สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยสญฺญาเวทยิตกถา
๑๖๒๕สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺพํ ฯเปฯ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ
๑๖๒๖สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา จิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา จิตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อผสฺสกสฺส กาลกิริยา อเวทนกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ อจิตฺตกสฺส กาลกิริยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สผสฺสกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กาลกิริยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สผสฺสกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กาลกิริยา โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ
๑๖๒๗สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ
๑๖๒๘สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ น นิโรธํ สมาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ
๑๖๒๙จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ ตติยสญฺญาเวทยิตกถา ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๙. ตติยสัญญาเวทยิตกถา (๑๕๓) ๙. ตติยสัญญาเวทยิตกถา (๑๕๓) ว่าด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติที่ ๓
สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติยังมีผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ที่เกิดในขณะใกล้จะตายใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่มีผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ที่เกิดในขณะใกล้จะตายใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่มีผัสสะ เวทนา สัญญาเจตนา จิต ที่เกิดในขณะใกล้ตาย ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้เข้าสัญญา-เวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้” สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติมีผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนาจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่มีผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนาจิตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๓๒/๒๘๑) @ เพราะมีความเห็นว่า ในขณะเข้านิโรธสมาบัติ บุคคลก็อาจตายได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๓๒/๒๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๙. ตติยสัญญาเวทยิตกถา (๑๕๓) สก. บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ ไม่มีเวทนา ฯลฯ ไม่มีจิต ตายได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้มีผัสสะ ฯลฯ มีจิต ตายได้มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้มีผัสสะ ฯลฯ มีจิต ตายได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้” สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของบุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ ไม่พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากยาพิษ ศัสตรา ไฟ ไม่พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า ๊บุคคลผู้เข้าสัญญา-เวทยิตนิโรธสมาบัติอาจตายได้ ๋ สก. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอาจตายได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ยาพิษ ศัสตรา ไฟ พึงกล้ำกรายเข้าไปในร่างกายของบุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติได้ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๕. ปัณณรสมวรรค] ๙. ตติยสัญญาเวทยิตกถา (๑๕๓) สก. ไม่ได้เข้านิโรธสมาบัติได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่อาจตายใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่อาจตายแน่นอนด้วยนิยามใดนิยามนั้นมีอยู่หรือ สก. ไม่มี ปร. หากบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ไม่อาจตายแน่นอนด้วยนิยามใด นิยามนั้นไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ-สมาบัติไม่อาจตาย”
สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณไม่อาจตายใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณไม่อาจตายแน่นอนด้วยนิยามใด นิยามนั้นมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่มี สก. หากบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณไม่อาจตายแน่นอนด้วยนิยามใดนิยามนั้นไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณไม่อาจตาย”ตติยสัญญาเวทยิตกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๗๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตติยสัญญาเวทยิตกถา ว่าด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธที่ ๓
บัดนี้ ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายราชคิริกะทั้งหลายว่า แม้ผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติพึงทำกาละได้โดยถือหลักว่า ชื่อว่าความแน่นอนไม่มีเพราะความที่สัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นธรรมดา ดังเช่นคำว่า ผู้โน้นตาย ผู้โน้นยังไม่ตาย ดังนี้. คำถามของสกวาทีเพื่อแสดงถึงเวลาตายและมิใช่เวลาตาย เพราะความที่บุคคลแม้เข้าสมาบัติก็มีความตายเป็นธรรมดา คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวกะปรวาทีนั้นว่า ผัสสะอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุดเป็นต้น เพื่อท้วงด้วยอาการที่ว่าผัสสะอันเกิดในเวลาที่มีความตายเป็นธรรมดา ชื่อว่าพึงมีแก่ผู้กระทำกาละโดยอาการนั้นหรือ.
ถูกถามว่า บุคคลผู้ไม่มีผัสสะมีการกระทำกาละ เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธโดยหมายเอาสัตว์ที่เหลือ คือนอกจากผู้เข้าสมาบัตินั้น.
ถูกถามคำว่า ยาพิษพึงเข้าไป เป็นต้น ก็ตอบปฏิเสธโดยหมายเอาอานุภาพแห่งสมาบัติ. แต่ตอบรับรองในครั้งที่ ๒ โดยหมายเอาสรีระปรกติ. ก็ถ้าเมื่อความเป็นเช่นนั้นมีอยู่ ชื่อว่าอานุภาพแห่งสมาบัติก็ไม่มี ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ สกวาทีจึงซักปรวาทีว่า มิได้เข้านิโรธหรือ.
คำถามว่า บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่พึงทำกาละหรือ เป็นของปรวาที.
ในปัญหาของปรวาทีว่า นิยามอันเป็นเหตุกำหนดโดยแน่นอนมีอยู่ แต่ชื่อว่า นิยามอย่างนี้ไม่มี เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีจึงตอบปฏิเสธ.
คำว่า ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ เป็นต้นที่สกวาทีกล่าวก็เพื่อแสดงว่า ครั้นเมื่อนิยามเช่นนี้แม้ไม่มีอยู่ สัตว์ก็ต้องตายตามเวลาเท่านั้น ย่อมไม่ตายโดยมิใช่เวลา ดังนี้.
ในปัญหานั้น มีคำอธิบายว่า ถ้าว่า การทำกาละพึงมีเพราะความไม่มีนิยามไซร้ การทำกาละนั้นก็จะพึงมีแม้แก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณเพราะสัตว์ย่อมไม่ตายย่อมไม่เกิดด้วยวิญญาณ ๕ ดังนี้ เพราะฉะนั้น ความผิดพลาดในพระสูตรพึงมี เหมือนการทำกาละย่อมไม่มีแก่ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ ฉันใดการทำกาละก็ย่อมไม่มีแม้แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติฉันนั้น ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาตติยสัญญาเวทยิตกถา จบ. -----------------------------------------------------