รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
รูปํ รูปาวจรารูปาวจรนฺติกถา
๑๖๗๙อตฺถิ รูปํ รูปาวจรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมาปตฺเตสิยํ อุปปตฺเตสิยํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคตํ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เอกุปฺปาทํ เอกนิโรธํ เอกวตฺถุกํ เอการมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สมาปตฺเตสิยํ น อุปปตฺเตสิยํ น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ น สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคตํ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เอกุปฺปาทํ เอกนิโรธํ เอกวตฺถุกํ เอการมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สมาปตฺเตสิยํ น อุปปตฺเตสิยํ น ทิฏฺฐธมฺม- สุขวิหารํ น สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ฯเปฯ เอการมฺมณํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ รูปํ รูปาวจรนฺติ ฯ
๑๖๘๐อตฺถิ รูปํ อรูปาวจรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมาปตฺเตสิยํ อุปปตฺเตสิยํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคตํ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เอกุปฺปาทํ เอกนิโรธํ เอกวตฺถุกํ เอการมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สมาปตฺเตสิยํ น อุปปตฺเตสิยํ น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ น สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ฯเปฯ เอการมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สมาปตฺเตสิยํ น อุปปตฺเตสิยํ ฯเปฯ เอกวตฺถุกํ เอการมฺมณํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ รูปํ อรูปาวจรนฺติ ฯ
๑๖๘๑น วตฺตพฺพํ อตฺถิ รูปํ รูปาวจรํ อตฺถิ รูปํ อรูปาวจรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กามาวจรกมฺมสฺส กตตฺตา รูปํ กามาวจรนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามาวจรกมฺมสฺส กตตฺตา รูปํ กามาวจรํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ รูปาวจรกมฺมสฺส กตตฺตา รูปํ รูปาวจรํ อรูปาวจรกมฺมสฺส กตตฺตา รูปํ อรูปาวจรนฺติ ฯ รูปํ รูปาวจรารูปาวจรนฺติกถา ฯ ------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๖. โสฬสมวรรค] ๙. รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา (๑๖๔) ๙. รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา (๑๖๔) ว่าด้วยรูปเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร
สก. รูปที่เป็นรูปาวจรมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปเป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกันมีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ดวงที่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่ไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ดวงที่แสวงหาอุบัติ ดวงที่ไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากรูปไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ฯลฯ มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่ไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ฯลฯ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปที่เป็นรูปาวจรมีอยู่”
สก. รูปเป็นอรูปาวจรมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๖๘-๗๗๐/๒๘๘) @ เพราะมีความเห็นว่า รูปใดเกิดเพราะกรรมอันเป็นส่วนกามาวจร รูปนั้นก็เป็นกามาวจร รูปใดเกิดเพราะ@กรรมอันเป็นส่วนรูปาวจรและอรูปาวจร รูปนั้นก็เป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ซึ่งต่างกับความเห็นของ@สกวาทีที่เห็นว่า รูปทั้งหมดเป็นกามาวจร (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๖๘-๗๗๐/๒๘๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๖. โสฬสมวรรค] ๙. รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา (๑๖๔) สก. รูปเป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกันมีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ดวงที่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ไม่เป็น เครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ฯลฯ มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่ไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ฯลฯ มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากรูปไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ฯลฯ มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกัน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปเป็นอรูปาวจรมีอยู่”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นรูปาวจรก็มี เป็นอรูปาวจรก็มี” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปชื่อว่าเป็นกามาวจร เพราะบุคคลได้ทำกรรมที่เป็นกามาวจรไว้มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากรูปชื่อว่าเป็นกามาวจร เพราะบุคคลได้ทำกรรมที่เป็นกามาวจรไว้ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “รูปชื่อว่าเป็นรูปาวจร เพราะบุคคลได้ทำกรรมที่เป็นรูปาวจรไว้ รูปชื่อว่าเป็นอรูปาวจร เพราะบุคคลได้ทำกรรมที่เป็นอรูปาวจรไว้”รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๑๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถารูปัง รูปาวจรารูปาวจรันติกถา ว่าด้วยรูปเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า รูปใดเกิดขึ้น เพราะทำกรรมอันเป็นส่วนกามาวจร รูปนั้นก็เป็นกามาวจร เหตุใด เพราะเหตุนั้น รูปใดที่เกิดขึ้นแม้เพราะทำกรรมอันเป็นส่วนรูปาวจรและอรูปาวจร รูปนั้นก็พึงเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า รูปเป็นรูปาวจรและอรูปาวจรมีอยู่หรือ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีนัยตามที่กล่าวในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถารูปัง รูปาวจรารูปาวจรันติกถา จบ. -----------------------------------------------------