อิโตทินนกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อิโตทินฺนกถา
๑๑๕๓อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อิโต จีวรํ เทนฺติ ตํ จีวรํ ตตฺถ ปริภุญฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อิโต ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ อิโต เสนาสนํ เทนฺติ อิโต คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทนฺติ อิโต ขาทนียํ เทนฺติ อิโต โภชนียํ เทนฺติ อิโต ปานียํ เทนฺติ ตํ ปานียํ ตตฺถ ปริภุญฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๕๔อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๕๕น วตฺตพฺพํ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ เปตา อตฺตโน อตฺถาย ทานํ เทนฺตํ อนุโมทนฺติ จิตฺตํ ปสาเทนฺติ ปีตึ อุปฺปาเทนฺติ โสมนสฺสํ ปฏิลภนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ เปตา อตฺตโน อตฺถาย ทานํ เทนฺตํ อนุโมทนฺติ จิตฺตํ ปสาเทนฺติ ปีตึ อุปฺปาเทนฺติ โสมนสฺสํ ปฏิลภนฺติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ
๑๑๕๖น วตฺตพฺพํ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อุณฺณเต อุทกํ วุฏฺฐํ ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ น หิ ตตฺถ กสี อตฺถิ โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ หิรญฺเญน กยากยํ อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ เปตา กาลกตา ตหินฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ
๑๑๕๗น วตฺตพฺพํ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว ฐานานิ สมฺปสฺสนฺตา มาตาปิตโร ปุตฺตํ อิจฺฉนฺติ กุเล ชายมานํ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ ภโฏ วา โน ภริสฺสติ กิจฺจํ วา โน กริสฺสติ กุลวํโส จิรํ ฐสฺสติ ทายชฺชํ ปฏิปชฺชติ อถ วา ปน เปตานํ กาลกตานํ ทกฺขิณํ อนุปฺปทสฺสติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ ฐานานิ สมฺปสฺสนฺตา มาตาปิตโร ปุตฺตํ อิจฺฉนฺติ กุเล ชายมานนฺติ ปญฺจ ฐานานิ สมฺปสฺสํ ปุตฺตํ อิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา ภโฏ วา โน ภริสฺสติ กิจฺจํ วา โน กริสฺสติ กุลวํโส จิรํ ติฏฺเฐ ทายชฺชํ ปฏิปชฺชติ อถ วา ปน เปตานํ ทกฺขิณํ อนุปฺปทสฺสติ ฐานาเนตานิ สมฺปสฺสํ ปุตฺตํ อิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา ตสฺมา สนฺโต สปฺปุริสา กตญฺญู กตเวทิโน ภรนฺติ มาตาปิตโร ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ กโรนฺติ เตสํ กิจฺจานิ ยถา ตํ ปุพฺพการินํ โอวาทการี ภฏโปสี กุลวํสํ อหาปยํ สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน ปุตฺโต โหติ ปสํสิโยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อิโต ทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺตีติ ฯ อิโตทินฺนกถา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๖. อิโตทินนกถา (๖๘) ๖. อิโตทินนกถา (๖๘) ว่าด้วยทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้
สก. เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วยทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในเปตโลกนั้น เปรตทั้งหลายใช้สอยจีวรที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในเปตโลกนั้น เปรตทั้งหลายบริโภคบิณฑบาต เสนาสนะ คิลาน-ปัจจัยเภสัชบริขาร ของขบเคี้ยว ของกิน ของดื่ม ที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วยทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลหนึ่งกระทำให้อีกบุคคลหนึ่ง สุขและทุกข์มีผู้อื่นเป็นตัวการ บุคคลหนึ่งกระทำ อีกบุคคลหนึ่งเสวยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วย ทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้” ใช่ไหม สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๘๘/๒๒๖)@ เพราะมีความเห็นว่า เปรตทั้งหลายสามารถรับสิ่งของที่บุคคลให้จากโลกนี้ได้โดยตรง@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๘๘/๒๒๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๖. อิโตทินนกถา (๖๘) ปร. เปรตทั้งหลายอนุโมทนาทานที่เขาอุทิศให้เพื่อประโยชน์แก่ตน ทำจิตให้เลื่อมใส ให้เกิดปีติ ได้โสมนัสมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากเปรตทั้งหลายอนุโมทนาทานที่เขาอุทิศให้เพื่อประโยชน์แก่ตน ทำจิตให้เลื่อมใส ให้เกิดปีติ ได้โสมนัส ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วยทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้นด้วยทาน ที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ฝนที่ตกลงบนที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผลแน่นอนแก่พวกเปรต ฉันนั้นเหมือนกัน ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้เต็มเปี่ยม ฉันใด ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผลแน่นอนแก่พวกเปรต ฉันนั้นเหมือนกัน ในเปตวิสัย นั้น ไม่มีกสิกรรม โครักขกรรม พาณิชกรรมเช่นนั้น(และ)การแลกเปลี่ยนซื้อขายด้วยเงิน ผู้ที่ตายไปเกิดเป็นเปรตในเปตวิสัยนั้น ดำรงชีพด้วยผลทานที่พวกญาติอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น เปรตทั้งหลายจึงดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วยทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ @เชิงอรรถ : @ เปตวิสัย หมายถึงภูมิหรือกำเนิดแห่งเปรต (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๘๘) @ ดูเทียบ ขุ.ขุ. (แปล) ๒๕/๗-๘/๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๖. อิโตทินนกถา (๖๘)
