กามคุณกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กามคุณกถา
๑๒๑๐สกวาที กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้นมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ ส. ความกำหนัดเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความดำริเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำหนัดเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ปีติเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น โสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕นั้น ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ
๑๒๑๑ส. กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักษุของมนุษย์ทั้งหลาย ไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตะ ฆานะ ชิวหา มโน ของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนของมนุษย์ทั้งหลาย ไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า กามคุณ ๕ ในโลกมีมโนเป็นที่ ๖ พระพุทธะทั้งหลายประกาศแล้ว บุคคลสำรอกความพอใจในกามคุณ ๕และมโนนี้แล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ได้ ด้วยอาการอย่างนี้ ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า มโนของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุ
๑๒๑๒ส. กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ขุ. สุ. ข้อ ๓๐๙ หน้า ๓๕๘ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามคุณ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้นในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามธาตุ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามธาตุ มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามธาตุมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามธาตุหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามคุณหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามธาตุ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้น ในกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้น ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๑๓ป. ไม่พึงกล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕อย่างเป็นไฉน? รูปซึ่งเป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด เสียงซึ่งเป็นวิสัยแห่งโสตวิญญาณ กลิ่นซึ่งเป็นวิสัยแห่งฆานวิญญาณ รส รสซึ่งเป็นวิสัยแห่งชิวหาวิญญาณ โผฏฐัพพะซึ่งเป็นวิสัยแห่งกาย วิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ ตั้งแห่งความกำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ก็กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุน่ะสิกามคุณกถาจบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. กามคุณกถา (๗๕) ว่าด้วยกามคุณ
สก. กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความพอใจที่เกี่ยวกับกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความพอใจที่เกี่ยวกับกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุ” สก. ความกำหนัด ความพอใจ ความพอใจและความกำหนัดที่เกี่ยวกับ กามคุณ ๕ นั้น ... ความดำริ ความกำหนัด ความดำริและความกำหนัดที่เกี่ยวกับกามคุณ ๕ นั้น ... ปีติ โสมนัส ปีติและโสมนัส ที่เกี่ยวกับกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากปีติและโสมนัสที่เกี่ยวกับกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุ” @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๐/๒๓๕) @ เพราะมีความเห็นว่า วัตถุกามเท่านั้นจัดเป็นกามธาตุ กิเลสกามไม่จัดเป็นกามธาตุ@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๐/๒๓๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๓. กามคุณกถา (๗๕) สก. กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักษุของมนุษย์ไม่เป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตะ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ฯลฯ กาย ฯลฯ มโนของมนุษย์ ไม่เป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มโนของมนุษย์ไม่เป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “กามคุณ ๕ อันมีใจเป็นที่ ๖ ซึ่งมีอยู่ในโลก เราประกาศไว้ชัดเจนแล้ว สัตว์โลกคลายความพอใจในกามคุณ ๕ นี้ได้ ย่อมพ้นจากทุกข์ได้ ด้วยวิธีดังกล่าวนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “มโนของมนุษย์ไม่เป็นกามธาตุ”
สก. กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามคุณเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.สุ. (แปล) ๒๕/๑๗๓/๕๓๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๓. กามคุณกถา (๗๕) สก. กรรมที่ให้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามคุณ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามคุณ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามคุณเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามคุณ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายคู่พระอัครสาวกอุบัติขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามธาตุเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามคุณเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงกามธาตุมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๓. กามคุณกถา (๗๕) สก. สัตว์ผู้เข้าถึงกามธาตุมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามธาตุ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในกามคุณ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามธาตุ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในกามคุณ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามธาตุเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามคุณเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามธาตุ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายคู่พระอัครสาวกอุบัติขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๓. กามคุณกถา (๗๕) สก. ในกามคุณ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายคู่พระอัครสาวกอุบัติขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้กามคุณ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ (๑) รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ที่น่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด (๒) เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู ฯลฯ (๓)กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก ฯลฯ (๔) รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น ฯลฯ (๕) โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น กามคุณ ๕ เท่านั้นจึงเป็นกามธาตุ กามคุณกถา จบ @เชิงอรรถ : @ กามคุณ แยกอธิบายว่า ที่ชื่อว่ากาม เพราะมีความหมายว่าเป็นสิ่งที่บุคคลพึงใคร่ ที่ชื่อว่าคุณ เพราะมี@ความหมายว่าผูกพันไว้ ร้อยรัดไว้ เหมือนคำว่า อนฺตํ อนฺตคุณํ (ไส้ใหญ่ ไส้เล็ก ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๗๗/๓๐๖,@ม.มู. (แปล) ๑๒/๑๑๐/๑๐๖, ขุ.ขุ. (แปล) ๒๕/๓/๔, และเหมือนคำว่า กยิรา มาลาคุเณ พหู@(ช่างดอกไม้พึงร้อยพวงมาลัยไว้เป็นจำนวนมาก (ขุ.ธ. (แปล) ๒๕/๕๓/๔๓, องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๓/๑๔๘)@ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๒๖๗/๒๙๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากามคุณกถา ว่าด้วยกามคุณ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องกามคุณ.
