รูปธาตุกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
รูปธาตุกถา
๑๒๑๗รูปิโน ธมฺมา รูปธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูเป สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูเป อตฺถิรูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๒๑๘รูปธาตุ ภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ ภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปธาตูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปธาตูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปธาตุยา สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูเป สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปธาตุยา อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูเป อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปธาตุ ปญฺจโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปิโน ธมฺมา รูปธาตุ กามธาตุยา อตฺถิ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สาว กามธาตุ สา รูปธาตูติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาว กามธาตุ สา รูปธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ กามภเวน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ทวีหิ ภเวหิ สมนฺนาคโต โหติ กามภเวน จ รูปภเวน จาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปธาตุกถา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๕. รูปธาตุกถา (๗๗) ๕. รูปธาตุกถา (๗๗) ว่าด้วยรูปธาตุ
สก. สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูป มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูป มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปธาตุเป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปเป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๕/๒๓๖) @ เพราะมีความเห็นว่า รูป ๒๘ เท่านั้น ชื่อว่ารูปธาตุ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า รูป ๒๘ เป็น@กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๕-๕๑๖/๒๓๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๕. รูปธาตุกถา (๗๗) สก. กรรมที่ให้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูปธาตุ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในรูป มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูปธาตุ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในรูป มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปธาตุเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๖. อรูปธาตุกถา (๗๘)
สก. สภาวธรรมที่เป็นรูป เป็นรูปธาตุ ในกามธาตุ มีรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามธาตุกับรูปธาตุเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามธาตุกับรูปธาตุเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบด้วยภพ ๒ คือกามภพและรูปภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ รูปธาตุกถา จบ ๖. อรูปธาตุกถา (๗๘) ว่าด้วยอรูปธาตุ
สก. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นอรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ประกอบด้วยกามภพ หมายถึงผู้เข้าถึงกามภพ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๗-๕๑๘/๒๓๗) @ เพราะมีความเห็นว่า นามธรรมทั้งหมด ชื่อว่าอรูปธาตุ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า นามขันธ์@บางส่วนเท่านั้นเป็นอรูปธาตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๗-๕๑๘/๒๓๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๕๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถารูปธาตุกถา ว่าด้วยรูปธาตุ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปธาตุ.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า รูปธรรมเท่านั้น ชื่อว่ารูปธาตุ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า รูป ดังนี้ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ทีนั้น สกวาทีเพื่อจะโต้แย้งด้วยอรรถว่า รูปภพก็ชื่อว่ารูปธาตุ มิใช่เพียงสักแต่รูปอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยอรรถนั้น จึงกล่าวว่า รูปธาตุ เป็นต้น.
คำทั้งหมดนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในเรื่องกามคุณนั่นแหละ.
ถูกสกวาทีถามว่า กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละหรือ ปรวาทีเมื่อเห็นผิดจากการกำหนดภูมิ จึงตอบปฏิเสธ. ถูกถามซ้ำอีก ก็ตอบรับรองด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน ก็เมื่อความเป็นเช่นนั้น มีอยู่ รูปนั้นก็ย่อมปรากฏเพราะการประชุมกันด้วยภพทั้ง ๒ คือ กามภพ รูปภพด้วยเหตุนั้น สกวาทีจึงกล่าวกะปรวาทีนั้นว่า บุคคลประกอบด้วยกามภพ เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความไม่มีรูปเพียงรูปเดียวทั้ง ๒ ภพ ดังนี้แล.
อรรถกถารูปธาตุกถา จบ. -----------------------------------------------------