นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา
น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อผสฺสกสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ อจิตฺตกสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สผสฺสกสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สผสฺสกสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กายกมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ
สกวาที บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ ฯลฯ ผู้ไม่มีจิต ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลมีผัสสะ ฯลฯ มีจิต จึงมีกายกรรมได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลมีผัสสะ ฯลฯ มีจิต จึงมีกายกรรมได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าบุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาวชฺชนฺตสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อาวชฺชนฺตสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อาวชฺชนฺตสฺส กายกมฺมํ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส กายกมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ
ส. บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่นึกอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้นึกอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ จึงมีกายกรรมได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้นึกอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ จึงมีกายกรรมได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กายกมฺมํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ จิตฺเตน สห ชาตํ จิตฺเตน สห เอกุปฺปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กายกมฺมํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ จิตฺเตน สห ชาตํ จิตฺเตน สห เอกุปฺปาทํ โน วต เร วตฺตพฺเพ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ
ส. บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดในขณะเดียวกับจิต มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กายกรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดในขณะเดียวกับจิต ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ น อภิกฺกมิตุกาโม อภิกฺกมติ น ปฏิกฺกมิตุกาโม ปฏิกฺกมติ น อาโลเกตุกาโม อาโลเกติ น วิโลเกตุกาโม วิโลเกติ น สมฺมิญฺชิตุกาโม สมฺมิญฺเชติ น ปสาเรตุกาโม ปสาเรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อภิกฺกมิตุกาโม อภิกฺกมติ ปฏิกฺกมิตุกาโม ปฏิกฺกมติ อาโลเกตุกาโม อาโลเกติ วิโลเกตุกาโม วิโลเกติ สมฺมิญฺชิตุกาโม สมฺมิญฺเชติ ปสาเรตุกาโม ปสาเรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อภิกฺกมิตุกาโม อภิกฺกมติ ฯเปฯ ปสาเรตุกาโม ปสาเรติ โน วต เร วตฺตพฺเพ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ
ส. บุคคลไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลไม่ปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า ก็ก้าวไปข้างหน้าได้ ไม่ปรารถนาจะถอยไปข้างหลัง ก็ถอยไปข้างหลังได้ ไม่ปรารถนาจะแลดูก็แลดูได้ ไม่ปรารถนาจะเหลียวดูก็เหลียวดูได้ ไม่ปรารถนาจะคู้แขนก็คู้แขนได้ ไม่ปรารถนาจะเหยียดแขนก็เหยียดแขนได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า จึงก้าวไปข้างหน้าได้ ปรารถนาจะถอยหลัง จึงถอยไปข้างหลังได้ ปรารถนาจะแลดู จึงแลดูได้ ปรารถนาจะเหลียวดู จึงเหลียวดูได้ ปรารถนาจะคู้แขน จึงคู้แขนได้ ปรารถนาจะเหยียดแขน จึงเหยียดแขนได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า จึงก้าวไปข้างหน้าได้ ฯลฯ ปรารถนาจะเหยียดแขน จึงเหยียดแขนได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
น วตฺตพฺพํ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ อญฺญตฺร คจฺฉิสฺสามีติ อญฺญตฺร คจฺฉติ ฯเปฯ อญฺญํ ปสาเรสฺสามีติ อญฺญํ ปสาเรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อญฺญตฺร คจฺฉิสฺสามีติ อญฺญตฺร คจฺฉติ ฯเปฯ อญฺญํ ปสาเรสฺสามีติ อญฺญํ ปสาเรติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติ ฯ น ยถาจิตฺตสฺส กายกมฺมนฺติกถา ฯ ----------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บางคนที่คิดว่าจะไปในที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเสียในที่อีกแห่งหนึ่ง ฯลฯ คิดว่าจะเหยียดแขนข้างหนึ่ง ก็เหยียดอีกเสียข้างหนึ่ง มีอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บางคนที่คิดว่าจะไปในที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเสียในที่อีกแห่งหนึ่งฯลฯ คิดว่าจะเหยียดแขนข้างหนึ่ง ก็เหยียดเสียอีกข้างหนึ่ง มีอยู่ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา (๙๓) ว่าด้วยกายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด
สก. กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ ฯลฯ ไม่มีจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้มีผัสสะ ฯลฯ มีจิตมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้มีผัสสะ ฯลฯ มีจิต ท่านก็ไม่ควรยอม รับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด” @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๖/๒๔๗) @ เพราะมีความเห็นว่า การเคลื่อนไหวทางกายไม่เกี่ยวข้องกับจิต จึงถือว่า กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๖/๒๔๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา (๙๓) สก. กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกายกรรมมีได้แก่บุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด” สก. กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายกรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดขณะเดียวกับจิตมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกายกรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดขณะเดียวกับจิต ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด” สก. กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลไม่ประสงค์จะก้าวไปก็ก้าวไปได้ ไม่ประสงค์จะถอยกลับก็ถอยกลับได้ไม่ประสงค์จะแลดูก็แลดูได้ ไม่ประสงค์จะเหลียวดูก็เหลียวดูได้ ไม่ประสงค์จะคู้เข้าก็คู้เข้าได้ ไม่ประสงค์จะเหยียดออกก็เหยียดออกได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา (๙๓) สก. บุคคลประสงค์จะก้าวไปจึงก้าวไปได้ ประสงค์จะถอยกลับจึงถอยกลับได้ประสงค์จะแลดูจึงแลดูได้ ประสงค์จะเหลียวดูจึงเหลียวดูได้ ประสงค์จะคู้เข้าจึงคู้เข้าได้ ประสงค์จะเหยียดออกจึงเหยียดออกได้มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลประสงค์จะก้าวไปจึงก้าวไปได้ ฯลฯ ประสงค์จะเหยียดออกจึงเหยียดออกได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บางคนคิดว่า “จะไปในที่แห่งหนึ่ง” แต่ไปในที่อีกแห่งหนึ่ง ฯลฯ คิดว่า“จะเหยียดแขนข้างหนึ่ง” แต่เหยียดแขนอีกข้างหนึ่ง มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบางคนคิดว่า “จะไปในที่แห่งหนึ่ง” แต่ไปในที่อีกแห่งหนึ่ง ฯลฯ คิดว่า “จะเหยียดแขนข้างหนึ่ง” แต่เหยียดแขนอีกข้างหนึ่งมีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “กายกรรมไม่เป็นไปตามที่คิด” นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานยถาจิตตัสส กายกัมมันติกถา ว่าด้วยผู้ไม่มีความคิดอย่างไรก็มีกายกรรมได้
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องผู้ไม่มีความคิดอย่างไรก็มีกายกรรมได้ คือหมายความว่า กายกรรมไม่เป็นไปตามจิต.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า คนบางคนที่คิดว่า จักไปในที่แห่งหนึ่ง แต่ก็ไปในที่แห่งหนึ่ง เหตุใดเพราะเหตุนั้น กายกรรมจึงไม่เป็นไปตามจิต ไม่อนุรูปแก่จิต ไม่คล้อยตามจิต แม้เว้นจิตเสียก็เป็นไปได้ ดังนี้คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
อรรถกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา จบ. -----------------------------------------------------