วิปรีตกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วิปรีตกถา
๑๐๓๕ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๐๓๖ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กุสลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
๑๐๓๗อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโส โส จ อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโส โส จ อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๐๓๘ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโส โส จ กุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโส โส จ กุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๐๓๙ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
๑๐๔๐ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๐๔๑อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๐๔๒นตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโสติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ
๑๐๔๓น วตฺตพฺพํ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตสฺส สพฺเพว ปฐวี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
๑๐๔๔ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปฐวี อตฺถิ อตฺถิ จ โกจิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปฐวี อตฺถิ อตฺถิ จ โกจิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
๑๐๔๕ปฐวี อตฺถิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชนฺตสฺส วิปรีตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานํ นิพฺพานโต สมาปชฺชนฺตสฺส วิปรีตํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ วิปรีตกถา ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. วิปรีตกถา (๔๕) ว่าด้วยญาณวิปริต
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตา ว่าเป็นอัตตาฯลฯ ที่ไม่งามว่างามได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๔/๒๐๙) @ เพราะมีความเห็นว่า ผู้ที่เจริญปฐวีกสิณโดยเพ่งนิมิตของปฐวีจนเกิดญาณขึ้น ญาณนั้นชื่อว่าวิปริต เพราะรู้@เพียงนิมิตของปฐวี ไม่ใช่ตัวปฐวีโดยตรง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ญาณนั้นไม่ชื่อว่าวิปริตญาณ@ที่ชื่อว่าวิปริต เพราะเห็นผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๔/๒๐๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. เป็นกุศลมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากญาณเป็นกุศล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง และความวิปลาสนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตาว่า เป็นอัตตา ฯลฯ ที่ไม่งามว่างาม และความวิปลาสนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณ นั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง และความวิปลาสนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตา ฯลฯ ที่ไม่งามว่างาม และความวิปลาสนั้นเป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระอรหันต์เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์ไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. หากสัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์ไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปฐวีกสิณย่อมปรากฏแก่ผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ เป็นดินล้วนๆ ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์จึงวิปริต สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ดินมีอยู่ และญาณของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน วิปริตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. นิพพานมีอยู่ แต่ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีนิพพานเป็นอารมณ์จากนิพพานก็วิปริตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” วิปรีตกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวิปรีตกถา ว่าด้วยญาณวิปริต
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องญาณวิปริต.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ผู้ใดมีสัญญาในปฐวีย่อมเข้าสมาบัติมีปฐวีเป็นอารมณ์ ญาณนั้นของผู้นั้นเป็นญาณวิปริต ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
พึงทราบคำอธิบายของปัญหานั้นดังนี้ว่า
นิมิตที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยปฐวี แต่นิมิตที่เกิดนั้นไม่ใช่ปฐวีเลย อนึ่ง ผู้ใดมีความสำคัญในปฐวีกสินย่อมเข้าฌานมีปฐวีเป็นอารมณ์ ฌานนั้นชื่อว่ามีญาณอันวิปริต คือผิดจากความเป็นจริงดังนี้.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงว่า ลักขณปฐวีก็ดี สสัมภารปฐวีก็ดี นิมิตตปฐวีก็ดี ปฐวีเทวดาก็ดี ปฐวีทั้งหมดนั่นแหละในปฐวีเหล่านั้น ญาณว่าปฐวีมิใช่เป็นญาณวิปริต ส่วนความเห็นอันผิดปกติในธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยงเป็นต้นชื่อว่าญาณวิปริตญาณในปฐวีทั้งหลายเหล่านี้ ญาณใดญาณหนึ่งตามลัทธิของท่านเป็นญาณวิปริตหรือ จึงกล่าวคำว่า มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง เป็นต้น
ปรวาทีตอบปฏิเสธ หมายเอาความไม่มีลักขณะอันคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ย่อมตอบรับรองหมายเอาปฐวีนิมิต.
คำว่า กุสลํ ท่านกล่าวหมายเอาญาณของพระเสกขะและปุถุชนทั้งหลาย.
แม้ในปัญหาว่า พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่หรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความไม่มีลักขณะอันวิปัลลาสเช่นนั้น ย่อมตอบรับรองหมายเอาปฐวีนิมิต.
คำว่า เป็นดินล้วนเทียวหรือ ความว่า ปรวาทีถามด้วยคำว่า ปฐวีกสินทั้งปวงนั้นเป็นลักขณปฐวีทั้งหมดหรือ สกวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความไม่มีเช่นนั้น.
คำถามของสกวาทีว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่มิใช่หรือ ดังนี้
พึงทราบเนื้อความแห่งปัญหานั้นว่า
สกวาทีถามว่า นิมิตตปฐวีอยู่ บุคคลย่อมเข้าสมาบัติมีดินเป็นนิมิตจากดินนั้นแหละก็มีอยู่ มิได้เข้าจากอาโป หรือจากเตโชมิใช่ หรือ ดังนี้.
คำว่า ดินมีอยู่ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงด้วยคำว่า ถ้าญาณของผู้เข้าปฐวีกสินเป็นญาณวิปริตฉันนั้นไซร้ นิพพานมีอยู่เมื่อบุคคลเข้าสมาบัติ มีนิพพานเป็นอารมณ์ก็ดี มรรคญาณอันถอนซึ่งความวิปริตทั้งปวงก็ดี ก็ย่อมจะวิปริตตามลัทธิของท่าน ดังนี้.
อรรถกถาวิปรีตกถา จบ. -----------------------------------------------------