อภิญญานุโยค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๖๕น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ {๑๖๕.๑} น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ ปรจิตฺตํ ชานาติ ฯเปฯ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ ฯเปฯ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ {๑๖๕.๒} อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย อิทฺธึ วิกุพฺพติ เสฺวว ปุคฺคโล โย อิทฺธึ น วิกุพฺพติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โย ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ โย ปรจิตฺตํ ชานาติ ฯเปฯ โย ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ ฯเปฯ โย ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ โย อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรติ เสฺวว ปุคฺคโล โย อาสวานํ ขยํ น สจฺฉิกโรติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อภิญฺญานุโยโค ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๑. ปุคคลกถา ๑๔. อภิญญานุโยคะ ว่าด้วยการซักถามถึงอภิญญา
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ข้าพเจ้าหยั่งรู้บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์”ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลบางคนแสดงฤทธิ์ได้ มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลบางคนแสดงฤทธิ์ได้มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“ข้าพเจ้าหยั่งรู้บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ข้าพเจ้าหยั่งรู้บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์”ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลบางคนฟังเสียงด้วยทิพยโสตธาตุได้ ฯลฯ รู้จิตของบุคคลอื่นได้ฯลฯ หวนระลึกถึงชาติปางก่อนได้ ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุได้ ฯลฯ ทำให้แจ้งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลบางคนทำให้แจ้งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ข้าพเจ้าหยั่งรู้บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์”
สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “บุคคลบางคนแสดงฤทธิ์ได้มีอยู่” จึงยอม รับว่า “ข้าพเจ้าหยั่งรู้บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้แสดงฤทธิ์ได้เท่านั้นจึงจัดเป็นบุคคล บุคคลผู้แสดงฤทธิ์ไม่ได้ไม่จัดเป็นบุคคลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๑. ปุคคลกถา
สก. บุคคลผู้ฟังเสียงด้วยทิพยโสตธาตุได้ ฯลฯ รู้จิตของบุคคลอื่นได้ฯลฯ หวนระลึกถึงชาติปางก่อนได้ ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุได้ ฯลฯ ทำให้แจ้งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้ จึงจัดเป็นบุคคล บุคคลผู้ทำให้แจ้งความสิ้นไปแห่งอาสวะไม่ได้ไม่จัดเป็นบุคคลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อภิญญานุโยคะ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอภิญญานุโยค ว่าด้วยการซักถามถึงผู้ได้อภิญญา
เบื้องหน้าแต่นี้ไป เป็นการพิสูจน์พระอรหัตต์ ด้วยสามารถแห่งคำซักถามถึงผู้ได้อภิญญาเป็นต้น. ในปัญหานั้น เมื่อพระสกวาทีตอบรับรองคำว่า ใช่แล้ว ปรวาทีผู้มีความสำคัญอยู่ว่า บุคคลผู้บรรลุคุณวิเศษมีอิทธิฤทธิ์ เป็นต้นไม่มีในอนินทริยพัทธรูปภายนอกมีแต่ภายในบุคคล ฉะนั้น บุคคลผู้ให้ฤทธิ์เป็นต้นเกิดขึ้นพึงมี จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้มีอยู่มิใช่หรือ.
คำทั้งหมดนั้น มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น แล.
อรรถกถาอภิญญานุโยค จบ. -----------------------------------------------------