จักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จกฺขุนฺทฺริยํ สนิทสฺสนนฺติอาทิกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ จักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถา
จกฺขุนฺทฺริยํ สนิทสฺสนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ รูปายตนํ รูปธาตุ ฯเปฯ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที จักขุนทรีย์เป็นสนิทัสสนะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ ฯลฯ มาสู่คลองแห่งจักษุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
จกฺขุนฺทฺริยํ สนิทสฺสนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. จักขุนทรีย์เป็นสนิทัสสนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ
ส. อาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คำว่า อาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ? ป. ไม่มี ส. คำว่า อาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า คำว่า อาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า อาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุ-วิญญาณขึ้น
น วตฺตพฺพํ ปญฺจินฺทฺริยานิ สนิทสฺสนานีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปสฺสสิ จกฺขุํ โสตํ ฆานํ ชิวฺหํ กายนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปสฺสสิ จกฺขุํ โสตํ ฆานํ ชิวฺหํ กายํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺจินฺทฺริยานิ สนิทสฺสนานีติ ฯเปฯ จกฺขุนฺทฺริยํ สนิทสฺสนนฺติอาทิกถา ฯ --------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า อินทรีย์ ๕ เป็นสนิทัสสนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านเห็นจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ท่านเห็นจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อินทรีย์ ๕ เป็นสนิทัสสนะ ฯลฯ จักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. จักขุนทริยังสนิทัสสนันติอาทิกถา (๖๑) ว่าด้วยจักขุนทรีย์เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ เป็นต้น
สก. จักขุนทรีย์เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขุนทรีย์เป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ ฯลฯ มาสู่คลองจักษุได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขุนทรีย์เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะอาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๙. จักขุนทริยังสนิทัสสนันติอาทิกถา (๖๑) สก. เพราะอาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุวิญญาณ”มีอยู่จริงหรือ ปร. ไม่มี สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ” มีอยู่จริงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ” มีอยู่จริง ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยจักษุและจักขุนทรีย์ จึงเกิดจักขุ-วิญญาณ”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อินทรีย์ ๕ เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านเห็นจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากท่านเห็นจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“อินทรีย์ ๕ เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” จักขุนทริยังสนิทัสสนันติอาทิกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๘}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๑๑๗ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถา ว่าด้วยปฐวีธาตุเป็นต้นเป็นสนิทัสสนะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ คือเป็นของเห็นได้ด้วยมังสจักขุ.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ปฐวีธาตุเป็นต้น คือปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ เป็นของเห็นได้ด้วยตาเพราะเห็นวัณณายตนะ คือสีแห่งการไหวของแผ่นหิน น้ำ เปลวไฟ ต้นไม้นั่นเทียวด้วย คือเรื่องปฐวีธาตุ ฯลฯ แห่งโอกาสอันตั้งอยู่เฉพาะแห่งอินทรีย์ ๕ คือจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายะด้วย คือเรื่องจักขุนทรีย์ ฯลฯ เห็นรูปมีมือและเท้าเป็นต้น ในเวลาเคลื่อนไหวกายด้วย คือเรื่องกายกรรม ฯลฯ
บรรดาเรื่องทั้งหมดทั้ง ๓ เรื่อง คำถามต้นของสกวาทีหมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่ทั้งปวง บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองแห่งพระบาลี และพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
เรื่องสุดท้ายว่า กายกรรมไม่เป็นสนิทัสสนะ คือไม่เป็นของเห็นได้ด้วยตา ท่านทำเรื่องปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะไว้เป็นข้อแรก.
อรรถกถาปฐวีธาตุสนิทัสสนาตยาทิกถา จบ. -----------------------------------------------------