อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๗๙

อัฏฐมกัสส อินทริยกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๗๙–๗๙๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 16 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 16 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อฏฺฐมกสฺส อินฺทฺริยกถา

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ วิริยินฺทฺริยํ ฯเปฯ นตฺถิ สตินฺทฺริยํ ฯเปฯ นตฺถิ สมาธินฺทฺริยํ ฯเปฯ นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ ปญฺญาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ วิริยํ ฯเปฯ อตฺถิ สติ อตฺถิ สมาธิ ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญาติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ มโน อตฺถิ มนินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ มโน อตฺถิ มนินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ โสมนสฺสํ อตฺถิ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ฯเปฯ อตฺถิ ชีวิตํ อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ชีวิตํ อตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ วิริยํ ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ มโน นตฺถิ มนินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ โสมนสฺสํ นตฺถิ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ฯเปฯ อตฺถิ ชีวิตํ นตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ มโน นตฺถิ มนินฺทฺริยนฺติ ฯเปฯ อตฺถิ โสมนสฺสํ นตฺถิ โสมนสฺสินฺทฺริยนฺติ ฯเปฯ อตฺถิ ชีวิตํ นตฺถิ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล อสทฺโธติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ วิริยินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล กุสีโต หีนวิริโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สตินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สมาธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล ทุปฺปญฺโญ เอฬมูโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา สา จ สทฺธา นิยฺยานิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา สา จ สทฺธา นิยฺยานิกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ วิริยํ ตญฺจ วิริยํ นิยฺยานิกํ ฯเปฯ อตฺถิ สติ สา จ สติ นิยฺยานิกา ฯเปฯ อตฺถิ สมาธิ โส จ สมาธิ นิยฺยานิโก ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญา สา จ ปญฺญา นิยฺยานิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา สา จ ปญฺญา นิยฺยานิกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ

สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา อตฺถิ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา อตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ สทฺธา นตฺถิ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญา นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺญา นตฺถิ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ ปญฺจินฺทฺริยานีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อินฺทฺริยานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจินฺทฺริยานิ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมตฺตา ปริปูรตฺตา อรหา โหติ ตโต มุทุตเรหิ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โหติ ตโต มุทุตเรหิ อนาคามี โหติ ตโต มุทุตเรหิ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โหติ ตโต มุทุตเรหิ สกทาคามี โหติ ตโต มุทุตเรหิ สกทาคามิผล- สจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โหติ ตโต มุทุตเรหิ โสตาปนฺโน โหติ ตโต มุทุตเรหิ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน โหติ ยสฺส โข ภิกฺขเว อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ นตฺถิ ตมหํ พาหิโร ปุถุชฺชนปกฺเข ฐิโตติ วทามีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล พาหิโร ปุถุชฺชนปกฺเข ฐิโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ ปญฺจินฺทฺริยานีติ ฯ อฏฺฐมกสฺส อินฺทฺริยกถา ฯ ---------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) ว่าด้วยอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘

ข้อ ๓๗๑

สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสตินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสมาธินทรีย์ฯลฯ ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีสติ ฯลฯ มีสมาธิ ฯลฯ มีปัญญาใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๑/๑๙๖) @ เพราะมีความเห็นว่า ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาที่มีอยู่ในโสดาปัตติมัคคัฏฐบุคคล ไม่เรียก@ว่าเป็นอินทรีย์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๑/๑๙๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มี ชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ ฯลฯ มีโสมนัส แต่ไม่มี โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสตินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสมาธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีสมาธิ มีจิตหวั่นไหวใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ด้อยปัญญา เป็นผู้หนวกใบ้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์” สก. บุคคลที่ ๘ มีความเพียร และความเพียรนั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ฯลฯ มีสติ และสตินั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ฯลฯ มีสมาธิ และสมาธินั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ฯลฯ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลที่ ๘ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นเหตุนำออกจากทุกข์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์”

ข้อ ๓๗๒

สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผลมีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา แต่ไม่มี ปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลที่ ๘ ไม่มีอินทรีย์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๖. อัฏฐมกัสสอินทริยกถา (๒๖) สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้๕ ประการอะไรบ้าง คือ (๑) สัทธินทรีย์ (๒) วิริยินทรีย์ (๓) สตินทรีย์ (๔)สมาธินทรีย์ (๕) ปัญญินทรีย์ ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้แล บุคคลเป็นพระอรหันต์เพราะมีอินทรีย์ ๕ ประการนี้ครบถ้วนบริบูรณ์ เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระอรหันต์นั้น เป็นพระอนาคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระอนาคามีนั้น เป็นพระสกทาคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระสกทาคามีนั้น เป็นพระโสดาบัน เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผลนั้น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระโสดาบันนั้น ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดไม่มีอินทรีย์ ๕ ประการนี้ โดยประการทั้งปวง ผู้นั้นเราเรียกว่าเป็นคนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. บุคคลที่ ๘ เป็นคนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ดังนั้น บุคคลที่ ๘ จึงมีอินทรีย์ ๕ อัฏฐมกัสสอินทริยกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๔๘๘/๒๙๙-๓๐๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา ว่าด้วยอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘

ในเรื่องนั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดดุจลัทธิของนิกายอันธกะในขณะนี้ว่า บุคคลที่ ๘ กำลังได้อินทรีย์ทั้งหลายในขณะแห่งมรรคเกิด มิใช่ได้มาก่อน ดังนี้ สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้นจึงถามปรวาทีว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์หรือ คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

ถูกถามว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธาหรือ ปรวาทีกำหนดเอาความที่ศรัทธาต่างจากสัทธินทรีย์ จึงตอบปฏิเสธ แม้ในปัญหาที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้.

สกวาทีเริ่มคำเป็นต้นว่า บุคคลที่ ๘ มีศรัทธามีสัทธินทรีย์หรือ ดังนี้ เพื่อแสดงว่า เหมือนอย่างว่า ใจของบุคคลใดมีอยู่ แม้มนินทรีย์ได้แก่อินทรีย์คือใจของบุคคลนั้น ก็มีอยู่ฉันใด อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นของบุคคลใดมีอยู่ แม้อินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้นของบุคคลนั้นก็มีอยู่ฉันนั้น.

คำนั้นทั้งหมด พร้อมทั้งการชำระพระสูตรมีอรรถง่ายทั้งนั้นดังนี้แล.

____________________________

๑. อินทรีย์ ๕ ของพระอริยบุคคลตั้งแต่ที่ ๑-๘ คือ ๑. สัทธินทรีย์ ๒. วิริยินทรีย์ ๓. สตินทรีย์ ๔. สมาธินทรีย์ ๕. ปัญญินทรีย์.

อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา