อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๖๓

อัฏฐมกกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๖๓–๗๗๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 16 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 16 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อฏฺฐมกกถา

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ฯเปฯ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส สีลพฺพตปรามาโส อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา- ปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค อภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค อภาวิโต ฯเปฯ สติปฏฺฐานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

น วตฺตพฺพํ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ หญฺจิ นุปฺปชฺชิสฺสติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ

น วตฺตพฺพํ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ หญฺจิ นุปฺปชฺชิสฺสติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โคตฺรภุโน ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โคตฺรภุโน ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกกถา ฯ ----------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) ว่าด้วยบุคคลที่ ๘

ข้อ ๓๖๘

สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ถึง ได้ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่สัมผัสโสดาปัตติผลด้วยกายอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ บุคคลที่ ๘ หมายถึงพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๖๘/๑๙๕)@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๖๘/๑๙๕)@ เพราะมีความเห็นว่า ก่อนที่โสดาปัตติมรรคจิตจะเกิด อนุโลมญาณและโคตรภูญาณได้ละทิฏฐิและวิจิกิจฉา@ไปแล้ว ดังนั้น ในขณะโสดาปัตติมรรคจะบอกว่ากำลังละทิฏฐิและวิจิกิจฉาไม่ได้ แต่จะต้องบอกว่าได้ละ@ทิฏฐิและวิจิกิจฉาไปแล้ว (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๖๘/๑๙๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) สก. บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ถึง ฯลฯ สัมผัสโสดาปัตติผลด้วย กายอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐานุสัยได้แล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละทิฏฐานุสัยไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละทิฏฐิปริยุฏฐานไม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) สก. บุคคลที่ ๘ ยังละทิฏฐานุสัยไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานไม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละวิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละทิฏฐิปริยุฏฐานไม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละสีลัพพตปรามาสไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ยังละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานไม่ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๓๖๙

สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เจริญมรรคเพื่อละทิฏฐิปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เพื่อละทิฏฐิปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้วใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) สก. บุคคลที่ ๘ เจริญมรรค ฯลฯ เจริญโพชฌงค์ เพื่อละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่เจริญมรรคเพื่อละทิฏฐิปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วด้วยสภาวธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ ไม่เจริญโพชฌงค์ เพื่อละ ทิฏฐิปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้วด้วยสภาวธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่เจริญมรรค ฯลฯ ไม่เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ ไม่เจริญโพชฌงค์ เพื่อละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้วด้วยสภาวธรรมที่มิใช่มรรคเป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๓๗๐

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) ปร. ทิฏฐิปริยุฏฐานจักเกิดขึ้นใช่ไหม สก. จักไม่เกิดขึ้น ปร. หากจักไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละ ทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิจิกิจฉาปริยุฏฐานจักเกิดขึ้นใช่ไหม สก. จักไม่เกิดขึ้น ปร. หากจักไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละ วิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้ว” สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “ทิฏฐิปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “ทิฏฐานุสัยจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า“บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐานุสัยได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “ทิฏฐิปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “วิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๕. อัฏฐมกกถา (๒๕) สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “วิจิกิจฉาปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘”จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “วิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาส จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “ทิฏฐิปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘” จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “ทิฏฐิปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่โคตรภูบุคคล”จึงยอมรับว่า “โคตรภูบุคคลละทิฏฐิปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “วิจิกิจฉาปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่ ๘”จึงยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “วิจิกิจฉาปริยุฏฐานจักไม่เกิดขึ้นแก่โคตรภูบุคคล”จึงยอมรับว่า “โคตรภูบุคคลละวิจิกิจฉาปริยุฏฐานได้แล้ว” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อัฏฐมกกถา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๖}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัฏฐมกกถา ว่าด้วยบุคคลที่ ๘

____________________________

ในคัมภีร์นี้ ท่านลำดับพระอริยบุคคลอย่างนี้ คือ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผล เป็นที่ ๑ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค เป็นที่ ๒ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิผล เป็นที่ ๓ ฯลฯ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค เป็นที่ ๘.

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องบุคคลที่ ๘ คือพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค.

ในเรื่องนั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดดุจลัทธิของนิกายอันธกะ และสมิติยะทั้งหลายในขณะนี้ว่า บุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นบุคคลที่ ๘ ละปริยุฏฐานกิเลสทั้ง ๒ แล้วคือทิฏฐิและวิจิกิจฉา เพราะไม่มีกิเลสทั้งหลายเกิดขึ้นในขณะแห่งอนุโลม โคตรภูและมรรค ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายชนพวกใดพวกหนึ่งเหล่านั้นคำตอบรับรองของปรวาที หมายเอาความไม่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐิ จำเดิมแต่ขณะแห่งมรรค.

ธรรมดาว่า ทิฏฐินี้ พระโสดาบันเป็นผู้ละแล้ว มิใช่บุคคลที่ ๘ เหตุในเพราะเหตุนั้น ลำดับนั้น สกวาทีจึงซักว่า บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบันหรือ ดังนี้เป็นต้น. แม้ในปัญหาว่าด้วย วิจิกิจฉา ก็นัยนี้นั่นแหละ.

ในปัญหาว่าด้วย อนุสัย ลัทธิท่านว่า อนุสัยเป็นอย่างอื่นนอกจากปริยุฎฐาน เพราะฉะนั้น จึงตอบปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น. ในปัญหาว่าด้วย สีลัพพตปรามาส ปรวาทีไม่เห็นโวหารว่า สีลัพพตปรามาสเป็นปริยุฏฐาน จึงตอบปฏิเสธ. ลัทธิว่า บุคคลที่ ๘ ละปริยุฏฐานได้แล้วเท่านั้น.

ในปัญหาว่า บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ความว่า ในขณะนั้นกำลังเจริญมรรค มิใช่เจริญเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นท่านจึงตอบปฏิเสธ. ในคำซักถามว่า ละได้แล้วด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธ หมายเอาความที่กิเลสเหล่านั้นท่านละได้แล้วด้วยมรรคที่ ๑ นั่นแหละ. ลัทธิของท่านว่า ก็ถ้าว่าบุคคลพึงละกิเลสด้วยธรรมที่มิใช่มรรคได้ไซร้ บุคคลแม้ผู้โคตรภูบุคคลเป็นต้น ก็พึงละกิเลสได้

คำถามของปรวาทีว่า เครื่องกลุ้มรุม คือทิฏฐิยังจักเกิดขึ้นหรือ คำวิสัชชนาเป็นของสกวาที.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.

อรรถกถาอัฏฐมกกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา