๖. ปิยังกรสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ ปิยงฺกรสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปิยังกรสูตรที่ ๖
เอกํ สมยํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อนุรุทฺโธ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย ธมฺมปทานิ ภาสติ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ฯ สมัยนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะลุกขึ้นในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี กล่าวบทแห่งพระธรรมอยู่ ฯ
อถ โข ปิยงฺกรมาตา ยกฺขินี ปุตฺตกํ เอวํ โตเสสิ มา สทฺทมกรี ปิยงฺกร ภิกฺขุ ธมฺมปทานิ ภาสติ อปิจ ธมฺมปทํ วิชานิย ปฏิปชฺเชม หิตาย โน สิยาติ ฯ
ครั้งนั้นแล นางยักษิณีผู้เป็นมารดาของปิยังกระปลอบบุตรน้อย อย่างนี้ว่า ปิยังกระ อย่าอึกทึกไป ภิกษุกำลังกล่าวบทพระธรรมอยู่ อนึ่ง เรารู้แจ้งบทพระธรรมแล้วปฏิบัติ ข้อนั้นจะพึงมีเพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา ฯ
ปาเณสุ จ สญฺญมามเส สมฺปชานมุสา น ภณามเส สิกฺเขม สุสีลฺยมตฺตโน อปิ มุจฺเจม ปิสาจโยนิยาติ ฯ
เราสำรวมในเหล่าสัตว์มีปราณ เราไม่กล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ เราศึกษา ทำตนให้เป็นผู้มีศีลดีนั่นแหละ เราจะพ้นจาก กำเนิดปีศาจ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๐. ยักขสังยุต] ๗. ปุนัพพสุสูตร ๖. ปิยังกรสูตร ว่าด้วยปิยังกรยักษ์
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ในพระเชตวัน อารามของอนาถ-บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระอนุรุทธะลุกขึ้นในเวลาใกล้รุ่งแล้วสวดบทแห่งธรรมทั้งหลายอยู่ ครั้งนั้น นางยักษิณีผู้เป็นมารดาของปิยังกระ ปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่า ปิยังกระ อย่าส่งเสียงไปเลย ภิกษุกำลังสวดบทแห่งธรรมทั้งหลายอยู่ อนึ่ง เรารู้แจ้งบทแห่งธรรมแล้วปฏิบัติ ข้อนั้นจะเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา ปิยังกระกล่าวว่า เราไม่เบียดเบียนสัตว์มีชีวิตทั้งหลาย ไม่กล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ ศึกษาทำตนให้เป็นคนมีศีลดี จึงจะพ้นจากกำเนิดปีศาจ ปิยังกรสูตรที่ ๖ จบ ๗. ปุนัพพสุสูตร ว่าด้วยปุนัพพสุยักษ์
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาอันประกอบด้วยนิพพาน ส่วนภิกษุเหล่านั้นต่างก็ใส่ใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตสดับธรรมอยู่ ครั้งนั้นนางยักษิณีผู้เป็นมารดาของปุนัพพสุ ปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ กำเนิดปีศาจ ในที่นี้หมายถึงภพภูมิอันเป็นแดนกำเนิดของยักษ์คล้ายกับแดนกำเนิดของเปรต@(สํ.ฏีกา ๑/๒๔๐/๓๓๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๔๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปิยังกรสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในปิยังกรสูตรที่ ๖ ต่อไปนี้ :-
บทว่า เชตวเน ความว่า พระอนุรุทธะอยู่ในวิหารชื่อโกสัมพกุฏีท้ายพระเชตวัน.
ธรรม ๒๖ วรรคท่านยกขึ้นรวบรวมไว้แผนกหนึ่ง ประสงค์ว่า ตํ ในบทนี้ว่า ธมฺมปทานิ. สมัยนั้น พระเถระนั่งภายในวิหาร ณ ที่นั้น สวดอัปปมาทวรรคเป็นสรภัญญะ ด้วยเสียงไพเราะ.
บทว่า เอวํ โตเสสิ ความว่า ได้ยินว่า นางยักษิณีนั้นอุ้มบุตรชื่อปิยังกระ แสวงหาอาหารอยู่ตั้งแต่ข้างหลังพระเชตวัน มุ่งตรงต่อพระนครโดยลำดับ แสวงหาอยู่ซึ่งของกินที่เสียคืออุจจาระ ปัสสาวะ น้ำลาย น้ำมูก ถึงสถานที่อยู่ของพระเถระ ได้ฟังเสียงอันไพเราะ.
เสียงนั้นตัดผิวหนังเป็นไปจดเยื่อในกระดูก เข้าไปถึงหัวใจของนางหยุดอยู่.
ครั้งนั้น นางยักษิณีนั้นไม่คิดในการแสวงหาอาหาร. นางยืนเงี่ยโสตลงฟังธรรม.
ส่วนยักขทารกไม่มีจิตในการฟังธรรมเพราะเป็นหนุ่ม. เขาถูกความหิวเบียดเบียนแล้ว จึงเตือนมารดาแล้วๆ เล่าๆ ว่า เพราะเหตุไรแม่จึงยืนไม่ไหวติงเหมือนตอ ในที่แม่มาแล้ว ไม่แสวงหาของเคี้ยว หรือของบริโภคสำหรับลูก.
นางคิดว่า บุตรจะทำอันตรายแก่การฟังธรรมของเรา จึงปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่า ปิยังกระ อย่าส่งเสียงดัง. ในบทนั้น บทว่า มาสทฺทมกริ ได้แก่ อย่าได้ส่งเสียงดัง.
นางแสดงศีล ๕ ที่สมาทานแล้ว ตามธรรมดาของตนด้วยคาถาว่า ปาเณสุ จ ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สญฺญมามเส ได้แก่ เราสำรวม คือเป็นผู้สำรวมแล้ว.
นางงดเว้นจากปาณาติบาตด้วยบทนี้. งดเว้นจากมุสาวาทด้วยบทที่สอง. การงดเว้นสามอย่างที่เหลือด้วยบทที่สาม.
บทว่า อปิ มุจฺเจม ปิสาจโยนิยา นางยักษิณีกล่าวว่า ลูกเราละเวร ๕ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นในยักขโลกเสียแล้ว ปฏิบัติโดยอุบายอันแยบคายแล้ว จึงจะพ้นจากกำเนิดยักษ์ปีศาจซึ่งมีภิกษาหายาก ทั้งจะพากันอดตาย.
จบอรรถกถาปิยังกรสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------