ปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปีติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถา
ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปญฺจวิญฺญาณา อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปญฺจวิญฺญาณา อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปีติ ฯ นนุ ปญฺจวิญฺญาณา ปุเรชาตวตฺถุกา ปุเรชาตารมฺมณา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา พาหิรารมฺมณา อสมฺภินฺนวตฺถุกา อสมฺภินฺนารมฺมณา นานาวตฺถุกา นานารมฺมณา น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺติ น อสมนฺนาหารา อุปฺปชฺชนฺติ น อมนสิการา อุปฺปชฺชนฺติ น อพฺโพกิณฺณา อุปฺปชฺชนฺติ น อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺชนฺติ น อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตรา อุปฺปชฺชนฺติ นนุ ปญฺจวิญฺญาณา อนาโภคาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปญฺจวิญฺญาณา อนาโภคา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปีติ ฯ
สกวาที วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี ส. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดก่อนเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดก่อนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายในเป็นวัตถุ มีธรรมภายนอกเป็นอารมณ์ มีธรรมที่ยังไม่ทำลายเป็นวัตถุ มีธรรมที่ยังไม่ทำลายเป็นอารมณ์ มีวัตถุต่างๆ มีอารมณ์ต่างๆไม่เสวยโคจรวิสัยแห่งกันและกัน เกิดขึ้นโดยไม่มีความสนใจไม่ได้ เกิดขึ้นโดยไม่มีการทำไว้ในใจไม่ได้ เกิดขึ้นโดยไม่มีเจือด้วยสัมปฏิฉันนจิตเป็นต้นไม่ได้ เกิดขึ้นไม่ก่อนไม่หลังกันไม่ได้ เกิดขึ้นในลำดับอันชิดแห่งกันและกันไม่ได้ มิใช่หรือ? ฯลฯ วิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจ มิใช่หรือ?@ ม. มู. ข้อ ๓๗๘ หน้า ๕๑๕, อํ. จตุกฺก. ข้อ ๓๗ หน้า ๕๑ ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี ดังนี้
จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ
ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ ปรารภความว่างเปล่าเกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักขุวิญญาณ ปรารภความว่างเปล่าเกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คำว่า เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณ ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ไม่มี ส. คำว่า เพราะอาศัยจักษุและรูปทั้งหลาย จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า คำว่า เพราะอาศัยจักษุและรูปทั้งหลาย จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้นดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น
จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ ฯเปฯ จิตฺตํ อารพฺภ ฯเปฯ จกฺขุํ อารพฺภ ฯเปฯ กายํ อารพฺภ ฯเปฯ สทฺทํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ มโนวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ {๑๓๙๔.๑} อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ มโนวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ มโนวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ ฯเปฯ จิตฺตํ อารพฺภ จกฺขุํ อารพฺภ ฯเปฯ กายํ อารพฺภ สทฺทํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ ปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภจิต ฯลฯ ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ฯลฯ ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และมโนวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และจักขุวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี และมโนวิญญาณปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้นได้ ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี มโนวิญญาณปรารภผัสสะฯลฯ ปรารภจิต ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภผัสสะฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ ฯเปฯ น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ ฯเปฯ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ ฯเปฯ น นิมิตฺตคฺคาหี โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปีติ ฯ ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปีติกถา ฯ --------------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปด้วยจักษุ เป็นผู้ยึดถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ยึดถือนิมิต ฯลฯ ฟังเสียงด้วยโสต ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย เป็นผู้ยึดถือนิมิตฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น วิญญาณ ๕ ก็เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี น่ะสิปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค] ๔. ปัญจวิญญาณากุสลาปิอกุสลาปีติกถา (๙๘) ๔. ปัญจวิญญาณากุสลาปิอกุสลาปีติกถา (๙๘) ว่าด้วยวิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี
สก. วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นอารมณ์มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นอารมณ์ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี” สก. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นก่อนเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นก่อนเป็นอารมณ์มีธรรมภายในตนเป็นวัตถุ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ มีธรรมไม่แตกดับเป็นวัตถุ มีธรรมไม่แตกดับเป็นอารมณ์ มีวัตถุต่างกัน มีอารมณ์ต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์ของกันและกัน ไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ใส่ใจ ไม่เกิดขึ้นเพราะไม่มนสิการเกิดขึ้นโดยไม่สับลำดับกัน ไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่เกิดขึ้นในลำดับของกันและกันวิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิญญาณ ๕เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี”
สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณปรารภความว่างเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๐/๒๕๒) @ เพราะมีความเห็นว่า วิญญาณ ๕ มีจักขุวิญญาณ เป็นต้น เป็นได้ทั้งกุศลและอกุศล ซึ่งต่างกับความเห็น@ของสกวาทีที่เห็นว่า วิญญาณ ๕ เป็นวิบากเท่านั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๐/๒๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค] ๔. ปัญจวิญญาณากุสลาปิอกุสลาปีติกถา (๙๘) สก. จักขุวิญญาณปรารภความว่างเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะอาศัยจักษุและความว่าง จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะอาศัยจักษุและความว่าง จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและความว่าง จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น”มีอยู่จริงหรือ ปร. ไม่มี สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มีอยู่จริงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น”มีอยู่จริง ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยจักษุและความว่าง จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น”
สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณปรารภอดีตและอนาคตเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มีใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค] ๔. ปัญจวิญญาณากุสลาปิอกุสลาปีติกถา (๙๘) สก. จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภจิต ฯลฯ ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ฯลฯ ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มโนวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี มโนวิญญาณปรารภความว่างเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภความ ว่างเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มโนวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี มโนวิญญาณปรารภอดีตและ อนาคตเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภอดีตและ อนาคตเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มโนวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี มโนวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภจิต ฯลฯ ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ฯลฯ ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุวิญญาณเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะเกิดขึ้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “วิญญาณ ๕ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี” ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค] ๕. สาโภคาติกถา (๙๙) ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปทางตาแล้วเป็นผู้รวบถือ ฯลฯ ไม่เป็นผู้รวบถือ ฯลฯ ฟังเสียงทางหู ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกายแล้วเป็นผู้รวบถือ ฯลฯ ไม่เป็นผู้รวบถือ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น วิญญาณ ๕ จึงเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี ปัญจวิญญาณากุสลาปิอกุสลาปีติกถา จบ ๕. สาโภคาติกถา (๙๙) ว่าด้วยวิญญาณ ๕ มีความผูกใจ
สก. วิญญาณ ๕ มีความผูกใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากวิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นอารมณ์ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิญญาณ ๕ มีความผูกใจ” สก. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นก่อนเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นก่อนเป็น อารมณ์ มีธรรมภายในตนเป็นวัตถุ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ มีธรรมไม่แตกดับเป็นวัตถุ มีธรรมไม่แตกดับเป็นอารมณ์ มีวัตถุต่างกัน มีอารมณ์ต่างกันไม่เสวยอารมณ์ของกันและกัน ไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ใส่ใจ ไม่เกิดขึ้นเพราะไม่มนสิการเกิดขึ้นโดยไม่สับลำดับกัน ไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่เกิดขึ้นในลำดับของกันและกันมิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑, ๒ ข้อ ๕๗๙ หน้า ๖๓๓ ในเล่มนี้ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๔/๒๕๒) @ เพราะมีความเห็นว่า วิญญาณ ๕ มีจักขุวิญญาณ เป็นต้น สามารถพิจารณาแยกแยะสิ่งดี สิ่งไม่ดีได้@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๔/๒๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๓๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถา ว่าด้วยปัญจวิญญาณเป็นกุศลก็มี
บัดนี้ ชื่อว่า ปัญจวิญญาณเป็นกุศลก็มี และเป็นอกุศลก็มี.
เรื่องนี้ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถาปัญจวิญญาณ กุสลาปีติกถา จบ. -----------------------------------------------------