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “เปรตทั้งหลายดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วย ทานที่บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาบุตรผู้เกิดในตระกูล ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักเลี้ยงเรา ๒. บุตรจักช่วยทำกิจของเรา ๓. วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่ได้นาน ๔. บุตรจักปฏิบัติตนให้สมควรรับทรัพย์มรดกไว้ ๕. เมื่อเราทั้งสองตายไป บุตรจักทำบุญอุทิศให้ ภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการนี้แล จึงปรารถนาบุตรผู้เกิดในตระกูล มารดาบิดาผู้ฉลาด เมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการจึงปรารถนาบุตร ด้วยหวังว่า บุตรที่เราเลี้ยงแล้วจักเลี้ยงเรา จักช่วยทำกิจของเรา วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่ได้นาน จักปฏิบัติตนให้สมควรแก่การรับทรัพย์มรดก และเมื่อเราทั้งสองตายแล้วจักทำบุญอุทิศให้ มารดาบิดาผู้ฉลาด เมื่อเห็นฐานะเหล่านี้ จึงปรารถนาบุตร เพราะฉะนั้น บุตรผู้เป็นสัตบุรุษ ผู้สงบ เป็นกตัญญูกตเวทีบุคคล เมื่อระลึกถึงคุณท่านที่ทำไว้ต่อเราก่อน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๗. ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา (๖๙) จึงเลี้ยงมารดาบิดา ช่วยทำกิจของท่าน เชื่อฟังโอวาท ตอบสนองพระคุณท่าน ดำรงวงศ์ตระกูลสมกับที่ท่านเป็นบุพการี บุตรผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมเป็นที่สรรเสริญ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น เปรตทั้งหลายชื่อว่าย่อมดำรงชีพในเปตโลกนั้น ด้วยทานที่ บุคคลอุทิศให้จากโลกนี้ได้ อิโตทินนกถา จบ ๗. ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา (๖๙) ว่าด้วยแผ่นดินเป็นกรรมวิบาก
สก. แผ่นดินเป็นกรรมวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. แผ่นดินมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วย สุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยผัสสะสัมปยุตด้วยเวทนา สัมปยุตด้วยสัญญา สัมปยุตด้วยเจตนา สัมปยุตด้วยจิต รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง มีความผูกใจ มีความสนใจ มีความใฝ่ใจ มีความจงใจมีความปรารถนา มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๓๙/๖๐-๖๑ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๒/๒๒๗) @ เพราะมีความเห็นว่า แผ่นดิน มหาสมุทร เป็นต้น เป็นผลแห่งกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๒/๒๒๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอิโตทินนกถา ว่าด้วยทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายราชคิริกะและสิทธัตถิกะทั้งหลายว่า วัตถุอันใดมีจีวรทานเป็นต้นที่บุคคลให้แล้วจากโลกนี้มีอยู่เปรตทั้งหลายย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปได้ด้วยวัตถุอันนั้นนั่นแหละ ดังนี้ เพราะอาศัยพระบาลีว่า ชนทั้งหลายผู้ละไปแล้ว คือผู้ที่ตายไปแล้ว ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปในเปตโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า ทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ เป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ถูกสกวาทีซักถามปัญหาด้วยการให้จีวรเป็นต้นอีก ก็ตอบปฏิเสธ.
ข้อว่า ผู้อื่นเป็นผู้กระทำแก่ผู้อื่น ข้อนี้ท่านอธิบายไว้ว่า ผู้อื่นเป็นผู้ทำกรรมทั้งหลายเพื่อให้วิบากเกิดแก่ผู้อื่น มิใช่ตนเองทำให้แก่ตน. ก็ปรวาทีนั้นถูกถามปัญหาอย่างนี้ ก็ตอบปฏิเสธ เพราะกลัวผิดจากพระสูตร.
คำว่า พวกเปรตเห็นเขาให้ทาน อธิบายว่า เห็นบุคคลผู้ให้ทาน.
ในคำเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความว่า ก็โภคะทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นแก่เปรตทั้งหลายเหล่านั้นในที่นั้น เพราะการอนุโมทนาของตน เหตุใด เพราะเหตุนั้นลัทธิของปรวาทีนั้น แม้ตั้งอยู่ด้วยเหตุนี้ ก็นับว่าไม่เป็นอันตั้งอยู่ได้ เพราะว่า เปรตทั้งหลายเหล่านั้นย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปได้ด้วยวัตถุอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ก็หาไม่. ในการนำพระสูตรมาอ้างแม้ที่เหลือก็มีนัยนี้นั่นแหละ.
อรรถกถาอิโตทินนกถา จบ. -----------------------------------------------------