นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ภุญฺชตีติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา
น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ สงฺฆภตฺตานิ กโรนฺติ อุทฺเทสภตฺตานิ กโรนฺติ ยาคุปานานิ กโรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ สงฺฆภตฺตานิ กโรนฺติ อุทฺเทสภตฺตานิ กโรนฺติ ยาคุปานานิ กโรนฺติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ
สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. คนบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคูและปานะ มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า คนบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคู และปานะ มีอยู่ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้
น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา คณโภชนํ ปรมฺปรโภชนํ อติริตฺตโภชนํ อนติริตฺตโภชนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วุตฺตํ ภควตา คณโภชนํ ปรมฺปรโภชนํ อติริตฺตโภชนํ อนติริตฺตโภชนํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคณะโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตตโภชนะอนติริตตโภชนะ ไว้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคณะโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตต-โภชนะไว้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยวลิ้ม ได้
น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อฏฺฐ ปานานิ วุตฺตานิ ภควตา อมฺพปานํ ชมฺพุปานํ โจจปานํ โมจปานํ มธุปานํ มุทฺทิกปานํ สาลุกปานํ ผารุสกปานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อฏฺฐ ปานานิ วุตฺตานิ ภควตา อมฺพปานํ ชมฺพุปานํ โจจปานํ โมจปานํ มธุปานํ มุทฺทิกปานํ สาลุกปานํ ผารุสกปานํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปานะ ๘ คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเหง้าบัว น้ำ มะปราง ไว้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปานะ ๘ คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเหง้าบัวน้ำมะปรางไว้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่มเคี้ยว ลิ้มได้
สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายติ ผลํ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ น วตฺตพฺพํ สงฺโฆ ภุญฺชตีติกถา ฯ -----------
ป. พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. มรรค ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้หรือ ผล ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๘. นวัตตัพพังสังโฆภุญชตีติกถา (๑๗๓) ๘. นวัตตัพพังสังโฆภุญชตีติกถา (๑๗๓) ว่าด้วยไม่ควรยอมรับว่าพระสงฆ์ฉันได้
สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคู และน้ำปานะมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากบุคคลบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคู และน้ำปานะมีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. คณโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตตโภชนะ อนติริตตโภชนะ พระผู้มี พระภาคตรัสไว้แล้วมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากคณโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตตโภชนะ อนติริตตโภชนะ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยวลิ้มได้” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. น้ำปานะพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๘ อย่าง คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเหง้าบัว น้ำมะปรางมิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายเวตุลลกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๕/๒๙๕) @ เพราะมีความเห็นว่า มรรคและผลเท่านั้นชื่อว่าสงฆ์ มรรคและผลเหล่านั้นย่อมฉันอะไรๆ ไม่ได้ ดังนั้น@จึงไม่ควรกล่าวว่า พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว และลิ้มได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๕/๒๙๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๙. นวัตตัพพังสังฆัสสทินนังมหัปผลันติกถา (๑๗๔) สก. หากน้ำปานะพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๘ อย่าง คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้าน้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเหง้าบัว น้ำมะปรางดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้”
ปร. พระสงฆ์ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. มรรคฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ ผลก็ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ นวัตตัพพังสังโฆภุญชตีติกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ฉันอาหาร
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ฉันอาหาร.
แม้ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายเวตุลลกะนั้นนั่นแหละว่า มรรคและผลเท่านั้นชื่อว่าพระสงฆ์ ก็มรรคและผลเหล่านั้นจะบริโภคอะไรได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ย่อมฉันอาหาร ย่อมดื่มย่อมเคี้ยว ย่อมลิ้มรส ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อท้วงว่า ผิว่า พระสงฆ์ไม่พึงฉันอาหารไซร้ การทำสังฆภัตเป็นต้นก็ไม่มีประโยชน์ ดังนี้ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า คนบางพวกที่ทำสังฆภัต...มีอยู่มิใช่หรือ.
คำว่า คณโภชนะ เป็นต้น คือการฉันอาหารเป็นหมู่ สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อท้วงว่า ผิว่า พระสงฆ์ไม่พึงฉันอาหารไซร้ การฉันอาหารเป็นหมู่คณะจะพึงมีแก่ใครเล่า.
คำว่า ปานะ ๘ ได้แก่ อัฏฐปานะ นี้สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า พระสงฆ์ไม่ได้ดื่มน้ำปานะ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตน้ำปานะ ๘ อย่างเหล่านั้นเพื่อใคร.
แม้คำที่เหลือในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถานวัตตัพพังสังโฆภุญชตีติกถา จบ. -----------------------------------------------------