อนาสวกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อนาสวกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อนาสวกถา
อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ สกทาคามิมคฺโค สกทาคามิผลํ อนาคามิมคฺโค อนาคามิผลํ อรหตฺตมคฺโค อรหตฺตผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผลเป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคามิผลเป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต จกฺขุํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต จกฺขุํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต โสตํ ฯเปฯ อรหโต ฆานํ ฯเปฯ อรหโต ชิวฺหา ฯเปฯ อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผลฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตะของพระอรหันต์ ฯลฯ ฆานะของพระอรหันต์ ฯลฯ ชิวหาของพระอรหันต์ ฯลฯ กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผลฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต กาโย ปคฺคหนิคฺคหูปโค เฉทนเภทนูปโค กาเกหิ คิชฺเฌหิ กุลเลหิ สาธารโณติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาสโว ธมฺโม ปคฺคหนิคฺคหูปโค เฉทนเภทนูปโค กาเกหิ คิชฺเฌหิ กุลเลหิ สาธารโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายของพระอรหันต์ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต กาเย วิสํ กาเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคึ กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาสเว ธมฺเม วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคึ กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายของพระอรหันต์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไปในธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ลพฺภา อรหโต กาโย อทฺทุพนฺธเนน พนฺธิตุํ รชฺชุพนฺธเนน พนฺธิตุํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธิตุํ คามพนฺธเนน พนฺธิตุํ นิคมพนฺธเนน พนฺธิตุํ นครพนฺธเนน พนฺธิตุํ ชนปทพนฺธเนน พนฺธิตุํ กณฺฐปญฺจเมหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ลพฺภา อนาสโว ธมฺโม อทฺทุพนฺธเนน พนฺธิตุํ รชฺชุพนฺธเนน พนฺธิตุํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธิตุํ คามพนฺธเนน นิคมพนฺธเนน นครพนฺธเนน ชนปทพนฺธเนน กณฺฐปญฺจเมหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายของพระอรหันต์ ยังจะจองจำ ด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่องจองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังจะจองจำด้วยเครื่องจองจำคือขื่อด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่องจองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ยทิ อรหา ปุถุชฺชนสฺส จีวรํ เทติ อนาสวํ หุตฺวา สาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาสวํ หุตฺวา สาสวํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผิว่า พระอรหันต์ให้จีวรแก่ปุถุชน จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็นั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ยทิ อรหา ปุถุชฺชนสฺส ปิณฺฑปาตํ เทติ เสนาสนํ เทติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผิว่า พระอรหันต์ ให้บิณฑบาต ให้เสนาสนะ ให้คิลานปัจจัยเภสัชชบริ-ขาร แก่ปุถุชน คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของเป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ยทิ ปุถุชฺชโน อรหโต จีวรํ เทติ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายจีวรแก่พระอรหันต์ จีวรนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทโส โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. จีวรนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ยทิ ปุถุชฺชโน อรหโต ปิณฺฑปาตํ เทติ เสนาสนํ เทติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ ถวายคิลานปัจจยเภสัชช-บริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทโส ฯเปฯ โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อนาสโว เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อนาสวกถา ฯ ----------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ดังนี้ อนาสวกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๓. อนาสวกถา (๓๕) ๓. อนาสวกถา (๓๕) ว่าด้วยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
สก. สภาวธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์เป็นมรรค ... ผล ... นิพพาน ... โสดาปัตติมรรค ... โสดาปัตติผล ... สกทาคามิมรรค ... สกทาคามิผล ... อนาคามิมรรค ... อนาคามิผล ... อรหัตตมรรค ... อรหัตตผล ... สติปัฏฐาน ... สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ ... โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักษุของพระอรหันต์เป็นมรรค ... ผล ... นิพพาน ... โสดาปัตติมรรค... โสดาปัตติผล ฯลฯ โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตะ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ฯลฯ กาย ของพระอรหันต์ไม่เป็น อารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๙๑/๒๐๒) @ เพราะมีความเห็นว่า ทุกสิ่งที่เนื่องกับพระอรหันต์ล้วนปราศจากอาสวกิเลส (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๙๑/๒๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๓. อนาสวกถา (๓๕) สก. กายของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายของพระอรหันต์เป็นมรรค ... ผล ... นิพพาน ... โสดาปัตติมรรค... โสดาปัตติผล ฯลฯ โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กายของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายของพระอรหันต์ยังถูกยกย่องและถูกข่ม ถูกตัดและทำลาย เป็น ของทั่วไปแก่ฝูงกา แร้ง และเหยี่ยวใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะยังถูกยกย่องและถูกข่ม ยังถูกตัดและทำลาย เป็นของทั่วแก่ฝูงกา แร้ง และเหยี่ยวใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในกายของพระอรหันต์ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กายของพระอรหันต์ยังถูกจองจำด้วยเครื่องจองจำคือขื่อคา เครื่องจองจำคือเชือก เครื่องจองจำคือโซ่ตรวน เครื่องจองจำคือบ้าน เครื่องจองจำคือนิคมเครื่องจองจำคือนคร เครื่องจองจำคือชนบท ด้วยการจองจำมีการผูกที่คอเป็นที่ ๕ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๓. อนาสวกถา (๓๕) สก. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังถูกจองจำด้วยเครื่องจองจำคือขื่อคา เครื่องจองจำคือเชือก เครื่องจองจำคือโซ่ตรวน เครื่องจองจำคือบ้านเครื่องจองจำคือนิคม เครื่องจองจำคือนคร เครื่องจองจำคือชนบท ด้วยการจองจำมีการผูกที่คอเป็นที่ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. หากพระอรหันต์ให้จีวรแก่ปุถุชน จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของ อาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผล ... สติปัฏฐาน ... สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ... โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แต่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. หากพระอรหันต์ให้บิณฑบาต ... เสนาสนะ ... คิลานปัจจัยเภสัชบริขารแก่ปุถุชน คิลานปัจจัยเภสัชบริขารนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๓. อนาสวกถา (๓๕) สก. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สิ่งที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผล ... สติปัฏฐาน ... สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ... โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. หากปุถุชนถวายจีวรแก่พระอรหันต์ จีวรนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จีวรนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สิ่งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๓. อนาสวกถา (๓๕) สก. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. หากปุถุชนถวายบิณฑบาต ... เสนาสนะ ... คิลานปัจจัยเภสัชบริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สิ่งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะกับจีวรที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๔. สมันนาคตกถา (๓๖) ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากพระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ” อนาสวกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนาสวกถา ว่าด้วยอนาสวะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอนาสวะ คือไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
____________________________
คำว่า "อาสวะ" คือกิเลสเป็นเครื่องมักดองอยู่ในสันดานของสัตว์ มี ๔ คือ ๑. กามาสวะ ๒. ภวาสวะ ๓. ทิฏฐาสวะ ๔. อวิชชาสวะ.
คำว่า "ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ" ได้แก่ โลกุตตรจิต ๘ เจตสิก ๓๖ นิพพาน.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลาย ในขณะนี้ว่า ธรรมเหล่าใดของพระอรหันต์ผู้ไม่มีอาสวะ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะดังนี้. สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ เป็นต้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาที เพื่อท้วงว่า ธรรมทั้งหลายมีมรรคเป็นต้น ชื่อว่าไม่มีอาสวะ มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นเท่านั้นย่อมเกิดแก่พระอรหันต์หรือ? จึงเริ่มคำว่า ธรรมทั้งปวงเป็นมรรค เป็นผล เป็นต้น.
ถูกสกวาทีถามว่า จักขุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความที่จักษุนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ถูกถามครั้งที่ ๒ ปรวาทีตอบรับรองว่า จักขุของพระอรหันต์ไม่เป็นอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ในปัญหาว่าด้วยการให้จีวร ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะกลัวผิดจากลักษณะแห่งปัญหานี้ว่า ธรรมอย่างหนึ่งเที่ยวไม่เป็นอาสวะ แต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ถูกถามครั้งที่ ๒ ปรวาทีตอบรับรองว่า จีวรของพระอรหันต์ไม่เป็นอาสวะ แต่เป็นอารมณ์ของอาสวะได้ แม้ใน ๒ ปัญหาว่า ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ก็นัยนี้นั่นแหละ. แต่สกวาทีย่อมท้วงเพราะการรับรองของปรวาทีในคำว่า ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ด้วยคำเป็นต้นว่า มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะหรือ.
พึงทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้แล.
อรรถกถาอนาสวกถา จบ. -----------------------------------------------------