ญาณกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ญาณกถา
๑๘๑๔สกวาที ญาณไม่มีแก่ปุถุชน หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรม ความกำหนดหมาย ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ไม่มี แก่ปุถุชน หรือ? @ เทียบ วิ. จุลลวัคค ทุติยภาค ข้อ ๔๑๑ หน้า ๒๘๐ วิ. จุลลวัคค ทุติยภาค ข้อ ๔๘๐ หน้า ๒๐๘ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ฯลฯ ความเข้าไปกำหนดรู้เฉพาะ ของปุถุชน มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ฯลฯ ความเข้าไปกำหนดเฉพาะของปุถุชน มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ญาณไม่มีแก่ปุถุชน
๑๘๑๕ส. ญาณไม่มีแก่ปุถุชน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปุถุชนพึงเข้าปฐมฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปุถุชนพึงเข้าปฐมฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า ญาณไม่มีแก่ปุถุชน
๑๘๑๖ส. ปุถุชนพึงเข้าทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน ฯลฯ พึงเข้าอากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญา-นาสัญญายตนะ ปุถุชนพึงให้ทาน ฯลฯ พึงให้จีวร ฯลฯ พึงให้บิณฑบาตพึงให้เสนาสนะ ฯลฯ พึงให้คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปุถุชนพึงให้คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร ก็ต้องไม่กล่าวว่า ญาณไม่มีแก่ปุถุชน
๑๘๑๗ป. ญาณของปุถุชนมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย กระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิดด้วยญาณนั้น หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ญาณกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๐. วีสติมวรรค] ๒. ญาณกถา (๑๙๕) ๒. ญาณกถา (๑๙๕) ว่าด้วยญาณ
สก. ญาณ ไม่มีแก่ปุถุชนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรมความกำหนดหมาย ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดจำเพาะ ไม่มีแก่ปุถุชนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ฯลฯ ความเข้าไปกำหนดจำเพาะของปุถุชนมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ฯลฯ ความเข้าไปกำหนดจำเพาะของปุถุชนมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณไม่มีแก่ปุถุชน”
สก. ญาณไม่มีแก่ปุถุชนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปุถุชนเข้าปฐมฌานได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากปุถุชนเข้าปฐมฌานได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณไม่มีแก่ปุถุชน”@เชิงอรรถ : @ ญาณ โดยทั่วไปมี ๒ อย่าง คือ (๑) โลกิยญาณ ได้แก่ ญาณในสมาบัติและกัมมัสสกตาญาณ@(๒) โลกุตตรญาณ ได้แก่ มัคคญาณและผลญาณ ในที่นี้ปรวาทีหมายเอาโลกุตตรญาณเท่านั้น@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๓/๓๑๑) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายเหตุวาท (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๓/๓๑๑) @ ตั้งแต่คำว่า ปัญญา จนถึง ความเข้าไปกำหนดจำเพาะ นี้ล้วนเป็นไวพจน์ของญาณทั้งนั้น@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๓/๓๑๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๐. วีสติมวรรค] ๓. นิรยปาลกถา (๑๙๖) สก. ปุถุชนเข้าทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน ฯลฯ อากาสานัญจายตนฌาน ฯลฯ วิญญาณัญจายตนฌาน ฯลฯ อากิญจัญญายตนฌานฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ฯลฯ พึงให้ทาน ฯลฯ จีวร ฯลฯ บิณฑบาตฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากปุถุชนให้คิลานปัจจัยเภสัชบริขารได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณไม่มีแก่ปุถุชน”
ปร. ญาณของปุถุชนมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชนกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ เจริญมรรคได้ ด้วยญาณนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ญาณกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาญาณกถา ว่าด้วยญาณ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องญาณ.
____________________________
ไวพจน์ของญาณ คือปัญญา ความเข้าใจ ความวิจัย ความสอบสวน ความใคร่ครวญ ธัมมวิจยะ คือความพิจารณาธรรม ความกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ.
ในเรื่องนั้น ญาณ ๒ คือโลกิยญาณและโลกุตตรญาณ ญาณในสมาบัติก็ดี กัมมัสสกตาญาณที่เป็นไปด้วยสามารถแห่งการให้ทานเป็นต้นก็ดี เรียกว่าโลกิยญาณ มัคคญาณอันกำหนดสัจจะก็ดี ผลญาณก็ดี เรียกว่าโลกุตตรญาณ.
ก็ชนเหล่าใดไม่ทำวิภาคนี้ มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเหตุวาทะว่า ญาณที่กำหนดสัจจะเท่านั้นมีอยู่ ญาณนอกจากนี้ไม่มี เพราะฉะนั้น ญาณของปุถุชนจึงไม่มี ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า ปัญญา เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงไวพจน์ของญาณ.
อธิบายว่า สกวาทีย่อมแสดงซึ่งญาณนั้นด้วยปัญญานั้นว่า ถ้าว่า ญาณของบุคคลนั้นไม่มี แม้ปัญญาเป็นต้นก็ย่อมไม่มี ก็หรือปัญญาเป็นต้นมีอยู่ แม้ญาณก็มีอยู่ เพราะเหตุไร? เพราะความที่ปัญญาเป็นต้นมิใช่เป็นธรรม นอกจากญาณ.
คำว่า ปุถุชนพึงเข้าปฐมฌาน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงญาณในสมาบัติ.
คำว่า ปุถุชนพึงให้ทาน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงถึงกัมมัสสกตาญาณ คือญาณในความเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน.
ข้อว่า ปุถุชนกำหนดรู้ทั่วซึ่งทุกข์ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงแสดงโลกุตตรมัคคญาณนั่นแหละ แต่มิได้ทรงแสดงโลกุตตรญาณเท่านั้น หมายความว่าแสดงโลกิยญาณด้วย ดังนี้แล.
อรรถกถาญาณกถา จบ. -----------------------------------------------------