ชรามรณกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ชรามรณกถา
๑๖๒๐โลกุตฺตรานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ โลกุตฺตรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปตฺติมคฺคสฺส ชรามรณํ โสตาปตฺติมคฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปตฺติมคฺคสฺส ชรามรณํ โสตาปตฺติมคฺโคติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลสฺส ชรามรณํ โสตาปตฺติผลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺคสฺส ฯเปฯ สกทาคามิผลสฺส ฯเปฯ อนาคามิมคฺคสฺส ฯเปฯ อนาคามิผลสฺส ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคสฺส ชรามรณํ อรหตฺตมคฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคสฺส ชรามรณํ อรหตฺตมคฺโคติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺตผลสฺส ชรามรณํ อรหตฺตผลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติปฏฺฐานานํ สมฺมปฺปธานานํ อิทฺธิปาทานํ อินฺทฺริยานํ พลานํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคานํ ชรามรณํ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๒๑น วตฺตพฺพํ โลกุตฺตรานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ โลกุตฺตรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ โลกุตฺตรนฺติ ฯ ชรามรณกถา ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ชรามรณกถา (๑๕๐) ว่าด้วยชรามรณะ
สก. ชรามรณะแห่งโลกุตตรธรรมเป็นโลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นมรรค ผล นิพพาน โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ฯลฯ โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติมรรคเป็นโสดาปัตติมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติมรรคเป็นโสดาปัตติมรรคใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติผลเป็นโสดาปัตติผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๒๖/๒๘๐) @ เพราะมีความเห็นว่า ชรา (ความแก่) และมรณะ (ความตาย) ของโลกุตตรธรรมจัดเป็นโลกุตตระ ซึ่งต่าง@กับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ชรามรณะเป็นสภาวธรรมที่ไม่สำเร็จ จึงไม่อาจจัดเป็นโลกิยะหรือ@โลกุตตระ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๒๖/๒๘๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๖. ชรามรณกถา (๑๕๐) สก. ชรามรณะแห่งสกทาคามิมรรค ฯลฯ สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิ- มรรค ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ ชรามรณะแห่งอรหัตตมรรคเป็นอรหัตตมรรค ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งอรหัตตมรรคเป็นอรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งอรหัตตผลเป็นอรหัตตผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งสติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ ชรามรณะแห่งโพชฌงค์ เป็นโพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ชรามรณะแห่งโลกุตตรธรรมเป็นโลกุตตระ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เป็นโลกิยะใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ชรามรณะจึงเป็นโลกุตตระ ชรามรณกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาชรามรณกถา ว่าด้วยชราและมรณะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องชราและมรณะ.
ในเรื่องนั้น ธรรมดาว่า ชราและมรณะไม่ควรกล่าวว่าเป็นโลกีย์หรือโลกุตตระ เพราะมิใช่เป็นสภาวะที่สำเร็จแล้ว คือมิใช่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเหมือนธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น.
จริงอยู่ ในทุกมาติกาว่า โลกิยา ธมฺมา โลกุตฺตรา ธมฺมา ดังนี้ ชราและมรณะไม่สำเร็จในโลกิยบท ได้แก่จิต ๘๑ เจตสิก ๕๒ รูป ๒๘ และโลกุตตรบท ได้แก่โลกุตตรจิต ๘ เจตสิก ๓๖ นิพพาน.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะทั้งหลายว่า ชราและมรณะของโลกุตตรธรรมเป็นโลกุตตระ เพราะไม่ถือเอาสภาวะนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแล.
อรรถกถาชรามรณกถา จบ. -----------------------------------------------------