จิตตฐิติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จิตฺตฏฺฐิติกถา
๖๒๔เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฑฺฒทิวโส อุปฺปาทกฺขโณ อุปฑฺฒทิวโส วยกฺขโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๒๕เอกํ จิตฺตํ เทฺว ทิวเส ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิวโส อุปฺปาทกฺขโณ ทิวโส วยกฺขโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๒๖เอกํ จิตฺตํ จตฺตาโร ทิวเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ ทิวเส ติฏฺฐติ ทส ทิวเส ติฏฺฐติ วีสติ ทิวเส ติฏฺฐติ มาสํ ติฏฺฐติ เทฺว มาเส ติฏฺฐติ จตฺตาโร มาเส ติฏฺฐติ อฏฺฐ มาเส ติฏฺฐติ ทส มาเส ติฏฺฐติ สํวจฺฉรํ ติฏฺฐติ เทฺว วสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ วสฺสานิ ติฏฺฐติ อฏฺฐติ วสฺสานิ ติฏฺฐติ ทส วสฺสานิ ติฏฺฐติ วีสติ วสฺสานิ ติฏฺฐติ ตึส วสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาลีส วสฺสานิ ติฏฺฐติ ปญฺญาส วสฺสานิ ติฏฺฐติ วสฺสสตํ ติฏฺฐติ เทฺว วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ปญฺจ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ วสฺสสหสฺสํ ติฏฺฐติ เทฺว วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ อฏฺฐ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ โสฬส วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ กปฺปํ ติฏฺฐติ เทฺว กปฺเป ติฏฺฐติ จตฺตาโร กปฺเป ติฏฺฐติ อฏฺฐ กปฺเป ติฏฺฐติ โสฬส กปฺเป ติฏฺฐติ พตฺตึส กปฺเป ติฏฺฐติ จตุสฏฺฐี กปฺเป ติฏฺฐติ ปญฺจ กปฺปสตานิ ติฏฺฐติ กปฺปสหสฺสํ ติฏฺฐติ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาลีส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ สฏฺฐี กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตุราสีติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว จตฺตาลีส กปฺปสหสฺสานิ อุปฺปาทกฺขโณ เทฺว จตฺตาลีส กปฺปสหสฺสานิ วยกฺขโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๒๗เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถญฺเญ ธมฺมา เอกาหํ พหุมฺปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๒๘เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกํ ธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ ยถยิทํ ภิกฺขเว จิตฺตํ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อุปมาปิ น สุกรา ยาว ลหุปริวตฺตํ จิตฺตนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ ฯ
๖๒๙เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว มกฺกโฏ อรญฺเญ ปวเน จรมาโน สาขํ คณฺหาติ ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาติ ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาติ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยทิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ อิติปิ มโน อิติปิ วิญฺญาณํ อิติปิ ตํ รตฺติยา จ ทิวสสฺส จ อญฺญเทว อุปฺปชฺชติ อญฺญํ นิรุชฺฌตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ ฯ
๖๓๐เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตวิญฺญาณํ ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ กายวิญฺญาณํ อกุสลํ จิตฺตํ ราคสหคตํ โทสสหคตํ โมหสหคตํ มานสหคตํ ทิฏฺฐิสหคตํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ ถีนสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ อหิริกสหคตํ อโนตฺตปฺปสหคตํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๑เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เยเนว จิตฺเตน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ เตเนว จิตฺเตน โสเตน สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ ชิวฺหาย รสํ สายติ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสติ ฯเปฯ มนสา ธมฺมํ วิชานาติ ฯเปฯ เยเนว จิตฺเตน มนสา ธมฺมํ วิชานาติ เตเนว จิตฺเตน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ โสเตน สทฺทํ สุณาติ ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ ชิวฺหาย รสํ สายติ ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๒เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เยเนว จิตฺเตน อภิกฺกมติ เตเนว จิตฺเตน ปฏิกฺกมติ เยเนว จิตฺเตน ปฏิกฺกมติ เตเนว จิตฺเตน อภิกฺกมติ เยเนว จิตฺเตน อาโลเกติ เตเนว จิตฺเตน วิโลเกติ เยเนว จิตฺเตน วิโลเกติ เตเนว จิตฺเตน อาโลเกติ เยเนว จิตฺเตน สมฺมิญฺเชติ เตเนว จิตฺเตน ปสาเรติ เยเนว จิตฺเตน ปสาเรติ เตเนว จิตฺเตน สมฺมิญฺเชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๓อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺสานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๔อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ฯเปฯ ตาวตึสานํ เทวานํ ... ยามานํ เทวานํ ... ตุสิตานํ เทวานํ ... นิมฺมานรตีนํ เทวานํ ... ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ ... พฺรหฺมปาริสชฺชานํ เทวานํ ... พฺรหฺมปุโรหิตานํ เทวานํ ... มหาพฺรหฺมานํ เทวานํ ... ปริตฺตาภานํ เทวานํ ... อปฺปมาณาภานํ เทวานํ ... อาภสฺสรานํ เทวานํ ... ปริตฺตสุภานํ เทวานํ ... อปฺปมาณสุภานํ เทวานํ ... สุภกิณฺหานํ เทวานํ ... เวหปฺผลานํ เทวานํ ... อวิหานํ เทวานํ ... อตปฺปานํ เทวานํ ... สุทสฺสานํ เทวานํ ... สุทสฺสีนํ เทวานํ ฯเปฯ อกนิฏฺฐานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๕อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺสานํ วสฺสสตํ อายุปฺปมาณํ มนุสฺสานํ เอกํ จิตฺตํ วสฺสสตํ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๖อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ปญฺจ วสฺสสตานิ อายุปฺปมาณํ จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ปญฺจ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วสฺสสหสฺสํ ติฏฺฐติ เทฺว วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ อฏฺฐ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ โสฬส วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ กปฺปสฺส ตติยภาคํ ติฏฺฐติ อุปฑฺฒกปฺปํ ติฏฺฐติ เอกํ กปฺปํ ติฏฺฐติ เทฺว กปฺเป ติฏฺฐติ จตฺตาโร กปฺเป ติฏฺฐติ อฏฺฐ กปฺเป ติฏฺฐติ โสฬส กปฺเป ติฏฺฐติ พตฺตึส กปฺเป ติฏฺฐติ จตุสฏฺฐี กปฺเป ติฏฺฐติ ปญฺจ กปฺปสตานิ ติฏฺฐติ กปฺปสหสฺสํ ติฏฺฐติ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อกนิฏฺฐานํ เทวานํ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อกนิฏฺฐานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๗อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ จิตฺตํ มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ อุปฺปชฺชติ มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ นิรุชฺฌตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อากาสานญฺจายตนูปคา เทวา มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ จวนฺติ มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ อุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๖๓๘อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อากาสานญฺจายตนูปคา เทวา เยเนว จิตฺเตน อุปฺปชฺชนฺติ เตเนว จิตฺเตน จวนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จิตฺตฏฺฐิติกถา ฯ ------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) ว่าด้วยความตั้งอยู่แห่งจิต
สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กึ่งวันเป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีกกึ่งวันเป็นขณะดับ (ของจิต) ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ วันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วันหนึ่งเป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีกวันหนึ่งเป็นขณะดับ (ของจิต) ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ วัน ฯลฯ ๘ วัน ฯลฯ ๑๐ วัน ฯลฯ ๒๐ วัน ฯลฯ ๑ เดือน ฯลฯ ๒ เดือน ฯลฯ ๔ เดือน ฯลฯ ๘ เดือน ฯลฯ ๑๐ เดือน ฯลฯ ๑ ปี ฯลฯ ๒ ปี ฯลฯ ๔ ปี ฯลฯ ๘ ปี ฯลฯ ๑๐ ปี ฯลฯ ๓๐ ปี ฯลฯ ๔๐ ปี ฯลฯ ๕๐ ปี ฯลฯ ๑๐๐ ปี ฯลฯ ๒๐๐ ปี ฯลฯ ๔๐๐ ปี ฯลฯ ๕๐๐ ปี ฯลฯ ๑,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๒,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๔,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๘,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๑๖,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๑ กัป ฯลฯ ๒ กัป ฯลฯ ๔ กัป ฯลฯ ๘ กัป ฯลฯ ๑๖ กัป ฯลฯ ๓๒ กัป ฯลฯ ๖๔ กัป ฯลฯ ๕๐๐ กัป ฯลฯ ๑,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๒,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๔,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๘,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๑๖,๐๐๐กัป ฯลฯ ๒๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๔๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๖๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๘๔,๐๐๐กัปใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๓๕/๑๘๕) @ เพราะมีความเห็นว่า จิตไม่มีวันเสื่อมสลาย ทั้งนี้เพราะเห็นว่า จิตที่อยู่ในสมาบัติกับภวังคจิตเป็นไปสืบต่อ@กันโดยตลอด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๓๕/๑๘๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) สก. ๔๒,๐๐๐ กัป เป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีก ๔๒,๐๐๐ กัปเป็นขณะดับ(ของจิต) ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแล้วดับไปมากครั้งในวันหนึ่งมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นสภาว-ธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วเหมือนจิตนี้ จิตนี้เปลี่ยนแปลงได้เร็วจนเปรียบเทียบกับอะไรไม่ได้ง่ายๆ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิต” สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๔๘/๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเรียกสิ่งนี้ว่าจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้น ดวงหนึ่งเกิดขึ้น อีกดวงหนึ่งดับไปตลอดทั้งคืนและวัน เปรียบเหมือนลิงเมื่อเที่ยวไปในป่าเล็กและป่าใหญ่ จับกิ่งไม้ปล่อยกิ่งนั้นแล้วย่อมจับกิ่งอื่น ปล่อยกิ่งนั้นแล้วย่อมจับกิ่งอื่นต่อไปฉะนั้น” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิต”
สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตวิญญาณ ฯลฯ ฆานวิญญาณ ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ ฯลฯ กาย- วิญญาณ ... จิตที่เป็นอกุศล ... จิตที่สหรคตด้วยราคะ ... ที่สหรคตด้วยโทสะ ... ที่สหรคตด้วยโมหะ ... ที่สหรคตด้วยมานะ ... ที่สหรคตด้วยทิฏฐิ ... ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ... ที่สหรคตด้วยถีนะ ... ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ... ที่สหรคตด้วยอหิริกะ ... ที่สหรคตด้วยอโนตตัปปะ ตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.นิ. (แปล) ๑๖/๖๑/๑๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) สก. บุคคลเห็นรูปทางตาด้วยจิตดวงใด ฟังเสียงทางหูด้วยจิตดวงนั้น ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูก ฯลฯ ลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกาย ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจด้วยจิตดวงใด ย่อมเห็นรูปทางตาด้วยจิตดวงนั้น ฯลฯ ฟังเสียงทางหู ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูก ฯลฯ ลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกายด้วยจิตดวงเดียวกันนั้นนั่นเองใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลก้าวไปด้วยจิตดวงใด ย่อมถอยกลับด้วยจิตดวงนั้น ถอยกลับด้วยจิตดวงใด ย่อมก้าวไปด้วยจิตดวงนั้น แลดูด้วยจิตดวงใด ย่อมเหลียวดูด้วยจิตดวงนั้นเหลียวดูด้วยจิตดวงใด ย่อมแลดูด้วยจิตดวงนั้น คู้เข้าด้วยจิตดวงใด ย่อมเหยียดออกด้วยจิตดวงนั้น เหยียดออกด้วยจิตดวงใด ย่อมคู้เข้าด้วยจิตดวงนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตดวงเดียว ตั้งอยู่ ได้จนตลอดอายุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เหล่ามนุษย์มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพมีจิตดวงเดียว ตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) สก. เหล่าเทพชั้นจาตุมหาราช ฯลฯ ชั้นดาวดึงส์ ... ชั้นยามา ... ชั้นดุสิต... ชั้นนิมมานรดี ... ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ... ชั้นพรหมปาริสัชชา ... ชั้นพรหมปุโรหิตา ... ชั้นมหาพรหมา ... ชั้นปริตตาภา ... ชั้นอัปปมาณาภา ... ชั้นอาภัสสรา... ชั้นปริตตสุภา ... ชั้นอัปปมาณสุภา ... ชั้นสุภกิณหา ... ชั้นเวหัปผลา ... ชั้นอวิหา ... ชั้นอตัปปา ... ชั้นสุทัสสา ... ชั้นสุทัสสี ฯลฯ ชั้นอกนิฏฐา มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพมีประมาณอายุ ๒๐,๐๐๐ กัปก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐,๐๐๐ กัปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เหล่ามนุษย์มีประมาณอายุ ๑๐๐ ปี ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๐๐ปีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีประมาณอายุ ๒๐,๐๐๐กัป ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐,๐๐๐ กัปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เหล่าเทพชั้นจาตุมหาราชมีประมาณอายุ ๕๐๐ ปี ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๕๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ ปีฯลฯ เหล่าเทพชั้นยามา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นดุสิต ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นนิมมานรดี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘,๐๐๐ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นพรหมปาริสัชชา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑ ใน ๓ ของกัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นพรหมปุโรหิตา ... ตั้งอยู่ได้ตลอดกึ่งกัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นมหาพรหมา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปริตตาภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ กัป ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒. ทุติยวรรค] ๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖) เหล่าเทพชั้นอัปปมาณาภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอาภัสสรา... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปริตตสุภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอัปปมาณสุภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๓๒ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นสุภกิณหา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๖๔ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นเวหัปผลา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๕๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอวิหา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ กัปฯลฯ เหล่าเทพชั้นอตัปปา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นสุทัสสา... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นสุทัสสี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘,๐๐๐กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอกนิฏฐามีประมาณอายุ ๑๖,๐๐๐ กัป ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ กัปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตเกิดดับเป็นระยะๆใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพจุติปฏิสนธิเป็นระยะๆ ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ ปฏิสนธิด้วยจิตดวงใด ย่อมจุติด้วยจิตดวงนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ จิตตัฏฐิติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๐๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจิตตัฏฐิติกถา ว่าด้วยการตั้งอยู่แห่งจิต
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการตั้งอยู่แห่งจิต.
ในปัญหานั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดว่า จิตดวง ๑ เท่านั้นย่อมตั้งอยู่ตลอดกาลนาน เพราะเห็นจิตแห่งสมาบัติ และภวังคจิตอันเป็นไปติดต่อกันโดยลำดับดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายในขณะนี้ อันมีประเภทตามที่กล่าวแล้วในหนหลัง เพื่อชำระลัทธินั้น สกวาทีจึงถามปรวาทีว่า จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้แม้ตลอดวันหรือ เป็นต้น ปรวาทีตอบรับรองว่า ใช่.
ในปัญหาว่า กึ่งวันเป็นขณะเกิด นี้ ท่านทำคำถามด้วยสามารถแห่งความเกิดและความดับโดยนัยเทศนาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา โดยไม่ถือเอาขณะตั้งอยู่แห่งจิต.
ถูกสกวาทีถามว่า ธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าจิตหรือ ปรวาทีนั้นเมื่อไม่เห็นธรรมทั้งหลายเกิดดับเร็วกว่าจิต จึงตอบปฏิเสธ.
ถูกถามครั้งที่ ๒ ท่านปรารถนาความตั้งอยู่อันเป็นเวลานานแห่งจิตใด โดยหมายเอาจิตนั้น จึงตอบรับรอง.
ในปัญหาทั้งหลายว่า จิตดวงเดียวตั้งอยู่จนตลอดอายุหรือ ความว่า ปรวาทีย่อมตอบปฏิเสธโดยเว้นอรูป และย่อมตอบรับรองผู้ที่เกิดในอรูปด้วยสามารถแห่งพระบาลีว่า เทวดาทั้งหลายเหล่าใดย่อมตั้งอยู่ตลอด ๘๔,๐๐๐ กัปป์เป็นต้น ดังนี้.
ในปัญหาว่า จิตย่อมเกิดขึ้นครู่หนึ่ง เป็นของปรวาที สกวาทีตอบรับรองเพราะกลัวผิดจากพระสูตรว่า สังขารทั้งหลายมีความเกิดขึ้น และมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เป็นต้นแต่ปรวาทีนั้นย่อมปรารถนาความตั้งอยู่แห่งจิตด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
อรรถกถาจิตตัฏฐิติกถา จบ. -----------------------------------------------------