ชรามรณวิปาโกติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ชรามรณํ วิปาโกติกถา
๑๑๖๙ชรามรณํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สุขเวทนิยํ ทุกฺขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ผสฺเสน สมฺปยุตฺตํ เวทนาย สมฺปยุตฺตํ สญฺญาย สมฺปยุตฺตํ เจตนาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ ชรามรณํ วิปาโกติ ฯ
๑๑๗๐ผสฺโส วิปาโก ผสฺโส สุขเวทนิโย ทุกฺขเวทนิโย ฯเปฯ สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชรามรณํ วิปาโก ชรามรณํ สุขเวทนิยํ ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๑ชรามรณํ วิปาโก ชรามรณํ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ ผสฺโส วิปาโก ผสฺโส น สุขเวทนิโย น ทุกฺขเวทนิโย ฯเปฯ อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๒อกุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๓กุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๔กุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๕อกุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๖กุสลานญฺจ อกุสลานญฺจ ธมฺมานํ ชรามรณํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลานญฺจ อกุสลานญฺจ ธมฺมานํ ชรามรณํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๗กุสลานญฺจ อกุสลานญฺจ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ กุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลานญฺจ อกุสลานญฺจ ธมฺมานํ ชรามรณํ น วตฺตพฺพํ อกุสลานํ ธมฺมานํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๗๘น วตฺตพฺพํ ชรามรณํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ ทุพฺพณฺณสํวตฺตนิยํ กมฺมํ อปฺปายุกสํวตฺตนิยํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ ทุพฺพณฺณสํวตฺตนิยํ กมฺมํ อปฺปายุกสํวตฺตนิยํ กมฺมํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ชรามรณํ วิปาโกติ ฯ ชรามรณํ วิปาโกติกถา ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๘. ชรามรณังวิปาโกติกถา (๗๐) ๘. ชรามรณังวิปาโกติกถา (๗๐) ว่าด้วยชรามรณะเป็นวิบาก
สก. ชรามรณะเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยผัสสะสัมปยุตด้วยเวทนา สัมปยุตด้วยสัญญา สัมปยุตด้วยเจตนา สัมปยุตด้วยจิต รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง มีความผูกใจ มีความสนใจ มีความใฝ่ใจ มีความจงใจมีความปรารถนา มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ชรามรณะเป็นวิบาก” สก. ผัสสะเป็นวิบาก ผัสสะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะเป็นวิบาก ชรามรณะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๕-๔๙๗/๒๒๘-๒๒๙)@ เพราะมีความเห็นว่า ชรามรณะเป็นผลแห่งกรรม ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ชรามรณะ@มิได้เกิดจากกรรม แต่เป็นธัมมนิยาม คือเป็นไปเองตามสภาวะ มิใช่เกิดจากการกระทำของผู้ใด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๕-๔๙๗/๒๒๘-๒๒๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๘. ชรามรณังวิปาโกติกถา (๗๐) สก. ชรามรณะเป็นวิบาก ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะเป็นวิบาก ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้ อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ก็เป็นวิบากแห่งสภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล ก็เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็น วิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๘. ชรามรณังวิปาโกติกถา (๗๐) สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “เป็น วิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล เป็นวิบากแห่งสภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล เป็นวิบากแห่งสภาว-ธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า“เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมีอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า“เป็นวิบากแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ชรามรณะเป็นวิบาก” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. กรรมที่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณหม่นหมอง กรรมที่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีอายุสั้นมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. หากกรรมที่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณหม่นหมอง กรรมที่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีอายุสั้นมีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ชรามรณะเป็นวิบาก”ชรามรณังวิปาโกติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาชรามรณังวิปาโกติกถา ว่าด้วยชรามรณะเป็นวิบาก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องชรามรณะเป็นวิบาก คือความแก่ความตายเป็นวิบาก.
ในปัญหานั้น ชื่อว่าชรา เพราะความที่เป็นผู้มีผิวพรรณทราม ชื่อว่ามรณะ เพราะความเป็นผู้มีอายุน้อย. อนึ่ง กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทราม และให้มีอายุน้อยนั้นมีอยู่ ในคำว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามและให้มีอายุน้อยนั้น มีอยู่ ในคำว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณขี้ริ้วกรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อย มีอยู่ ดังนี้ เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ชรามรณะเป็นวิบาก คือเป็นผล ดังนี้. คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ในปัญหาปฏิโลม คำว่า ชรามรณะไม่มีอารมณ์ อธิบายว่า รูปธรรมทั้งหลายไม่มีอารมณ์ ส่วนชรามรณะแห่งอรูปทั้งหลายคือนามธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าไม่มีอารมณ์เพราะความไม่มีลักษณะแห่งสัมปโยคะ.
ในปัญหาว่า ชรามรณะแห่งอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรมหรือ ปรวาทีตอบรับรองตามลัทธิว่า ขึ้นชื่อว่าชราและมรณะพึงเป็นวิบากที่ไม่น่าปรารถนา. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ ย่อมตอบปฏิเสธซึ่งความที่ชรามรณะแห่งกุศลธรรมว่าเป็นวิบากแห่งกุศลธรรม. และย่อมตอบรับรองชรามรณะแห่งกุศลธรรมว่าเป็นวิบากของอกุศลธรรมนั่นแหละข้างหน้า.
อนึ่ง สกวาทีท่านรวมปัญหาให้เป็นอย่างเดียวกัน ด้วยสามารถแห่งคำถามว่า ชรามรณะแห่งกุศลและอกุศลธรรม แต่ชราและมรณะแห่งกุศลและอกุศลนั้นมีในขณะเดียวกันหามิได้.
ชื่อว่าคำปริยาย คือพูดอ้อมค้อม เพราะคำอันบุคคลพึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบากของอัพยากตะ อันมิใช่วิบากทั้งหลาย ดังนี้ ไม่มี เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่อธิบายปัญหาว่าด้วยอัพยากตะ.
ในข้อว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณขี้ริ้ว นี้อธิบายว่า ชื่อว่าความเป็นผู้มีผิวพรรณไม่ดี เพราะมีผิวพรรณไม่บริสุทธิ์.
ชื่อว่าความเป็นผู้มีอายุน้อย เพราะไม่สามารถให้อายุเป็นไปได้ยั่งยืน.
ในปัญหานั้น อกุศลธรรมเป็นกัมมปัจจัยแก่รูปที่มีผิวพรรณไม่งามซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐาน. แต่วิบากแห่งอกุศลธรรมนั้น ชื่อว่าย่อมไม่มีแก่รูปนั้นเพราะเป็นสภาวธรรมไม่เหมือนกัน.
อนึ่ง วิบากแห่งอกุศลธรรมนั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่สมุฏฐานทั้งหลายมีอุตุสมุฏฐานเป็นต้น ด้วยสามารถแห่งการให้ได้รูปที่มีผิวพรรณทรามนั้น และด้วยสามารถแห่งการเข้าไปตัดซึ่งอายุ. อกุศลธรรมนั้น ชื่อว่าเกี่ยวข้องด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณไม่ดี และเป็นผู้มีอายุน้อยด้วยประการฉะนี้. ธรรมนั้น ชื่อว่าไม่ให้เป็นไปด้วยสามารถแห่งความเกิดขึ้นแห่งชราและมรณะโดยตรง เหมือนผัสสะอันเป็นวิบากเป็นต้น เพราะฉะนั้น ชราและมรณะนั้นจึงไม่สำเร็จในความเป็นวิบาก.
คำที่เหลือในที่นี้ เช่นกับด้วยคำที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
อรรถกถาชรามรณังวิปาโกติกถา จบ. -----------------------------------------------------