สมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถา
๑๗๖๔สกวาที ผู้เข้าสมาบัติ ฟังเสียงได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผู้เข้าสมาบัติ เห็นรูปด้วยจักษุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยโสตะ ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยฆานะ ฯลฯ ลิ้มรสด้วยชิวหา ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้เข้าสมาบัติ ฟังเสียงได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เข้าสมาบัติ เป็นผู้พร้อมเพรียงด้วยโสตวิญญาณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สมาธิมีแก่ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สมาธิมีแก่ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ก็ต้องไม่กล่าวว่าผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้
๑๗๖๕ส. สมาธิมีแก่ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยโสตวิญญาณ ฟังเสียงได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สมาธิมีแก่ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ผู้พร้อมเพรียงด้วยโสตวิญญาณ ฟังเสียงได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้ ส. สมาธิมีแก่ผู้พร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยโสตวิญญาณ ฟังเสียงได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๗๖๖ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติ ฟังเสียงได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกต่อปฐมฌาน มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกต่อปฐมฌาน ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติ ฟังเสียงได้ ส. เพราะพระผู้มีพระภาคตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกต่อปฐมฌาน ฉะนั้น ผู้ที่เข้าสมาบัติ จึงฟังเสียงได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคตรัสวิตก วิจารว่า เป็นข้าศึกต่อทุติยฌาน วิตกวิจารจึงมีอยู่แก่ทุติยฌานนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะพระผู้มีพระภาคตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกต่อปฐมฌาน ฉะนั้น ผู้ที่เข้าสมาบัติจึงฟังเสียงได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคตรัสปีติว่า เป็นข้าศึกต่อตติยฌาน ตรัสลมอัสสาสะปัสสาสะว่า เป็นข้าศึกต่อจตุตถฌาน ตรัสรูปสัญญาว่า เป็นข้าศึกต่อผู้เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ ตรัสอากาสานัญจายตนสัญญาว่า เป็นข้าศึกต่อผู้ที่เข้าวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ตรัสวิญญาณัญจายตนสัญญาว่า เป็นข้าศึกต่อผู้ที่เข้าอากิญจัญญายตนสมาบัติ ตรัสอากิญจัญญายตนสัญญาว่าเป็นข้าศึกต่อผู้ที่เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ตรัสสัญญาและเวทนาว่า เป็นข้าศึกต่อผู้ที่เข้าสัญญาเวทยิตโรธสมาบัติ สัญญาและเวทนาจึงมีอยู่แก่ผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัตินั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา (๑๘๔) ว่าด้วยผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียง
สก. ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผู้เข้าสมาบัติเห็นรูปทางตา ฯลฯ ฟังเสียงทางหู ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูกฯลฯ ลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกายได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผู้เข้าสมาบัติเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยโสตวิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๒๓-๘๒๕/๓๐๒)@ เพราะมีความเห็นว่า ในขณะที่เข้าสมาบัติอยู่ บุคคลสามารถได้ยินเสียงด้วยหูธรรมดาได้ โดยอ้างพระ@พุทธพจน์ที่ว่าเสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ผู้เข้าฌานไม่สามารถ@ได้ยินเสียงอะไรได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๒๓-๘๒๕/๓๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๘. สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา (๑๘๔) สก. สมาธิมีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสมาธิมีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียงได้” สก. สมาธิมีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณ ผู้พรั่งพร้อมด้วยโสตวิญญาณ ได้ยินเสียงได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากสมาธิมีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณ ผู้พรั่งพร้อมด้วยโสตวิญญาณได้ยินเสียงได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียงได้” สก. สมาธิมีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณ ผู้พรั่งพร้อมด้วยโสตวิญญาณ ได้ยินเสียงได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มีการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ จิต ๒ ดวงใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียง” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เสียง พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌานมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากเสียง พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ผู้เข้าสมาบัติได้ยินเสียง”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๘. สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา (๑๘๔)
สก. เสียงพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน เพราะเหตุ นั้น ผู้เข้าสมาบัติจึงได้ยินเสียงได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิตกวิจาร พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อทุติยฌาน ทุติยฌานนั้นยังมีวิตกวิจารใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เสียง พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน ดังนั้น ผู้เข้าสมาบัติจึงได้ยินเสียงได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปีติ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อตติยฌาน ฯลฯ ลมอัสสาสะปัสสาสะ ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อจตุตถฌาน ฯลฯ รูปสัญญา ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ อากาสานัญจายตนสัญญา ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ วิญญาณัญจายตนสัญญา ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าอากิญจัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ อากิญจัญญายตนสัญญา ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ สัญญาและเวทนา ตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ผู้เข้าสัญญาเวทยิต-นิโรธสมาบัตินั้นยังมีสัญญาและเวทนาอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๖๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสมาปันโน สัททังสุณาตีติกถา ว่าด้วยผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเสียงว่าเป็นหนามคือเป็นข้าศึก ต่อปฐมฌาน ก็ถ้าว่า ผู้เข้าฌานไม่ได้ยินเสียงไซร้ เสียงนั้นจะพึงเป็นหนาม คือเป็นข้าศึก ได้อย่างไร เหตุใด เพราะเหตุนั้น ผู้เข้าฌานย่อมได้ยินเสียง ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า ผู้เข้าสมาบัติเห็นรูปด้วยจักษุ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงด้วยคำว่า ตราบใดที่บุคคลยังเข้าฌานอยู่ อารมณ์ทางปัญจทวารย่อมไม่มี ก็ครั้นเมื่ออารมณ์ทางปัญจทวารนั้นไม่มี ก็ถ้าเขาพึงได้ยินเสียงไซร้ เขาก็พึงเห็นแม้ซึ่งรูปได้ ดังนี้.
คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเสียงว่าเป็นข้าศึก ท่านกล่าวแล้วเพราะความที่เสียงนั้นกระทำความรบกวน.
จริงอยู่ ครั้นเมื่อเสียงอันโอฬารกระทบโสตะแล้ว การออกจากฌานย่อมมีได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำนี้ เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์ว่า ผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้ ดังนี้.
____________________________
คำบาลีว่า โอฬาริเกน หิ สทฺเทน โสเต ฆฏฺฏิเต ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐานํ โหติ เตเนตํ วุตฺตํ.
คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวิตกวิจารว่าเป็นข้าศึกต่อทุติยฌานเป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อให้รู้ว่าหนามคือข้าศึกแม้อื่นๆ ไม่มีอยู่ในภายในแห่งสมาบัติ ฉันใด แม้การฟังซึ่งเสียงเป็นต้นก็ย่อมไม่มีอยู่ในสมาบัติฉันนั้น.
คำทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถาสมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา จบ. -----------------------------------------------------