อัฏฐมกัสส อินทริยกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัฏฐมกัสส อินทริยกถา
๗๗๙สกวาที บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๐ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสตินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสมาธินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๑ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีสติ ฯลฯ มีสมาธิ ฯลฯ มีปัญญา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๒ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๓ส. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๔ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๕ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๖ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ ฯลฯ มีโสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๗ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้เกียจคร้าน ละความเพียร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสตินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสมาธินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีสมาธิ มีจิตวอกแวก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๘ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้มีปัญญาทราม บ้าน้ำลาย (โง่เขลา) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๘๙ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นนิยยานิกะ (เครื่องนำออกไป)หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นนิยยานิกะก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ และวิริยะนั้นเป็นนิยยานิกะ ฯลฯ มีสติ และสตินั้นเป็นนิยยานิกะ ฯลฯ มีสมาติ และสมาธินั้นเป็นนิยยากะ ฯลฯ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นนิยยานิกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลที่ ๘ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นนิยยานิกะก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์
๗๙๐ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล มีปัญญา มีปัญญินทรีย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๙๑ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญามีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๙๒บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๙๓ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๗๙๔ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีอินทรีย์ ๕ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์นี้ ๕ ประการ,๕ ประการ เป็นไฉน สัทธินทรีย์ ๑ วิริยินทรีย์ ๑ สตินทรีย์ ๑ สมาธินทรีย์ ๑ ปัญญินทรีย์ ๑ อินทรีย์ ๕ ประการฉะนี้แล, ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เพราะความเต็มบริบูรณ์แห่งอินทรีย์ ๕ ประการนี้แลจึงเป็นพระอรหันต์ เพลากว่านั้น ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งอรหัตผล เพลากว่านั้น ก็เป็นพระอนาคามี เพลากว่านั้น ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เพลากว่านั้นก็เป็นพระ สกทาคามี เพลากว่านั้นก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคา มิผล เพลากว่านั้น ก็เป็นพระโสดาบัน เพลากว่านั้น ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแล ไม่ มีอินทรีย์ ๕ ประการนี้เสียเลย โดยประการทั้งปวง เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นคนภายนอก เป็นผู้ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นคนภายนอก เป็นผู้ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น บุคคลที่ ๘ ก็มีอินทรีย์ ๕ น่ะสิ อัฏฐมกัสส อินทริยกถา จบ. @ สํ. มหาวาร. ข้อ ๘๘๘, ๘๘๙ หน้า ๒๖๗
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) ว่าด้วยอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘
สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสตินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสมาธินทรีย์ฯลฯ ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีสติ ฯลฯ มีสมาธิ ฯลฯ มีปัญญาใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๑/๑๙๖) @ เพราะมีความเห็นว่า ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาที่มีอยู่ในโสดาปัตติมัคคัฏฐบุคคล ไม่เรียก@ว่าเป็นอินทรีย์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๑/๑๙๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มี ชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ ฯลฯ มีโสมนัส แต่ไม่มี โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสมาธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีสมาธิ มีจิตหวั่นไหวใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ด้อยปัญญา เป็นผู้หนวกใบ้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์” สก. บุคคลที่ ๘ มีความเพียร และความเพียรนั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ฯลฯ มีสติ และสตินั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ฯลฯ มีสมาธิ และสมาธินั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ฯลฯ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลที่ ๘ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์”
สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผลมีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา แต่ไม่มี ปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีอินทรีย์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้๕ ประการอะไรบ้าง คือ (๑) สัทธินทรีย์ (๒) วิริยินทรีย์ (๓) สตินทรีย์ (๔)สมาธินทรีย์ (๕) ปัญญินทรีย์ ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้แล บุคคลเป็นพระอรหันต์เพราะมีอินทรีย์ ๕ ประการนี้ครบถ้วนบริบูรณ์ เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระอรหันต์นั้น เป็นพระอนาคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระอนาคามีนั้น เป็นพระสกทาคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระสกทาคามีนั้น เป็นพระโสดาบัน เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระโสดาบันนั้น ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดไม่มีอินทรีย์ ๕ ประการนี้ โดยประการทั้งปวง ผู้นั้นเราเรียกว่าเป็นคนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นคนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ดังนั้น บุคคลที่ ๘ จึงมีอินทรีย์ ๕ อัฏฐมกัสสอินทริยกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๔๘๘/๒๙๙-๓๐๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา ว่าด้วยอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘
ในเรื่องนั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดดุจลัทธิของนิกายอันธกะในขณะนี้ว่า บุคคลที่ ๘ กำลังได้อินทรีย์ทั้งหลายในขณะแห่งมรรคเกิด มิใช่ได้มาก่อน ดังนี้ สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้นจึงถามปรวาทีว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์หรือ คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ถูกถามว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาหรือ ปรวาทีกำหนดเอาความที่ศรัทธาต่างจากสัทธินทรีย์ จึงตอบปฏิเสธ แม้ในปัญหาที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้.
สกวาทีเริ่มคำเป็นต้นว่า บุคคลที่ ๘ มีศรัทธามีสัทธินทรีย์หรือ ดังนี้ เพื่อแสดงว่า เหมือนอย่างว่า ใจของบุคคลใดมีอยู่ แม้มนินทรีย์ได้แก่อินทรีย์คือใจของบุคคลนั้น ก็มีอยู่ฉันใด อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นของบุคคลใดมีอยู่ แม้อินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้นของบุคคลนั้นก็มีอยู่ฉันนั้น.
คำนั้นทั้งหมด พร้อมทั้งการชำระพระสูตรมีอรรถง่ายทั้งนั้นดังนี้แล.
____________________________
๑. อินทรีย์ ๕ ของพระอริยบุคคลตั้งแต่ที่ ๑-๘ คือ ๑. สัทธินทรีย์ ๒. วิริยินทรีย์ ๓. สตินทรีย์ ๔. สมาธินทรีย์ ๕. ปัญญินทรีย์.
อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา จบ. -----------------------------------------------------