อัทธากถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อทฺธากถา
๑๖๑๕อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ {๑๖๑๕.๑} อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อตีโต อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อนาคโต อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ {๑๖๑๕.๒} อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ปญฺจ ขนฺธา อตีโต อทฺธา อนาคตา ปญฺจ ขนฺธา อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปณฺณรส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ ทฺวาทสายตนานิ อตีโต อทฺธา อนาคตานิ ทฺวาทสายตนานิ อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนานิ ทฺวาทสายตนานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉตฺตึส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา อฏฺฐารส ธาตุโย อตีโต อทฺธา อนาคตา อฏฺฐารส ธาตุโย อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนา อฏฺฐารส ธาตุโย ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุปญฺญาส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตีโต อทฺธา อนาคตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉสฏฺฐี อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๖๑๖น วตฺตพฺพํ อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตีณิมานิ ภิกฺขเว กถาวตฺถูนิ ฯ กตมานิ ตีณิ ฯ อตีตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ อโหสิ อตีตมทฺธานนฺติ อนาคตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ ภวิสฺสติ อนาคตมทฺธานนฺติ เอตรหิ วา ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ โหติ เอตรหิ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ กถาวตฺถูนีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตนหิ อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อทฺธากถา ฯ -------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อัทธากถา (๑๔๗) ว่าด้วยกาล
สก. กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ที.ม. (แปล) ๑๐/๙๖-๙๘/๕๗-๕๙ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๘-๗๑๙/๒๗๘) @ เพราะมีความเห็นว่า กาลเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาที@ที่เห็นว่า กาลไม่จัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ เป็นเพียงคำบัญญัติเรียก แต่คำบัญญัติว่า “รูป”@เป็นต้นจัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๒๐-๗๒๑/๒๗๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นอดีตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นอนาคตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นปัจจุบันเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีตใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. กาลที่เป็นอดีตมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็น อนาคตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลที่เป็นอนาคตมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลที่เป็นปัจจุบันมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ขันธ์ ๕ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๑๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อายตนะ ๑๒ ที่เป็น อนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๓๖ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๕๔ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๖๖ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้ กถาวัตถุ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ควรกล่าวถ้อยคำย้อนอดีตกาลว่า อดีตกาลได้มีมาแล้วอย่างนี้ ๒. ควรกล่าวถ้อยคำมุ่งถึงอนาคตกาลว่า อนาคตกาลจักมีอย่างนี้ ๓. ควรกล่าวถ้อยคำสืบเนื่องกับปัจจุบันกาลว่า ปัจจุบันกาลมีอยู่ อย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ กถาวัตถุ หมายถึงเรื่องที่นำมาอภิปรายหรือเสวนากัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๖๘/๒๐๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๔. ขณลยมุหุตตกถา (๑๔๘) ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น กาลจึงเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว อัทธากถา จบ ๔. ขณลยมุหุตตกถา (๑๔๘) ว่าด้วยขณะ ลยะ และมุหุตตะ
สก. ขณะหนึ่ง เป็นสภาวะสำเร็จแล้ว ลยะหนึ่งเป็นสภาวะสำเร็จแล้วมุหุตตะหนึ่งก็เป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “มุหุตตะหนึ่งเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้ กถาวัตถุ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๖๘/๒๗๐ @ ขณะหนึ่ง หมายถึงชั่วระยะเวลาดีดนิ้วมือ ๑๐ ครั้ง, ๑๐ ขณะเป็น ๑ ลยะ, ๑๐ ลยะเป็น ๑ ขณลยะ,@๑๐ ขณลยะเป็น ๑ มุหุตตะ, ๑๐ มุหุตตะ เป็น ๑ ขณมุหุตตะ (อภิธานัปปทีปิกา คาถาที่ ๖๖-๖๗)@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๘-๗๑๙/๒๗๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัทธากถา ว่าด้วยระยะกาล
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องระยะกาล.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดว่า ชื่อว่ากาล กล่าวคือเวลาเป็นสภาพสำเร็จแล้วมีอยู่ เพราะอาศัยพระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุเหล่านี้มี ๓ คือเรื่องที่กล่าวปรารภอดีต อนาคตและปัจจุบัน ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า อัทธา คืออดีตกาล อนาคตกาล ปัจจุบันกาล เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว ดังนี้ เพื่อแสดงวิภาคคือการจำแนกแก่ชนเหล่านั้นว่า ชื่อว่ากาลอะไรๆ เป็นสภาวะสำเร็จแล้วไม่มี แต่ขันธ์ทั้งหลายขันธ์ใดขันธ์หนึ่งมีรูปเป็นต้นที่สักว่าบัญญัติไว้เพราะกาล เป็นของสำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว มีอยู่ ดังนี้. คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นรูป เป็นต้นเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า กาลนั้นเป็นของสำเร็จแล้วมีอยู่ไซร้ กาลนั้นก็พึงเป็นเช่นขันธ์ใดขันธ์หนึ่งมีรูปขันธ์เป็นต้น. ปรวาทีตอบปฏิเสธ.
คำที่เหลือ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาอัทธากถา จบ. -----------------------------------------------------