อารุปปกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อารุปปกถา
๑๐๙๖สกวาที อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว @ เล่มที่ ๓๑ ขุ. ป. ข้อ ๕๔๔ หน้า ๓๒๖ ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อากาสานัญจายตนะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิดเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๐๙๗ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุปบัติ ในอากาสานัญจายตนะได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุปบัติ ในอสังขตะ ได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๐๙๘ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอากาสานัญจายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อากาสานัญจายตนะ เป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ เป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๐๙๙ป. ไม่พึงกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อรูป ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสภาพไม่หวั่นไหว มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอรูป ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสภาพไม่หวั่นไหว ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ อารุปปกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๔. อารุปปกถา (๕๖) ๔. อารุปปกถา (๕๖) ว่าด้วยอรูปฌาน
สก. อากาสานัญจายตนฌานเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง (เป็นอสังขตะ)ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อากาสานัญจายตนฌาน เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นที่มั่น เป็นอมตะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อากาสานัญจายตนฌานเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง นิพพานก็เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ฯลฯ ช่องว่างแห่งนิพพานมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อากาสานัญจายตนฌานเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อากาสานัญจายตนฌาน เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๕๒-๔๕๔/๒๑๘)@ เพราะมีความเห็นว่า อรูปฌานเป็นอสังขตธรรม โดยยึดถือตามพระพุทธพจน์ที่ว่า “อรูปฌาน ๔ เป็น@สภาวะที่เที่ยงแท้ไม่หวั่นไหว” ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อรูปฌาน ๔ เป็นสภาวธรรมที่ถูก@ปัจจัยปรุงแต่ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๕๕-๔๕๖/๒๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๔. อารุปปกถา (๕๖) สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่ง เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอากาสานัญจายตนฌานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่งมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนฌานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่งมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอากาสานัญจายตนฌาน มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่ง มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอากาสานัญจายตนฌาน มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่ง มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อากาสานัญจายตนฌานเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุ่งแต่งเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๕. นิโรธสมาปัตติกถา (๕๗)
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อรูปฌาน ๔ เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อรูปฌาน ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมไม่หวั่นไหว มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากอรูปฌาน ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมไม่หวั่นไหว ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “อรูปฌาน ๔ เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง”อารุปปกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอารุปปกถา ว่าด้วยภพไม่มีรูป
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอารุปปะ คือภพไม่มีรูป.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดว่า ธรรมเหล่านั้นแม้ทั้งปวง เป็นอสังขตะ เพราะอาศัยพระบาลีว่า ภพไม่มีรูปทั้ง ๔ เป็นสภาพไม่หวั่นไหว ดังนี้. คำถามของสกวาทีว่า อากาสานัญจายตนะเป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถง่ายทั้งนั้น.
แม้พระสูตรที่สาธกนั้น ก็ไม่เป็นเช่นกับที่นำมานั่นแหละ เพราะไม่รู้อรรถแล้วนำมาดังนี้แล.
อรรถกถาอารุปปกถา จบ. -----------------------------------------------------