อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๔๖

นิยามกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๔๖–๑๐๕๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ นิยามกถา

สกวาที บุคคลผู้ไม่แน่นอน (ยังเป็นปุถุชน) มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน (อริยมรรค) หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้แน่นอน (อริยบุคคล) มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรม อันมิใช่ทางแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอนหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีทางอันแน่นอน เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน มีสติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์พละ โพชฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอนเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอนเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอนก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีสติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีโพชฌงค์เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน

ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โคตรภูบุคคลมีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มีญาณในโสดาปัตติผลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีญาณในอรหัตผล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันไม่แน่นอน หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า บุคคลนี้จักก้าวลงสู่ทางอันแน่นอนเพื่อความชอบ บุคคลนี้เป็นผู้ควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรมนี้ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า บุคคลนี้จักก้าวลงสู่ทางอันแน่นอนเพื่อความชอบ บุคคลนี้เป็นผู้ควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน นิยามกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๔. นิยามกถา (๔๖) ๔. นิยามกถา (๔๖) ว่าด้วยนิยาม

ข้อ ๔๒๘

สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอน มีญาณเพื่อไปสู่นิยาม ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้แน่นอน มีญาณเพื่อไปสู่อนิยาม ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่อนิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ บุคคลผู้ไม่แน่นอน ในที่นี้หมายถึงปุถุชนผู้มีคติไม่แน่นอน อาจไปเกิดในภูมิใดภูมิหนึ่งในภูมิ ๓ คือ@กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙) @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๔๐๓ หน้า ๔๒๘ ในเล่มนี้ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๘/๒๑๐) @ เพราะมีความเห็นว่า แม้ปุถุชนก็มีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๘/๒๑๐)@ บุคคลผู้แน่นอน ในที่นี้หมายถึงพระอริยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๘/๒๑๐) @ อนิยาม ในที่นี้หมายถึงมิจฉัตตนิยาม คืออนันตริยกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๔. นิยามกถา (๔๖) สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่อนิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่อนิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๔๒๙

สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีนิยามเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีสติปัฏฐาน ฯลฯ มีสัมมัปปธาน ฯลฯ มีอิทธิบาท ฯลฯ มีอินทรีย์ ฯลฯ มีพละ ฯลฯ มีโพชฌงค์ เพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีนิยามเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีนิยามเพื่อไปสู่นิยาม ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้” สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีสติปัฏฐาน ฯลฯ ไม่มีโพชฌงค์ เพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๔. นิยามกถา (๔๖) สก. หากบุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีโพชฌงค์เพื่อไปสู่นิยาม ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้”

ข้อ ๔๓๐

สก. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โคตรภูบุคคลมีญาณในโสดาปัตติมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผลมีญาณในโสดาปัตติผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล มีญาณในอรหัตตผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๔๓๑

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า “บุคคลนี้จักก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ควรเพื่อบรรลุธรรมได้” มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากพระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า “บุคคลนี้จักก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามควรเพื่อบรรลุธรรมได้” ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่นิยามได้” นิยามกถา จบ @เชิงอรรถ : @ สัมมัตตนิยาม ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๖๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถานิยามกถา ว่าด้วยนิยาม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิยาม คือทางอันแน่นอนได้แก่อริยมรรค.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบว่า บุคคลใดจักหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยาม คือมรรคอันถูกต้อง บุคคลนั้นควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรมนั้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น ญาณเพื่อการบรรลุนิยามคือทางอันแน่นอน ของอนิยตบุคคลผู้เป็นปุถุชนนั่นแหละมีอยู่ ดังนี้.

คำถามว่า อนิยตคือบุคคลผู้ไม่แน่นอน เป็นต้นของพระสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น.

คำว่า เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน ในปัญหานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสเรียกมรรคว่านิยาม. อธิบายว่า เพื่อการบรรลุมรรค เพื่อการหยั่งลงสู่มรรค.

ก็คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบว่า บุคคลนี้ควรเพื่อบรรลุนิยาม เพราะเห็นญาณอันใดของบุคคลนั้น พระปรวาทีหมายญาณนั้น จึงตอบรับรอง.

ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อแสดงว่า วาทะของปรวาทีนั้นไม่ถูกต้อง จึงซักถามถึงเนื้อความอันตรงกันข้ามด้วยคำว่า บุคคลผู้แน่นอน เป็นต้น.

____________________________

บาลีอรรถกถาไทย ใช้คำว่า อยุตฺตนฺติ หมายถึง คำไม่ถูกต้อง. ของพม่า ใช้คำว่า อยุตฺตวาทีตีติปิ หมายถึง มีวาทะอันไม่ถูกต้อง. คือใช้ได้ด้วยกันทั้ง ๒ นัย.

บรรดาปัญหาเหล่านั้น ในปัญหาแรก ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะชื่อว่าญาณเพื่อการบรรลุนิยามของบุคคลผู้แน่นอนไม่มีด้วยมรรค. ในปัญหาที่ ๒ ย่อมตอบรับรองเพราะความไม่มี. ปัญหาที่ ๓ ตอบปฏิเสธ เพราะถูกถามด้วยคำว่า ผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน โดยผิดจากลัทธิ.

สกวาทีทำปัญหาแรกนั่นแหละให้เป็นปัญหาที่ ๔ อีก แล้วทำ ๓ ปัญหาของนิยตบุคคลด้วยสามารถแห่งการบรรลุนิยามเป็นต้น.

ในปัญหาเหล่านั้น ปัญหาที่ ๑ ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะญาณ เพื่อการบรรลุนิยามนั้นอีกของนิตยบุคคลไม่มีด้วยมรรคต้น. ในปัญหาที่ ๒ ตอบรับรองเพราะความไม่มีนั่นแหละ. ในปัญหาที่ ๓ ย่อมตอบปฏิเสธเพราะผิดจากลัทธิ.

สกวาทีทำปัญหาแรกนั่นแหละให้เป็นปัญหาที่ ๘ อีก แล้วทำ ๓ ปัญหาของอนิยตบุคคลด้วยสามารถแห่งการไม่บรรลุนิยามเป็นต้น. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งปัญหาเหล่านั้นโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ. สกวาทีทำปัญหาแรกนั่นแหละให้เป็นปัญหาที่ ๑๒ อีก แล้วทำ ๓ ปัญหามีคำว่า มีทางอันแน่นอน เป็นต้นจากมูลนั้น.

ในปัญหาทั้งหลายเหล่านั้น มัคคญาณเท่านั้น ชื่อว่าญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีหมายญาณนั้น จึงว่า มีทางอันแน่นอน ดังนี้ ครั้นเมื่อคำว่า มีทางอันแน่นอนอันสกวาทีกล่าวแล้ว ปรวาทีก็ตอบปฏิเสธ. เมื่อสกวาทีกล่าวว่า มีญาณ ปรวาทีก็ตอบรับรอง.

แม้ในคำทั้งหลายมีคำว่า สติปัฏฐาน เป็นต้นก็นัยนี้. คำปัจจนิกมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.

คำว่า โคตรภูบุคคล เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงว่า ญาณใดอันบุคคลใดไม่บรรลุแล้ว ญาณนั้นของบุคคลนั้นย่อมไม่มี.

คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบด้วยญาณพละของพระองค์เอง ไม่ใช่ทรงทราบจากสภาพการบรรลุนิยามธรรมของผู้นั้น เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ ปรวาทีแม้ตั้งลัทธิไว้แล้วก็ตั้งอยู่ไม่ได้เลย ดังนี้แล.

อรรถกถานิยามกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา