นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติกถา
๑๗๐๘น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ
๑๗๐๙น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ
๑๗๑๐น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ สงฺฆสฺส ทานํ เทนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ สงฺฆสฺส ทานํ เทนฺติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ สงฺฆสฺส จีวรํ เทนฺติ ฯเปฯ ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ เสนาสนํ เทนฺติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทนฺติ ขาทนียํ เทนฺติ โภชนียํ เทนฺติ ฯเปฯ ปานียํ เทนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ สงฺฆสฺส ปานียํ เทนฺติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ
๑๗๑๑น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อาหุติ ชาตเวโทว มหาเมฆํว เมทนี สงฺโฆ สมาธิสมฺปนฺโน ปฏิคฺคณฺหาติ ทกฺขิณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ
๑๗๑๒สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ปฏิคฺคณฺหาติ ผลํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาตีติกถา ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๖. นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา (๑๗๑) ๖. นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา (๑๗๑) ว่าด้วยไม่ควรยอมรับว่าพระสงฆ์รับทักษิณา
สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสงฆ์เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสงฆ์เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นผู้ควร แก่ทักษิณามิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นผู้ ควรแก่ทักษิณา ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางพวกที่ถวายทานแด่พระสงฆ์มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายเวตุลลกะ (มหาปุญญวาที) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๑-๗๙๒/๒๙๓-๒๙๔)@ เพราะมีความเห็นว่า ว่าโดยปรมัตถ์ มรรคและผลเท่านั้นชื่อว่าสงฆ์ ขึ้นชื่อว่าสงฆ์อื่นไปจากมรรคและผล@ย่อมไม่มี มรรคและผลย่อมรับอะไรๆ ไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่ควรกล่าวว่า พระสงฆ์รับทักษิณาได้@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๑-๗๙๒/๒๙๓-๒๙๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๖. นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา (๑๗๑) สก. หากบุคคลบางพวกที่ถวายทานแด่พระสงฆ์มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควร ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” สก. บุคคลบางพวกที่ถวายจีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ฯลฯ ของเคี้ยว ฯลฯ ของบริโภค ฯลฯ น้ำดื่มแด่ พระสงฆ์มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลบางพวกที่ถวายน้ำดื่มแด่พระสงฆ์มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควร ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์รับทักษิณาได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “พระสงฆ์ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาธิย่อมรับทักษิณาได้ เหมือนไฟรับการบูชา เหมือนแผ่นดินรับน้ำฝนจากเมฆ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น พระสงฆ์จึงรับทักษิณาได้
ปร. พระสงฆ์รับทักษิณาได้ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. มรรครับได้ ผลก็รับได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ นวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๒๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถา ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญ
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญ.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเวตุลลกะกล่าวคือมหาปุญญวาที ในขณะนี้ว่า เมื่อว่าโดยปรมัตถ์แล้วพระสงฆ์ก็คือมรรคและผลเท่านั้น ชื่อว่าพระสงฆ์อื่นนอกจากมรรคผลย่อมไม่มี ก็มรรคและผลจะรับอะไรได้ ฉะนั้น ไม่ควรกล่าวว่าพระสงฆ์รับทักขิณาทาน คือของทำบุญ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า ไม่พึงกล่าวเป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า พระสงฆ์เป็นอาหุเนยยบุคคล ผู้ควรของบูชามิใช่หรือ เพื่อท้วงว่า ผิว่า ตามลัทธิของท่าน พระสงฆ์ไม่พึงรับทักขิณาทานได้ไซร้ พระศาสดาก็จะไม่พึงยกย่องพระสงฆ์ว่า เป็นผู้ควรแก่บูชา เป็นต้น.
ข้อว่า คนบางคนถวายทานแก่พระสงฆ์ สกวาทีกล่าวเพื่อจะท้วงว่า บุคคลเหล่าใดย่อมถวายทานแก่พระสงฆ์ ครั้นเมื่อผู้รับทานไม่มี บุคคลเหล่านั้นจะพึงถวายทานแก่ใครเล่า ดังนี้.
พระสูตรว่า ดุจไฟรับการบูชา ดังนี้ ท่านนำมาจากลัทธิอื่น.
ในคำเหล่านั้นคำว่า มหาเมฆ ท่านกล่าวหมายเอาเมฆคือฝน.
จริงอยู่ แผ่นดินย่อมรองรับน้ำฝนมิใช่รองรับเมฆเลย.
คำว่า มรรครับทักขิณาทานได้หรือ ปรวาทีย่อมกล่าวตามลัทธิว่า มรรคและผลเป็นพระสงฆ์ ดังนี้ อันที่จริงมรรคและผลนั้นมิใช่พระสงฆ์ แต่บุคคล ๘ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติแล้วชื่อว่า พระสงฆ์ เพราะท่านอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่บริสุทธิ์โดยความปรากฏเกิดขึ้นแห่งมรรคและผล เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์ว่า มรรคผลเป็นพระสงฆ์ ดังนี้แล.
อรรถกถานวัตตัพพังสังโฆทักขิณังปฏิคคัณหาตีติกถา จบ. -----------------------------------------------------