ในเรื่องนั้น ในลัทธิของสกวาทีก่อน วัตถุกามก็ดี กิเลสกามก็ดี กามภพก็ดี ท่านเรียกว่ากามธาตุ.
จริงอยู่ ในบรรดากามเหล่านั้น วัตถุกามชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา. ชื่อว่าธาตุ เพราะอรรถว่าเป็นสภาวะ เป็นนิสสัตตะและเป็นสุญญตะ ฉะนั้น จึงชื่อว่ากามธาตุกิเลสกามชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาด้วย เพราะอรรถว่าเป็นการชอบใจด้วย. ชื่อว่าธาตุ เพราะอรรถตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามธาตุ.
กามภพ ชื่อว่ากามเพราะเหตุ ๓ คือ เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าใคร ๑ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องก้าวไป ๑ เพราะอรรถว่าเป็นสถานที่เป็นไปแห่งวัตถุกาม ๑ ชื่อว่าธาตุเพราะอรรถตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามธาตุ.
ก็ในลัทธิของผู้อื่นถือเอากามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นกามธาตุ เพราะอาศัยสักแต่บาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ดังนี้. เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดนี้ดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า กามคุณ ๕ เท่านั้นเป็นต้นเพื่อท้วงซึ่งความที่กามคุณนั้นเป็นสภาพที่แตกต่างไปจากกามธาตุคำตอบรับรองเป็นของปรวาทีด้วยสามารถแห่งลัทธิ.
คำว่า มีอยู่มิใช่หรือ เป็นต้น สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อแสดงถึงกิเลสกาม.
ในคำเหล่านั้น คำว่า ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้น ได้แก่ เกี่ยวพร้อมเฉพาะแล้วด้วยกามคุณ คือมีกามคุณเป็นอารมณ์.
ในคำทั้งหลายว่า ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น นี้ความว่า บรรดาธรรมทั้งหลายมีความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้นเป็นต้น มีอยู่ ท่านก็ไม่ควรกล่าวว่ากามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ.
อธิบายว่า ก็ธรรมทั้งหลายมีความพอใจเป็นต้นแม้เหล่านี้ ชื่อว่ากามด้วย ชื่อว่าธาตุด้วย เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา แม้เพราะเหตุนี้จึงชื่อว่ากามธาตุ ฉันทะเป็นต้นชื่อว่าธาตุ อันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่ากาม เพราะอรรถว่าเป็นการชอบใจ แม้เพราะเหตุนี้ก็ชื่อว่า กามธาตุ.
คำว่า จักขุของมนุษย์ทั้งหลาย เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงถึงวัตถุกาม.
ในปัญหาเหล่านั้น ปรวาทีถูกถามว่า มโนของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุหรือ? อีก เพราะปฏิเสธซึ่งความที่อายตนะแม้ทั้ง ๖ ว่า ไม่เป็นกามธาตุเป็นแต่วัตถุกาม ทั้งไม่ตอบรับรองซึ่งความที่ใจนั้นว่า เป็นกามธาตุ เพราะหมายเอามหัคคตและโลกุตตรจิต.
อันที่จริง มโนที่เป็นไปในภูมิ ๒ แม้ทั้งหมดก็ชื่อว่ากามธาตุทั้งนั้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีจึงตำหนิปรวาทีนั้นด้วยการอ้างพระสูตร.
คำว่า กามคุณเป็นภพเป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงซึ่งความที่ภพเป็นกามธาตุ. แต่โวหารว่า ภพ ในคำสักว่ากามคุณย่อมไม่มี เหตุใด เพราะเหตุนั้น ปรวาทีจึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.
คำทั้งปวงว่า กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณ เป็นต้น สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อแสดงซึ่งความที่โวหารสักว่า กามคุณเป็นกามธาตุก็หาไม่. จริงอยู่ กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงซึ่งกามภพอันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่ากามธาตุมีอยู่ และสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดในกามภพนั่นแหละก็มีอยู่ ฉะนั้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิด ย่อมแก่ ย่อมตาย ย่อมจุติและย่อมอุบัติในกามภพนั้น มิใช่ในกามคุณทั้งหลาย ดังนี้แล.
อรรถกถากามคุณกถา จบ. -----------------------------------------------------