อสาตราคกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อสาตราคกถา
๑๕๓๑อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุกฺขาภินนฺทิโน สตฺตา อตฺถิ เกจิ ทุกฺขํ ปตฺเถนฺติ ปิเหนฺติ เอสนฺติ คเวสนฺติ ปริเยสนฺติ ทุกฺขํ อชฺโฌสาย ติฏฺฐนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สุขาภินนฺทิโน สตฺตา อตฺถิ เกจิ สุขํ ปตฺเถนฺติ ปิเหนฺติ เอสนฺติ คเวสนฺติ ปริเยสนฺติ สุขํ อชฺโฌสาย ติฏฺฐนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุขาภินนฺทิโน สตฺตา อตฺถิ เกจิ สุขํ ปตฺเถนฺติ ปิเหนฺติ เอสนฺติ คเวสนฺติ ปริเยสนฺติ สุขํ อชฺโฌสาย ติฏฺฐนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ
๑๕๓๒อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุกฺขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ สุขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ
๑๕๓๓น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา โส เอวํ อนุโรธวิโรธํ สมาปนฺโน ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวทยติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา โส ตํ เวทนํ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ อสาตราโคติ ฯ อสาตราคกถา ฯ ------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. อสาตราคกถา (๑๓๓) ว่าด้วยความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ
สก. ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ยินดีอย่างยิ่งในทุกข์ บางพวกปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาทุกข์ ยึดทุกข์ ดำรงอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ยินดีอย่างยิ่งในสุข บางพวกปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาสุข ยึดสุข ดำรงอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๒๓/๑๘๗-๑๘๙ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๗๔/๒๗๑) @ เพราะมีความเห็นว่า ความยินดีแม้ในทุกขเวทนาก็มีได้ โดยอ้างพระสูตรที่ว่า ‘โส เอวํ อนุโรธวิโรธํ สมาปนฺนํ’@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ความยินดีที่เกิดจากทุกขเวทนาโดยตรงไม่มี แต่ที่อาศัยทุกขเวทนา@เกิดมีอยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๗๔/๒๗๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๘. อสาตราคกถา (๑๓๓) สก. หากสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ยินดีอย่างยิ่งในสุข บางพวกปรารถนา กระหยิ่ม แสวงหา ค้นหา เสาะหาสุข ยึดสุข ดำรงอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ความ ยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่” สก. ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในทุกขเวทนา ปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา ปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ในทุกขเวทนา มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ในสุขเวทนา ปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ใน ทุกขเวทนา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “บุคคลนั้นสมบูรณ์ด้วยความยินดีหรือความยินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นสุขเวทนา ทุกข-เวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนาก็ตาม เขาย่อมเพลิดเพลิน บ่นถึง ติดใจเวทนานั้น”มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจจึงมีอยู่ อสาตราคกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๔๐๙/๔๔๔-๔๔๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๒๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอสาตราคกถา ว่าด้วยความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ คือความยินดีในทุกขเวทนา.
ในเรื่องนั้น พระสูตรว่า บุคคล...เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม เขาเพลิดเพลิน บ่นถึง หมกมุ่นเวทนานั้น ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยสามารถแห่งความเพลิดเพลินในสิ่งที่บุคคลประสบมาแล้ว.
ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า ความยินดีเพลิดเพลินแม้ในทุกขเวทนา ด้วยอำนาจแห่งความชอบใจในราคะ เพราะอาศัยคำในพระสูตรว่า บุคคลนั้นประสบความยินดียิ่ง มีอยู่ เหตุใด เพราะเหตุนั้น ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจก็ต้องมีอยู่ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ในบรรดาคำเหล่านั้น คำว่า ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ ความว่า ปรวาทีตอบรับรองว่า ใช่ ด้วยสามารถแห่งลัทธิ เพราะกิเลสเครื่องทำใจให้เศร้าหมองในข้อว่า โอหนอ ความยินดีนั้นนั่นแหละพึงมีแก่เราในการเสวยทุกข์อันไม่ชอบใจ.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อนึ่ง ในพระสูตรว่า เขาเพลิดเพลินบ่นถึงหมกมุ่นเวทนานั้น อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่า ความเกิดขึ้นแห่งราคะย่อมหมุนกลับมาปรารภทุกขเวทนานั่นแหละย่อมไม่มีแต่เมื่อถือเอาโดยส่วนรวมแล้ว บุคคลเมื่อพิจารณาเห็นอยู่ซึ่งธรรมอันมีการเสวยอารมณ์เป็นลักษณะ หรือซึ่งทุกขเวทนานั่นเทียวโดยความเป็นอัตตาเขาย่อมยินดีเวทนานั้นด้วยความยินดีต่อสิ่งที่ตนประสบแล้ว กล่าวคือในความรู้ต่อสิ่งที่ตนทราบแล้ว มิใช่ยินดีในความเปลี่ยนแปลงมาเป็นทุกขเวทนาบุคคลผู้ถูกทุกขเวทนาครอบงำแล้วแม้ปรารถนาซึ่งกามสุขอันเป็นฝ่ายตรงข้ามกับทุกขเวทนานั้น ก็ชื่อว่าย่อมยินดีต่อทุกขเวทนาความยินดีในทุกขเวทนาแห่งปัญหานี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ดังนี้ เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาอสาตราคกถา จบ. -----------------------------------------------------