เอกมัคคกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เอกมคฺคกถา
๑๗๔๗เอเกน อริยมคฺเคน จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุนฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ จตสฺสนฺนํ ปญฺญานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เอเกน อริยมคฺเคน จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อรหตฺตมคฺเคนาติ ฯ อรหตฺตมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ปรามาสํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานํ โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ {๑๗๔๗.๑} อามนฺตา ฯ หญฺจิ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานํ โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ {๑๗๔๗.๒} อามนฺตา ฯ นนุ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวํ สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวํ สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ อรหตฺตมคฺเคน อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ {๑๗๔๗.๓} อามนฺตา ฯ นนุ กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสปฺปหานํ อนาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสปฺปหานํ อนาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหตฺตมคฺเคน อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ
๑๗๔๘น วตฺตพฺพํ เอเกน อริยมคฺเคน จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ภควตา โสตาปตฺติมคฺโค ภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ภควา โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ภควตา สกทาคามิมคฺโค ฯเปฯ อนาคามิมคฺโค ภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ภควา อนาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๗๔๙ภควา เอเกน อริยมคฺเคน จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรติ สาวกา จตูหิ อริยมคฺเคหิ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวกา พุทฺธสฺส ภควโต อทิฏฺฐํ ทกฺขนฺติ อนธิคตํ อธิคจฺฉนฺติ อสจฺฉิกตํ สจฺฉิกโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เอกมคฺคกถา ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ว่าด้วยทางสายเดียว
สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียวใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มีการประชุมแห่งผัสสะ ๔ ฯลฯ ปัญญา ๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียวใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ด้วยโสดาปัตติมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยมรรคไหน ปร. ด้วยอรหัตตมรรค @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะบางพวกและนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๐/๒๙๙)@ เพราะมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถบรรลุอริยผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคเดียว คือ อรหัตตมรรค@เท่านั้น ปรวาทีมีความเห็นเช่นนี้เพราะมีความรักในพระพุทธเจ้า และไม่ได้พิจารณาโดยแยบคาบ จึงเห็นผิด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๐/๒๙๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) สก. พระผู้มีพระภาคทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วย อรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรค ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การละสังโยชน์ ๓ ประการได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นโสดาปัตติผลมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากการละสังโยชน์ ๓ ประการได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น โสดาปัตติผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉาสีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรค” สก. พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรค ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) สก. ความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น สกทาคามิผลมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสกทาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะ อย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรค” สก. พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตต-มรรคใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น อนาคามิผล มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากการละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอนาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างละเอียดพยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรค”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคมรรคเดียว” ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ปร. พระผู้มีพระภาคเจริญโสดาปัตติมรรคแล้วใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระผู้มีพระภาคเป็นพระโสดาบันใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. พระผู้มีพระภาคเจริญสกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรคแล้วใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระผู้มีพระภาคเป็นพระอนาคามีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียว แต่พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค ๔ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสาวกทั้งหลายเห็นธรรมที่พระองค์ไม่ทรงเห็น บรรลุธรรมที่พระองค์ไม่ทรงบรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระองค์ไม่ทรงทำให้แจ้งใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ เอกมัคคกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเอกมัคคกถา ว่าด้วยอริยมรรคอันเดียว
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอริยมรรคอันเดียว.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะและอุตตราปถกะบางพวกเหล่านั้นนั่นแหละว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกทาคามี เป็นพระอนาคามีและทำให้แจ้งซึ่งพระอรหันต์ แล้วก็ทำให้แจ้งซึ่งผล ๔ ด้วยอริยมรรคเดียวเท่านั้น ด้วยอำนาจความรักในพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระพุทธเจ้า โดยไม่พิจารณา ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๔ เป็นต้นเพื่อท้วงด้วยความสามารถแห่งธรรมทั้งหลายอย่างละ ๔ มีผัสสะ ๔ เป็นต้นที่เกิดขึ้นกับผลทั้ง ๔ โดยรวมเป็นอันเดียวกัน.
คำว่า ด้วยโสดาปัตติมรรค เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อถามว่า ย่อมทำให้แจ้ง ด้วยมรรคไหน? ครั้นปรวาทีตอบว่า ด้วยอรหัตตมรรค สกวาทีจึงท้วงด้วยอำนาจภาวะแห่งการละกิเลสทั้งหลายมีสักกายทิฏฐิเป็นต้น.
คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบันหรือ สกวาทีตอบปฏิเสธเพราะว่า พระพุทธเจ้าเป็นเพียงพระโสดาบันย่อมไม่มี.
แม้ใน ๒ ปัญหาข้างหน้าก็นัยนี้
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละดังนี้แล.
อรรถกถาเอกมัคคกถา จบ. -----------------------------------------------------