๒. เขมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ เขมสุตฺตํ
๒๘๑เอกมนฺตํ ฐิโต โข เขโม เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา อมิตฺเตเนว อตฺตนา กโรนฺติ ปาปกํ กมฺมํ ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ วิปากํ ปฏิเสวติ ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ยสฺส ปติโต สุมโน วิปากํ ปฏิเสวติ ปฏิกจฺเจว ตํ กยิรา ยํ ชญฺญา หิตมตฺตโน น สากฏิกจินฺตาย มนฺตาธีโร ปรกฺกโม ยถา สากฏิโก ปสตฺถํ สมํ หิตฺวา มหาปถํ วิสมํ มคฺคมารุยฺห อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายติ เอวํ ธมฺมา อปกฺกมฺม อธมฺมมนุวตฺติย มนฺโท มจฺจุมุขํ ปตฺโต อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. เขมสูตร ว่าด้วยเขมเทพบุตร
เขมเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนัก ของพระผู้มีพระภาคว่า คนพาลผู้มีปัญญาทรามประพฤติตนเป็นเหมือนศัตรู ย่อมทำกรรมอันลามกซึ่งให้ผลเผ็ดร้อน บุคคลทำกรรมใดแล้วย่อมเดือดร้อนในภายหลัง และมีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ได้รับผลกรรมใด กรรมที่ทำแล้วนั้นเป็นกรรมไม่ดี @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๓๑ หน้า ๓๕-๓๖ ในเล่มนี้ @ ดูเทียบคาถาข้อ ๓๑ หน้า ๓๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๓. นานติตถิยวรรค ๓. เสรีสูตร บุคคลทำกรรมใดแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีจิตใจแช่มชื่นเบิกบานได้รับผลกรรมใด กรรมที่ทำแล้วนั้นเป็นกรรมดี บุคคลรู้ว่ากรรมใดเป็นประโยชน์แก่ตน ควรรีบลงมือกระทำกรรมนั้นทันที อย่าพยายามเป็นนักปราชญ์เจ้าความคิด ด้วยความคิดอย่างพ่อค้าเกวียนเลย พ่อค้าเกวียนเลี่ยงหนทางสายใหญ่ที่ไม่ขรุขระ ใช้หนทางที่ขรุขระ จนเพลาเกวียนหัก ซบเซาอยู่ ฉันใด บุคคลหลีกจากธรรม ประพฤติตามอธรรม ก็ฉันนั้น เป็นคนเขลา ดำเนินไปสู่ทางแห่งความตาย ซบเซาอยู่ เหมือนพ่อค้าเกวียนมีเพลาเกวียนหักแล้ว ฉะนั้น เขมสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเขมสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในเขมสูตรที่ ๒ ต่อไป :-
บทว่า ปฏิกจฺเจว แปลว่า ก่อนทีเดียว.
บทว่า อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายติ ความว่า พ่อค้าเกวียนมีเพลาเกวียนหักเสียแล้ว ย่อมซบเซา คือต้องใช้ความคิดมาก.
ในคาถาที่ ๒ บทว่า อกฺขจฺฉินฺโนว แปลว่า เหมือนพ่อค้าเกวียนมีเพลาเกวียนหักเสียแล้ว.
จบอรรถกถาเขมสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------