทนานั้นได้ด้วยเวทนานั้น จำสัญญานั้นได้ด้วยสัญญานั้น ตั้งเจตนานั้นได้ด้วยเจตนานั้น คิดจิตนั้นได้ด้วยจิตนั้น ตรึกวิตกนั้นได้ด้วยวิตกนั้น ตรองวิจารนั้นได้ด้วยวิจารนั้น ดื่มปีตินั้นได้ด้วยปีตินั้น ระลึกสตินั้นได้ด้วยสตินั้น ทราบชัดปัญญานั้นได้ด้วยปัญญานั้น ตัดขันธ์นั้นได้ด้วยขันธ์นั้น ถากขวานนั้นได้ด้วยขวานนั้น ถากผึ่งนั้นได้ด้วยผึ่งนั้น ถากมีดนั้นได้ด้วยมีดนั้นเย็บเข็มนั้นได้ด้วยเข็มนั้น ลูบคลำปลายองคุลีนั้นได้ด้วยปลายองคุลีนั้นลูบคลำปลายนาสิกนั้นได้ด้วยปลายนาสิกนั้น ลูบคลำกระหม่อมนั้นได้ด้วยกระหม่อมนั้น ล้างคูถนั้นได้ด้วยคูถนั้น ล้างมูตรนั้นได้ด้วยมูตรนั้นล้างเขฬะนั้นได้ด้วยเขฬะนั้น ล้างหนองนั้นได้ด้วยหนองนั้น ล้างเลือดนั้นได้ด้วยเลือดนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๐๗๔

น วตฺตพฺพํ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา ฯ -------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว แม้ความรู้นั้น ก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว แม้ความรู้นั้นก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่ปัจจุปปันนญาณกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) ว่าด้วยปัจจุปปันนญาณ

ข้อ ๔๔๑

สก. ปัจจุปปันนญาณ มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นได้ด้วยปัจจุปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นว่าเป็นญาณ ได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รู้ญาณนั้นว่าเป็นญาณ ได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณนั้นเป็นอารมณ์ของปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ญาณนั้นเป็นอารมณ์ของปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปัจจุปปันนญาณ หมายถึงญาณที่หยั่งรู้อารมณ์ปัจจุบันซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ช่วง คือ (๑) ขณะปัจจุบัน (ช่วง@ที่จิตดวงหนึ่งๆ เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป) (๒) สันตติปัจจุบัน (ช่วงที่สืบต่อมาจากช่วงที่ ๑ ประมาณ ๒ หรือ ๓@วิถีจิต) (๓) อัทธานปัจจุบัน (ช่วงเวลาที่ยาวกว่า ๒ ช่วงแรกออกไป) ซึ่งฝ่ายปรวาทีเห็นว่า ปัจจุปปันนญาณ@สามารถรู้ปัจจุบันได้ทั้ง ๓ ช่วง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ปัจจุปปันนญาณสามารถรู้ได้เฉพาะ@ช่วงที่ ๒ กับ ช่วงที่ ๓ เท่านั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๔๑/๒๑๔) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๔๑/๒๑๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) สก. ถูกต้องผัสสะนั้นด้วยผัสสะนั้น เสวยเวทนานั้นด้วยเวทนานั้น จำ สัญญานั้นด้วยสัญญานั้น จงใจเจตนานั้นด้วยเจตนานั้น คิดจิตนั้นด้วยจิตนั้น ตรึกวิตกนั้นด้วยวิตกนั้น ตรองวิจารนั้นด้วยวิจารนั้น เอิบอิ่มปีตินั้นด้วยปีตินั้น ระลึกสตินั้นด้วยสตินั้น รู้ชัดปัญญานั้นด้วยปัญญานั้น ตัดดาบนั้นด้วยดาบนั้น ถากขวานนั้นด้วยขวานนั้น ถากผึ่งนั้นด้วยผึ่งนั้น ถากมีดนั้นด้วยมีดนั้น เย็บเข็ม นั้นด้วยเข็มนั้น ลูบคลำปลายนิ้วมือนั้นด้วยปลายนิ้วมือนั้น ลูบคลำปลายจมูกนั้น ด้วยปลายจมูกนั้น ลูบคลำกระหม่อมนั้นด้วยกระหม่อมนั้น ล้างคูถนั้นด้วยคูถนั้น ล้างมูตรนั้นด้วยมูตรนั้น ล้างน้ำลายนั้นด้วยน้ำลายนั้น ล้างน้ำหนองนั้นด้วย น้ำหนองนั้น ล้างเลือดนั้นด้วยเลือดนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๔๔๒

