อัพยากตกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อพฺยากตกถา
๑๘๖๙สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สุปินนฺเตน ปาณํ หเนยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินนฺเตน ปาณํ หเนยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ
๑๘๗๐สุปินนฺเตน อทินฺนํ อาทิเยยฺย ฯเปฯ มุสา ภเณยฺย ปิสุณํ ภเณยฺย ผรุสํ ภเณยฺย สมฺผํ ปลเปยฺย สนฺธึ ฉินฺเทยฺย นิลฺโลปํ หเรยฺย เอกาคาริกํ กเรยฺย ปริปนฺเก ติฏฺเฐยฺย ปรทารํ คจฺเฉยฺย คามฆาตกํ กเรยฺย นิคมฆาตกํ กเรยฺย สุปินนฺเตน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย สุปินคตสฺส อสุจิ มุจฺเจยฺย สุปินนฺเตน ทานํ ทเทยฺย จีวรํ ทเทยฺย ปิณฺฑปาตํ ทเทยฺย เสนาสนํ ทเทยฺย คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ทเทยฺย ขาทนียํ ทเทยฺย โภชนียํ ทเทยฺย ปานียํ ทเทยฺย เจติยํ วนฺเทยฺย เจติเย มาลํ อาโรเปยฺย คนฺธํ อาโรเปยฺย วิเลปนํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินนฺเตน เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ
๑๘๗๑น วตฺตพฺพํ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺโพหาริยํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺโพหาริยํ วุตฺตํ ภควตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อพฺยากตกถา ฯ ------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๘. อัพยากตกถา (๒๑๕) ๘. อัพยากตกถา (๒๑๕) ว่าด้วยอัพยากตจิต
สก. จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอาจฆ่าสัตว์ได้ด้วยความฝันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลอาจฆ่าสัตว์ได้ด้วยความฝัน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤต” สก. บุคคลอาจลักทรัพย์ได้ด้วยความฝัน ฯลฯ พูดเท็จ ฯลฯ พูดส่อเสียด ฯลฯ พูดคำหยาบ ฯลฯ พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ปล้นสะดม ฯลฯ ปล้นเรือนหลังเดียว ฯลฯ ดักปล้นในทางเปลี่ยว ฯลฯ ผิดภรรยาของผู้อื่น ฯลฯ ปล้นชาวบ้าน ฯลฯ ปล้นชาวนิคม ฯลฯ เสพเมถุนธรรมได้ด้วยความฝัน ฯลฯ อสุจิของผู้ฝันอาจเคลื่อนได้ ฯลฯ อาจให้ทาน ฯลฯ จีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ฯลฯ ของขบเคี้ยว ฯลฯ ของกิน ฯลฯ น้ำดื่ม ฯลฯ อาจไหว้พระเจดีย์ ฯลฯ อาจยกดอกไม้ ฯลฯ ของหอม ฯลฯ เครื่องลูบไล้ขึ้นไว้บนพระเจดีย์ ฯลฯ อาจทำประทักษิณพระเจดีย์ได้ด้วยความฝันใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๙๐๑-๙๐๒/๓๒๑)@ เพราะมีความเห็นว่า จิตของบุคคลผู้ฝันเป็นอัพยากฤต โดยอ้างพระสูตรว่า เจตนาของบุคคลผู้ฝัน@เป็นอัพโพหาริก (ไม่สามารถจะเรียกว่าเป็นกุศลหรืออกุศล) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า จิตของ@บุคคลผู้ฝันอาจจะเป็นได้ทั้งกุศล อกุศล และอัพยากฤต แต่ไม่สามารถที่จะให้ผลได้ ฉะนั้น จึงจัดเป็น@อัพโพหาริก แต่ไม่เป็นอัพยากฤต (อภิ.ปญฺจ.อ. ๙๐๑-๙๐๒/๓๒๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๙. อาเสวนปัจจยตากถา (๒๑๖) สก. หากบุคคลอาจทำประทักษิณพระเจดีย์ได้ด้วยความฝัน ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤต”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤต”ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. จิตของบุคคลผู้ฝัน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นอัพโพหาริก” มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากจิตของบุคคลผู้ฝัน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นอัพโพหาริก”ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤต”อัพยากตกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัพยากตกถา ว่าด้วยเรื่องเป็นอัพยากฤต
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องเป็นอัพยากฤต.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะบางพวกนั่นแหละว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทั้งปวงเป็นอัพยากฤตเพราะพระบาลีว่า ภิกษุทั้งหลาย เจตนาของผู้ฝันนั้นมีอยู่ แต่เจตนานั้นแลเป็นอัพโพหาริก (อัพโพหาริก แปลว่าไม่มีโวหาร คือหมายความว่า ไม่มีคำบัญญัติที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในพระวินัยว่าจะต้องเป็นอาบัติอย่างไร) ดังนี้
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามบาลีนั่นแล.
คำว่า จิตของบุคคลผู้ฝันว่าเป็นอัพโพหาริก นี้ สกวาทีกล่าวหมายถึงอาบัติ คือการต้องโทษทางวินัย.
จริงอยู่ อกุศลจิตของผู้ฝันย่อมเป็นไปด้วยอำนาจแห่งปาณาติบาตเป็นต้นแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น การทำร้ายด้วยวัตถุหามีไม่ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่อาจเพื่อบัญญัติอาบัติในที่นั้นได้. ด้วยเหตุนี้ จิตที่เป็นอัพโพหาริกนั้น จึงไม่ใช่อัพยากฤต ดังนี้แล.
อรรถกถาอัพยากตกถา จบ. -----------------------------------------------------