ปริยาปันนกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปริยาปนฺนกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปริยาปันนกถา
รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ สมาปตฺเตสิโย อุปปตฺเตสิโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคโต สหชาโต สํสฏฺโฐ สมฺปยุตฺโต เอกุปฺปาโท เอกนิโรโธ เอกวตฺถุโก เอการมฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สมาปตฺเตสิโย น อุปปตฺเตสิโย น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร น สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน น อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคโต สหชาโต สํสฏฺโฐ สมฺปยุตฺโต เอกุปฺปาโท เอกนิโรโธ เอกวตฺถุโก เอการมฺมโณติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สมาปตฺเตสิโย น อุปปตฺเตสิโย น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร ฯเปฯ เอการมฺมโณ โน วต เร วตฺตพฺเพ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯเปฯ
สกวาที รูปราคะ นอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. รูปราคะ เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะสหรคต เกิดร่วม ระคนสัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน จะมีวัตถุเป็นอันเดียวกัน จะมีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ ก็หามิได้ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ก็หามิได้กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กามราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ฯลฯ จะมีอารมณ์อันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปราคะ นอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องอยู่ในรูปธาตุฯลฯ
รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ สทฺทราโค สทฺทธาตุํ อนุเสติ สทฺทธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ คนฺธราโค ฯเปฯ รสราโค ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพราโค โผฏฺฐพฺพธาตุํ อนุเสติ โผฏฺฐพฺพธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุนับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สทฺทราโค สทฺทธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ สทฺทธาตุ- ปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ คนฺธราโค ฯเปฯ รสราโค ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพราโค โผฏฺฐพฺพธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ โผฏฺฐพฺพธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ รูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในสัททธาตุหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในรูปธาตุหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุแต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ สมาปตฺเตสิโย อุปปตฺเตสิโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อุปฺปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรน จิตฺเตน สหคโต สหชาโต สํสฏฺโฐ สมฺปยุตฺโต เอกุปฺปาโท เอกนิโรโธ เอกวตฺถุโก เอการมฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สมาปตฺเตสิโย น อุปปตฺเตสิโย น ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร น สมาปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ฯเปฯ เอการมฺมโณติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สมาปตฺเตสิโย น อุปปตฺเตสิโย ฯเปฯ เอการมฺมโณ โน วต เร วตฺตพฺเพ อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ
ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อรูปราคะ เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ กับจิตเป็น เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรูปราคะ จะเป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ จะเป็นธรรมแสวงหาอุปบัติจะเป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ฯลฯ จะมีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อรูปราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ ฯลฯ จะมีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุนับเนื่องในอรูปธาตุ
อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ สทฺทราโค สทฺทธาตุํ อนุเสติ สทฺทธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุ- ปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ คนฺธราโค ฯเปฯ รสราโค ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพราโค โผฏฺฐพฺพธาตุํ อนุเสติ โผฏฺฐพฺพธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สทฺทราโค สทฺทธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ สทฺทธาตุ- ปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ คนฺธราโค ฯเปฯ รสราโค ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพราโค โผฏฺฐพฺพธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ โผฏฺฐพฺพธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ น วตฺตพฺพํ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในสัททธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุแต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโน อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กามราโค กามธาตุํ อนุเสติ กามธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามราโค กามธาตุํ อนุเสติ กามธาตุปริยาปนฺโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ รูปราโค รูปธาตุํ อนุเสติ รูปธาตุปริยาปนฺโน อรูปราโค อรูปธาตุํ อนุเสติ อรูปธาตุปริยาปนฺโนติ ฯ ปริยาปนฺนกถา ฯ ------------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปราคะนอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ อรูปราคะนอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า กามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุด้วยเหตุนั้นนะท่านต้องกล่าวว่า รูปราคะนอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุอรูปราคะนอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ ปริยาปันนกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๗. ปริยาปันนกถา (๑๔๒) ๗. ปริยาปันนกถา (๑๔๒) ว่าด้วยธรรมที่นับเนื่อง(วัฏฏทุกข์)
