อาเสวนปัจจยตากถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อาเสวนปจฺจยตากถา
๑๘๗๒นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปาณาติปาโต ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต นิรยสํวตฺตนิโก ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิโก ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิโก โย สพฺพลหุโส ปาณาติปาตสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ
๑๘๗๓นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อทินฺนาทานํ ภิกฺขเว อาเสวิตํ ภาวิตํ พหุลีกตํ นิรยสํวตฺตนิกํ ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิกํ ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิกํ โย สพฺพลหุโส อทินฺนาทานสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส โภคพฺยสนสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส กาเมสุมิจฺฉาจารสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส สปตฺตเวรสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส มุสาวาทสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อพฺภูตพฺภกฺขานสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส ปิสุณาย วาจาย วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส มิตฺเตหิ เภทนสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส ผรุสาย วาจาย วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อมนาปสทฺทสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส สมฺผปฺปลาปสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อนาเทยฺยวาจสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ สุราเมรยปานํ ภิกฺขเว อาเสวิตํ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส สุราเมรยปานสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อุมฺมตฺตกสํวตฺตนิโก โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ
๑๘๗๔นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาทิฏฺฐิ ภิกฺขเว อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา นิรยสํวตฺตนิกา ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิกา ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิกาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ
๑๘๗๕นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาสงฺกปฺโป ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิ ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต ฯเปฯ ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิโกติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ
๑๘๗๖นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สมฺมาทิฏฺฐิ ภิกฺขเว อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา อมโตคธา โหติ อมตปรายนา อมตปริโยสานาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ
๑๘๗๗นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สมฺมาสงฺกปฺโป ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต อมโตคโธ โหติ อมตปรายโน อมตปริโยสาโนติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อาเสวนปจฺจยตากถา ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อาเสวนปัจจยตากถา (๒๑๖) ว่าด้วยความเป็นอาเสวนปัจจัย
สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาต (การฆ่าสัตว์) ที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมอำนวยผลให้ไปเกิดในนรกอำนวยผลให้เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อำนวยผลให้ไปเกิดในภูมิแห่งเปรต วิบากแห่งปาณาติบาตอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้มีอายุสั้นแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์”มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๙๐๓-๙๐๕/๓๒๒)@ เพราะมีความเห็นว่า สภาวธรรมทุกอย่างตั้งอยู่ชั่วขณะเดียว แม้มีสภาวธรรมบางอย่างตั้งอยู่ชั่วมุหุตตะเดียว@ก็เป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้ ฉะนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงไม่มี ธรรมบางอย่างที่เกิดเพราะ@อาเสวนปัจจัยไม่มีด้วย ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ธรรมที่ตั้งอยู่ครู่เดียวเป็นอาเสวนปัจจัยได้@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๙๐๓-๙๐๕/๓๒๒) ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๗๒๒ หน้า ๗๗๐ ในเล่มนี้@ ดูเทียบ องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๔๐/๓๐๑-๓๐๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๙. อาเสวนปัจจยตากถา (๒๑๖) สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่ สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย อทินนาทาน (การลักทรัพย์) ที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมอำนวยผลให้ไปเกิดในนรกอำนวยผลให้ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อำนวยผลให้ไปเกิดในภูมิแห่งเปรต วิบากแห่งอทินนาทานอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้เสื่อมโภคทรัพย์แก่ ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจาร (การประพฤติผิดในกาม) อย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้มีศัตรูและเป็นผู้มีเวรแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งมุสาวาท (การพูดเท็จ) อย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้ถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริงแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งปิสุณาวาจา (การพูดส่อเสียด) อย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้แตกจากมิตรแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบาก แห่งผรุสวาจา (การพูดหยาบคาย) อย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้ได้ฟังเรื่องที่ไม่น่าฟังแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งสัมผัปปลาปะ (การพูดเพ้อเจ้อ) อย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้มีวาจาที่ไม่น่าเชื่อถือแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ การดื่มสุราเมรัยที่บุคคลเสพ ฯลฯ วิบากแห่งการดื่มสุราเมรัยอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้วิกลจริตแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่
สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย มิจฉาทิฏฐิที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมอำนวยผลให้ไปเกิดในนรก อำนวยผลให้ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อำนวยผลให้ไปเกิดในภูมิแห่งเปรต” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๔๐/๓๐๑-๓๐๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๙. อาเสวนปัจจยตากถา (๒๑๖) สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่ สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย มิจฉาสังกัปปะฯลฯ มิจฉาสมาธิ ที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ฯลฯ ย่อมอำนวยผลให้ไปเกิดในภูมิแห่งเปรต” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่
สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัมมาทิฏฐิที่บุคคลเสพเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นจุดมุ่งหมาย มีอมตะเป็นที่สุด”มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่ สก. ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัมมาสังกัปปะที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ฯลฯ สัมมาสมาธิที่บุคคลเสพ เจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นจุดมุ่งหมาย มีอมตะเป็นที่สุด” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างจึงมีอยู่ อาเสวนปัจจยตากถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๓๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอาเสวนปัจจยตากถา ว่าด้วยความเป็นอาเสวนปัจจัย
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความเป็นอาเสวนปัจจัย คือความเป็นปัจจัย เพราะการซ่องเสพ.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะบางพวกนั้นนั่นแหละว่า ธรรมทั้งปวงเป็นชั่วขณะ ธรรมอะไรๆ ตั้งอยู่แม้ครู่หนึ่งแล้ว ชื่อว่าซ่องเสพซึ่งอาเสวนปัจจัย หามีไม่ เพราะฉะนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยไม่มีอยู่โดยแท้. อนึ่ง ธรรมอะไรๆ ที่เกิดขึ้นแล้วหาความเป็นอาเสวนปัจจัย ก็ไม่ได้ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะให้ปรวาทีนั้นรู้ด้วยพระสูตรนั่นแหละ จึงนำพระสูตรมาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาตอันบุคคลซ่องเสพแล้ว ดังนี้เป็นต้น มิใช่หรือ?
พระสูตรทั้งปวงนั้นมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถาอาเสวนปัจจยตากถา จบ. -----------------------------------------------------