กามกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กามกถา
๑๒๑๔ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ ตปฺปฏิสํยุตฺโต ฉนฺโทติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ ตปฺปฏิสํยุตฺโต ฉนฺโท โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ นนุ อตฺถิ ตปฺปฏิสํยุตฺโต ราโค ตปฺปฏิสํยุตฺโต ฉนฺทราโค ตปฺปฏิสํยุตฺโต สงฺกปฺโป ตปฺปฏิสํยุตฺโต ราโค ตปฺปฏิสํยุตฺโต สงฺกปฺปราโค ตปฺปฏิสํยุตฺตา ปีติ ตปฺปฏิสํยุตฺตํ โสมนสฺสํ ตปฺปฏิสํยุตฺตํ ปีติโสมนสฺสนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ ตปฺปฏิสํยุตฺตํ ปีติโสมนสฺสํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ
๑๒๑๕น วตฺตพฺพํ ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปญฺจิเม ภิกฺขเว กามคุณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา ฯเปฯ กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนิยา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ กามคุณาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ
๑๒๑๖ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปญฺจิเม ภิกฺขเว กามคุณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา ฯเปฯ กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนิยา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ กามคุณา อปิจ ภิกฺขเว เนเต กามา กามคุณา นาเมเต อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺติ สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม ติฏฺฐนฺติ จิตฺรานิ ตเถว โลเก อเถตฺถ ธีรา วินยนฺติ ฉนฺทนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปญฺเจวายตนา กามาติ ฯ กามกถา ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๔. กามกถา (๗๖) ๔. กามกถา (๗๖) ว่าด้วยกาม
สก. อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกามใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความพอใจที่เกี่ยวกับอายตนะ ๕ นั้นมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความพอใจเกี่ยวกับอายตนะ ๕ นั้นมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกาม” สก. ความกำหนัด ความพอใจ ความกำหนัดและความพอใจที่เกี่ยวกับอายตนะ๕ นั้น ... ความดำริ ความกำหนัด ความดำริและความกำหนัดที่เกี่ยวกับอายตนะ๕ นั้น ... ปีติ โสมนัส ปีติและโสมนัสที่เกี่ยวกับอายตนะ ๕ นั้น มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากปีติและโสมนัสที่เกี่ยวกับอายตนะ ๕ นั้นมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกาม”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกาม” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้๕ ประการ อะไรบ้าง คือ (๑) รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ฯลฯ (๕) โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัดภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๓/๒๓๖) @ เพราะมีความเห็นว่า อายตนะ ๕ มีรูปายตนะ เป็นต้น ยกเว้นธัมมายตนะ ชื่อว่ากาม กิเลสกามไม่ชื่อว่า@กาม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๓/๒๓๖) @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๒๖๗/๒๙๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๔. กามกถา (๗๖) ปร. ดังนั้น อายตนะ ๕ เท่านั้นจึงเป็นกาม สก. อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกามใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้กามคุณ ๕ ประการอะไรบ้าง คือ (๑) รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ฯลฯ (๕) โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่เรียกว่ากาม สิ่งเหล่านี้เรียกว่ากามคุณ ในอริยวินัย (พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัส คาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า) สังกัปปราคะของบุรุษ ชื่อว่ากาม อารมณ์ที่วิจิตรทั้งหลายในโลกไม่ชื่อว่ากาม สังกัปปราคะของบุรุษ ชื่อว่ากาม อารมณ์ที่วิจิตรทั้งหลายในโลก ตั้งอยู่ตามสภาพของตนเท่านั้น แต่ธีรชนทั้งหลาย ย่อมกำจัดความพอใจ ในอารมณ์ที่วิจิตรเหล่านั้น” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “อายตนะ ๕ เท่านั้นเป็นกาม” กามกถา จบ @เชิงอรรถ : @ กาม หมายถึงความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริในวัตถุมีรูปร่างที่งดงาม เป็นต้น (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๓/๑๔๘,@องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๖๓/๗๐) และเป็นชื่อเรียกกิเลสกามอีกชื่อหนึ่งในจำนวนชื่อเรียกกาม ๑๘ ชื่อ@(ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑/๒, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘/๖๖-๖๗) @ ดูเทียบ องฺ.ฉกฺก. (แปล) ๒๒/๖๓/๕๗๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๕๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากามกถา ว่าด้วยกาม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องกาม.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า อายตนะทั้ง ๕ มีรูปายตนะเป็นต้นเท่านั้นเป็นกาม เพราะอาศัยสักแต่พระบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เพื่อแสดงซึ่งความที่กิเลสกามนั่นแหละเป็นกามโดยแท้ ดังนี้ โดยหมายเอาชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถากามกถา จบ. -----------------------------------------------------