สก. รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปราคะเป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ เป็น เครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ดวงที่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปราคะไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่ไม่เป็น เครื่องแสวงหาสมาบัติ ดวงที่ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ดวงที่ไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากรูปราคะไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ฯลฯ มีอารมณ์อย่างเดียวกัน ฯลฯ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ” ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๓/๒๗๖)@ เพราะมีความเห็นว่า เนื่องจากกามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ จึงชื่อว่านับเนื่องในกามธาตุ ฉะนั้น รูปราคะ@และอรูปราคะ ซึ่งนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุตามลำดับ จึงชื่อว่านับเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุด้วย@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ราคะทุกชนิดนับเนื่องในกามธาตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๓/๒๗๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๗. ปริยาปันนกถา (๑๔๒) สก. รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัททราคะนอนเนื่องอยู่ในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องอยู่ใน โผฏฐัพพธาตุ นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัททราคะนอนเนื่องอยู่ในสัททธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องใน สัททธาตุ” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องใน รูปธาตุ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องอยู่ใน โผฏฐัพพธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องใน รูปธาตุ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๗. ปริยาปันนกถา (๑๔๒)
สก. อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อรูปราคะเป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ดวงที่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติ ดวงที่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปราคะไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติไม่เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ฯลฯ มีอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิตดวงที่ไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอรูปราคะไม่เป็นเครื่องแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นเครื่องแสวงหาอุบัติฯลฯ มีอารมณ์อย่างเดียวกัน ท่านก็ไม่ยอมรับว่า “อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ” สก. อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัททราคะนอนเนื่องอยู่ในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๗. ปริยาปันนกถา (๑๔๒) สก. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องอยู่ใน โผฏฐัพพธาตุ นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัททราคะนอนเนื่องอยู่ในสัททธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในสัททธาตุ” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในอรูปธาตุ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องอยู่ใน โผฏฐัพพธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในอรูปธาตุ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องใน รูปธาตุ อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. กามราคะนอนเนื่องอยู่ในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุมิใช่หรือ สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๘. อัพยากตกถา (๑๔๓) ปร. หากกามราคะ นอนเนื่องอยู่ในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุ ดังนั้นท่านจึงควรยอมรับว่า “รูปราคะนอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ อรูปราคะนอนเนื่องอยู่ในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ” ปริยาปันนกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปริยาปันนกถา ว่าด้วยธรรมที่นับเนื่องกัน
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธรรมที่นับเนื่องกัน.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะและสมิติยะทั้งหลายว่า กามราคะ คือความยินดีในกามพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า นอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุ เหตุใด เพราะเหตุนั้น แม้รูปราคะ คือความยินดีในรูปก็ชื่อว่านอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุ นับเนื่องกันด้วยรูปธาตุและอรูปธาตุ ดังนี้. คำถามของสกวาทีว่า รูปราคะ เป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ในคำเหล่านั้น คำว่า นอนเนื่อง อธิบายว่า สกวาทีย่อมถามว่า กามราคะย่อมนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งการเกิดพร้อมกับกามธาตุ กล่าวคือกามวิตก ฉันใด แม้รูปราคะก็เป็นรูปธาตุตามลัทธิของท่าน ฉันนั้นหรือ.
คำว่า นับเนื่อง อธิบายว่า สกวาทีย่อมถามว่าเหมือนอย่างว่า การนับเนื่องนั้นชื่อว่านับเนื่องกันด้วยกามธาตุ เพราะนับเนื่องกันด้วยอำนาจกิเลสกามของกามธาตุ ๓ อย่าง ฉันใด แม้รูปราคะก็เป็นสภาพที่นับเนื่องด้วยรูปธาตุตามลัทธิของท่าน ฉันนั้นหรือ
ฝ่ายปรวาทีเมื่อไม่กำหนดความประสงค์ของสกวาทีนั้น จึงตอบรับรองว่า ใช่ ด้วยสามารถแห่งลัทธิอย่างเดียวเท่านั้น.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นต้น เพื่อจะให้ปรวาทีกำหนดเนื้อความนั้น และเพื่อถามเทียบเคียงกับจิตที่แสวงหาสมาบัติอันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่ากุศล วิปากและกิริยาจิต.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบเนื้อความตามพระบาลีนั่นแหละ.
แม้คำว่า กามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องด้วยกามธาตุมิใช่หรือ นี้ย่อมแสดงถึงความที่กามราคะนั่นแหละเป็นธรรมชาติที่นอนเนื่องในกามธาตุด้วย เป็นสภาพที่นับเนื่องในกามธาตุด้วย มิใช่แสดงถึงความที่ธาตุนอกนี้นอนเนื่องและนับเนื่องในธาตุนอกนี้ ดังนี้แล.
อรรถกถาปริยาปันนกถา จบ. -----------------------------------------------------