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ปัจจุปปันนญาณมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงแล้วก็เป็นอันเห็นญาณนั้น โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากเมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงแล้วก็เป็นอันเห็นญาณนั้นโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“ปัจจุปปันนญาณมีอยู่” ปัจจุปปันนญาณกถา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๗๐}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาปัจจุบันปันนญาณกถา ว่าด้วยความรู้ในปัจจุบัน

บัดนี้ ชื่อว่าเป็นเรื่องปัจจุบันนญาณ คือความรู้ในปัจจุบัน.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิด ดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ญาณในปัจจุบันทั้งปวงมีอยู่โดยไม่แปลกกัน เพราะอาศัยพระบาลีว่าเมื่อเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของไม่เที่ยง ญาณแม้นั้น ย่อมชื่อว่าเป็นญาณอันบุคคลนั้นเห็นแล้วโดยความเป็นของไม่เที่ยง ดังนี้สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า ความรู้ในปัจจุบัน เป็นต้น คำรับรองเป็นของปรวาที.

ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวซักถามปรวาทีนั้นด้วยคำว่า บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้นหรือเพื่อท้วงว่า ผิว่า ญาณในปัจจุบันมีโดยไม่แปลกกันแล้ว บุคคลก็พึงรู้ญาณแม้ในปัจจุบันขณะ ด้วยญาณนั้นได้เมื่อเป็นเช่นนี้ ญาณทั้ง ๒ ก็ไม่ใช่ญาณอันเดียวกัน บุคคลจะพึงรู้ญาณนั้นด้วยญาณนั้นได้อย่างไร.

ในปัญหาเหล่านั้นปัญหาที่ ๑ ปรวาทีปฏิเสธว่า ไม่อาจรู้ญาณนั้นด้วยญาณนั้นได้. ในปัญหาที่ ๒ ปรวาทีตอบรับรอง หมายเอาการสืบต่อ.

ปัญหานั้น อธิบายว่า เมื่อบุคคลเห็นอยู่ซึ่งความแตกดับไปแห่งสังขารทั้งหลายโดยลำดับ บุคคลนั้นชื่อว่าย่อมเห็นภังคานุปัสสนาญาณได้ด้วยภังคานุปัสสนาญาณนั้นนั่นแหละ.

แม้ในคำทั้งหลายคำว่า บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้นหรือ เป็นต้น ก็นัยนี้.

คำทั้งหลายที่สกวาทีกล่าวว่า บุคคลถูกต้องผัสสะนั้นได้ด้วยผัสสะนั้น เป็นต้น เพื่อห้ามโอกาสอันมีเลศนัยของปรวาทีนั้น. ก็เพื่อให้ลัทธิตั้งไว้ ปรวาทีกล่าวคำใดว่า เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้วแม้ความรู้นั้นก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วยมิใช่หรือ คำตอบรับรองเป็นของสกวาที.

ในปัญหานั้นอธิบายว่า ญาณนั้นชื่อว่าเห็นแล้วโดยนัย แต่ไม่เห็นโดยอารมณ์ เพราะฉะนั้น ลัทธิที่ปรวาทีตั้งไว้แล้วอย่างนี้ ก็ไม่เป็นอันตั้งไว้ได้เลย ดังนี้แล.

อรรถกถาปัจจุปปันนญาณกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา