อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๖๑๕

อัทธากถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑๕–๑๖๑๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัทธากถา

สกวาที อัทธา (ระยะกาล) เป็นปรินิปผันนะ (สภาวะที่สำเร็จแล้ว) หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อัทธาส่วนอดีต เป็นปรินิปผันนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อัทธาส่วนอนาคต เป็นปรินิปผันนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อัทธาส่วนปัจจุบัน เป็นปรินิปผันนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธาส่วนอดีต เป็น ๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอนาคต เป็นอัทธาส่วนอนาคต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธาส่วนอนาคต เป็น ๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธาส่วนปัจจุบัน เป็น ๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีต ขันธ์ ๕ ที่เป็นอนาคต เป็นอัทธาส่วนอนาคต ขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธา เป็น ๑๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อายตนะ ๑๒ ที่เป็น อดีตเป็นอัทธาส่วนอดีต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นอนาคตเป็นอัทธาส่วนอนาคต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วน ปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธา เป็น ๓๖ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีตเป็นอัทธาส่วนอดีต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอนาคตเป็นอัทธาส่วนอนาคต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธา เป็น ๕๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคตเป็นอัทธาส่วนอนาคต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบันหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อัทธาเป็น ๖๖ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อัทธา เป็นปรินิปผันนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุมี ๓ อย่าง. ๓ อย่างเป็นไฉน? บุคคลพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอดีตว่าระยะกาลที่ล่วงแล้วได้เป็นแล้วอย่างนี้ ดังนี้บ้าง พึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอนาคตว่า ระยะกาลส่วนอนาคตจักเป็นอย่างนี้ ดังนี้บ้างพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนปัจจุบัน ณ บัดนี้ว่า ปัจจุบันเป็นอยู่ในบัดนี้ อย่างนี้ ดังนี้บ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุมี ๓ อย่างฉะนั้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น อัทธาก็เป็นปรินิปผันนะ น่ะสิ อัทธากถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. อัทธากถา (๑๔๗) ว่าด้วยกาล

ข้อ ๗๒๐

สก. กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ที.ม. (แปล) ๑๐/๙๖-๙๘/๕๗-๕๙ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๘-๗๑๙/๒๗๘) @ เพราะมีความเห็นว่า กาลเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาที@ที่เห็นว่า กาลไม่จัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ เป็นเพียงคำบัญญัติเรียก แต่คำบัญญัติว่า “รูป”@เป็นต้นจัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๒๐-๗๒๑/๒๗๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นอดีตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นอนาคตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กาลที่เป็นปัจจุบันเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีตใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. กาลที่เป็นอดีตมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็น อนาคตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลที่เป็นอนาคตมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลที่เป็นปัจจุบันมี ๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ขันธ์ ๕ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๑๕ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อายตนะ ๑๒ ที่เป็น อนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๓๖ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๓. อัทธากถา (๑๔๗) สก. ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๕๔ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กาลมี ๖๖ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๗๒๑

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้ กถาวัตถุ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ควรกล่าวถ้อยคำย้อนอดีตกาลว่า อดีตกาลได้มีมาแล้วอย่างนี้ ๒. ควรกล่าวถ้อยคำมุ่งถึงอนาคตกาลว่า อนาคตกาลจักมีอย่างนี้ ๓. ควรกล่าวถ้อยคำสืบเนื่องกับปัจจุบันกาลว่า ปัจจุบันกาลมีอยู่ อย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ กถาวัตถุ หมายถึงเรื่องที่นำมาอภิปรายหรือเสวนากัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๖๘/๒๐๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๔. ขณลยมุหุตตกถา (๑๔๘) ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น กาลจึงเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว อัทธากถา จบ ๔. ขณลยมุหุตตกถา (๑๔๘) ว่าด้วยขณะ ลยะ และมุหุตตะ

ข้อ ๗๒๒

สก. ขณะหนึ่ง เป็นสภาวะสำเร็จแล้ว ลยะหนึ่งเป็นสภาวะสำเร็จแล้วมุหุตตะหนึ่งก็เป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๗๒๓

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “มุหุตตะหนึ่งเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้ กถาวัตถุ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๖๘/๒๗๐ @ ขณะหนึ่ง หมายถึงชั่วระยะเวลาดีดนิ้วมือ ๑๐ ครั้ง, ๑๐ ขณะเป็น ๑ ลยะ, ๑๐ ลยะเป็น ๑ ขณลยะ,@๑๐ ขณลยะเป็น ๑ มุหุตตะ, ๑๐ มุหุตตะ เป็น ๑ ขณมุหุตตะ (อภิธานัปปทีปิกา คาถาที่ ๖๖-๖๗)@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๘-๗๑๙/๒๗๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๐}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัทธากถา ว่าด้วยระยะกาล

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องระยะกาล.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดว่า ชื่อว่ากาล กล่าวคือเวลาเป็นสภาพสำเร็จแล้วมีอยู่ เพราะอาศัยพระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุเหล่านี้มี ๓ คือเรื่องที่กล่าวปรารภอดีต อนาคตและปัจจุบัน ดังนี้.

คำถามของสกวาทีว่า อัทธา คืออดีตกาล อนาคตกาล ปัจจุบันกาล เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว ดังนี้ เพื่อแสดงวิภาคคือการจำแนกแก่ชนเหล่านั้นว่า ชื่อว่ากาลอะไรๆ เป็นสภาวะสำเร็จแล้วไม่มี แต่ขันธ์ทั้งหลายขันธ์ใดขันธ์หนึ่งมีรูปเป็นต้นที่สักว่าบัญญัติไว้เพราะกาล เป็นของสำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว มีอยู่ ดังนี้. คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นรูป เป็นต้นเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า กาลนั้นเป็นของสำเร็จแล้วมีอยู่ไซร้ กาลนั้นก็พึงเป็นเช่นขันธ์ใดขันธ์หนึ่งมีรูปขันธ์เป็นต้น. ปรวาทีตอบปฏิเสธ.

คำที่เหลือ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้แล.

อรรถกถาอัทธากถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา