นิคคหกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นิคฺคหกถา
๑๖๓๙ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ มา รชฺชิ มา ทุสฺสิ มา มุยฺหิ มา กิลิสฺสีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา สญฺญา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เจตนา อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนา สทฺธา อุปฺปนฺนํ วิริยํ อุปฺปนฺนา สติ อุปฺปนฺโน สมาธิ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๔๐ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ราคํ ปชหติ โทสํ ปชหติ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๔๑ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย มคฺคํ ภาเวติ สติปฏฺฐานํ ภาเวติ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๔๒ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๔๓ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๔๔ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อตฺตนาว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนาว วิสุชฺฌติ สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ
๑๖๔๕น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ นิคฺคหกถา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๖. โสฬสมวรรค] ๑. นิคคหกถา (๑๕๖) ๑๖. โสฬสมวรรค ๑. นิคคหกถา (๑๕๖) ว่าด้วยการข่มจิต
สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นว่า “อย่ากำหนัด อย่าขัดเคือง อย่าหลง อย่าเศร้าหมองได้” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอื่นข่มได้ว่า “ผัสสะที่เกิดขึ้นแก่คนอื่นอย่าได้ดับไปเลย” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มได้ว่า “เวทนาที่เกิดขึ้น ฯลฯ สัญญาที่เกิดขึ้น ฯลฯ เจตนาที่เกิดขึ้น ฯลฯ จิตที่เกิดขึ้น ฯลฯ สัทธาที่เกิดขึ้น ฯลฯ วิริยะที่เกิดขึ้น ฯลฯ สติที่เกิดขึ้น ฯลฯ สมาธิที่เกิดขึ้น ฯลฯ ปัญญาที่เกิดขึ้นแก่คนอื่นอย่าได้ดับไปเลย”ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๔๓/๒๘๔) @ เพราะมีความเห็นว่า ผู้ที่มีความชำนาญในฌานอภิญญาย่อมสามารถข่มจิตของคนอื่นได้ ซึ่งต่างกับความ@เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า บุคคลไม่สามารถใช้จิตของตนข่มจิตของคนอื่นได้โดยตรง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๔๓/๒๘๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๖. โสฬสมวรรค] ๑. นิคคหกถา (๑๕๖) สก. บุคคลอื่นละราคะ โทสะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เพื่อประโยชน์แก่คนอื่นได้ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอื่นเจริญมรรค สติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์ เพื่อประโยชน์แก่คนอื่น ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอื่นกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ เจริญมรรค เพื่อ ประโยชน์แก่คนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลอื่นทำให้แก่คนอื่น สุขทุกข์มีผู้อื่นเป็นตัวการ บุคคลคนละคนกัน ทั้งทำและเสวยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๖. โสฬสมวรรค] ๒. ปัคคหกถา (๑๕๗) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “บุคคลทำบาปเองก็เศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเองก็บริสุทธิ์เอง ความบริสุทธิ์ และไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน บุคคลอื่นจะทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้มีกำลังมีอยู่ บุคคลผู้มีอำนาจก็มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลผู้มีกำลังมีอยู่ บุคคลผู้มีอำนาจก็มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลอื่นข่มจิตของคนอื่นได้” นิคคหกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิคคหกถา ว่าด้วยการข่ม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการข่ม.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายมหาสังฆิกะทั้งหลายว่า ผู้ใดมีกำลัง มีอำนาจในโลกถ้าว่า เขาไม่พึงอาจเพื่อข่มจิตของผู้อื่นได้ไซร้ ความมีกำลังหรือความมีอำนาจจะมีประโยชน์อะไรแก่ชนเหล่านั้นก็เพราะความเป็นผู้มีกำลังและมีอำนาจ บุคคลเหล่านั้นจึงข่มจิตของบุคคลเหล่าอื่นได้ ดังนี้
คำถามของสกวาทีว่า บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า ข่ม ได้แก่ การห้ามจิตมิให้ตกไปสู่สังกิเลส.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแล.
อรรถกถานิคคหกถา จบ. -----------------------------------------------------