๑๑. คัคคราสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เอกาทสมํ คคฺคราสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค คัคคราสูตรที่ ๑๑
เอกํ สมยํ ภควา จมฺปายํ วิหรติ คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สตฺตหิ จ อุปาสกสเตหิ อเนเกหิ จ เทวตาสหสฺเสหิ ฯ ตฺยาสฺสุทํ ภควา อติโรจติ วณฺเณน เจว ยสสา จ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่ริมฝั่งสระบัวชื่อว่า คัคครา เขตนครจัมปา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป อุบาสกประมาณ ๗๐๐ คน และเทวดาหลายพันองค์ ฯ นัยว่า พระผู้มีพระภาครุ่งเรืองล่วงภิกษุ อุบาสกและเทวดาเหล่านั้น ด้วยพระวรรณะและด้วยพระยศ ฯ
อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส เอตทโหสิ อยํ โข ภควา จมฺปายํ วิหรติ คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สตฺตหิ จ อุปาสกสเตหิ อเนเกหิ จ เทวตาสหสฺเสหิ ตฺยาสฺสุทํ ภควา อติโรจติ วณฺเณน เจว ยสสา จ ยนฺนูนาหํ ภควนฺตํ สมฺมุขา สรูปาย คาถาย อภิตฺถเวยฺยนฺติ ฯ อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลิมฺปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ปฏิภาติ มํ ภควา ปฏิภาติ มํ สุคตาติ ฯ ปฏิภาตุ ตํ วงฺคีสาติ ภควา อโวจ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะ มีความคิดดังนี้ว่า พระผู้มีพระภาค นี้แล ประทับอยู่ที่ฝั่งสระบัวชื่อว่าคัคครา เขตนครจัมปา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป อุบาสกประมาณ ๗๐๐ คน และเทวดาหลายพันองค์นัยว่า พระผู้มีพระภาครุ่งเรืองล่วงภิกษุ อุบาสกและเทวดาเหล่านั้น ด้วยพระ-*วรรณะและด้วยพระยศ อย่ากระนั้นเลย เราพึงชมเชยพระผู้มีพระภาค ณ ที่เฉพาะพระพักตร์ ด้วยคาถาอันสมควรเถิด ฯ ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะ ลุกขึ้นจากอาสนะ ทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลีไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่แล้ว ได้กราบทูลพระผู้มี-*พระภาคว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพระองค์ ข้าแต่พระสุคต เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพระองค์ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า เนื้อความนั่นจงแจ่มแจ้งกะเธอเถิด วังคีสะ ฯ
อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส ภควนฺตํ สมฺมุขา สรูปาย คาถาย อภิตฺถวิ จนฺโท ยถา วีตวลาหเก นเภ วิโรจติ วีตมโลว ภาณุมา เอวมฺปิ องฺคีรส ตฺวํ มหามุนิ อติโรจสิ ยสสา สพฺพโลกนฺติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะ ได้ชมเชยพระผู้มีพระภาค ณ ที่ เฉพาะพระพักตร์ ด้วยคาถาอันสมควรว่า พระจันทร์พระอาทิตย์ซึ่งปราศจากมลทิน ย่อมแจ่มกระจ่าง ในท้องฟ้า ซึ่งปราศจากเมฆฝน ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มี พระรัศมีซ่านออกแต่พระสรีรกาย ผู้เป็นมหามุนี พระองค์ ย่อมรุ่งเรืองล่วงสรรพสัตว์โลก ด้วยพระยศ ฉันนั้น ดังนี้ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๘. วังคีสสังยุต] ๑๑. คัคคราสูตร ๑๑. คัคคราสูตร ว่าด้วยเรื่องเกิดขึ้นที่สระโบกขรณีชื่อคัคครา
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งสระโบกขรณี ชื่อคัคครา เขตกรุงจัมปา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป อุบาสกประมาณ๗๐๐ คน อุบาสิกาประมาณ ๗๐๐ คน และเทวดาหลายพันองค์ ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคมีพระวรรณะและมีพระยศรุ่งเรืองกว่าภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา และเทวดาเหล่านั้นทั้งหมด ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคนี้ประทับอยู่ที่ฝั่งสระโบกขรณี ชื่อคัคครา เขตกรุงจัมปา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูปอุบาสกประมาณ ๗๐๐ คน อุบาสิกาประมาณ ๗๐๐ คน และเทวดาหลายพันองค์ ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคมีพระวรรณะและมีพระยศรุ่งเรืองกว่าภิกษุ อุบาสกอุบาสิกาและเทวดาเหล่านั้นทั้งหมด ทางที่ดีเราควรสรรเสริญพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาทั้งหลายอันสมควร ณ ที่เฉพาะพระพักตร์เถิด” ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะลุกขึ้นจากอาสนะ ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เนื้อความนี้ย่อมปรากฏแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระสุคต เนื้อความนี้ย่อมปรากฏแก่ข้าพระองค์” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เนื้อความนั้นจงปรากฏแก่เธอเถิด วังคีสะ” ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้ทูลสรรเสริญพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาอันสมควรณ ที่เฉพาะพระพักตร์ว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๘. วังคีสสังยุต] ๑๒. วังคีสสูตร ข้าแต่พระมหามุนีอังคีรส พระองค์ไพโรจน์ล่วงโลกทั้งหมดด้วยพระยศ เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่ปราศจากมลทิน สว่างจ้าอยู่บนท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆหมอก คัคคราสูตรที่ ๑๑ จบ ๑๒. วังคีสสูตร ว่าด้วยพระวังคีสะ
สมัยหนึ่ง ท่านพระวังคีสะอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะบรรลุอรหัตแล้วไม่นานเสวยวิมุตติสุขอยู่ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า ในกาลก่อน เราเป็นผู้มัวเมากาพย์กลอน ได้เที่ยวไปแล้วทุกบ้านทุกเมือง ต่อมา เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศรัทธาก็เกิดขึ้นแก่เรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ได้ทรงแสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ แก่เรา เราได้ฟังพระธรรมของพระองค์แล้วจึงบวช พระมุนีได้ตรัสรู้พระโพธิญาณ เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก แก่ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลายผู้ได้บรรลุ ได้เห็นนิยามธรรม @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๖๑/๕๔๔ @ นิยามธรรม หมายถึงมรรคและผล (สํ.ฏีกา ๑/๒๒๐/๓๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาคัคคราสูตรที่ ๑๑
ในคัคคราสูตรที่ ๑๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตฺยาสฺสุทํ ตัดบทเป็น เต อสฺสุทํ.
คำว่า อสฺสุทํ เป็นเพียงนิบาต.
บทว่า วณฺเณน ได้แก่ สีแห่งสรีระ.
บทว่า ยเสน ได้แก่ ด้วยบริวาร.
บทว่า วีตมโลว ภาณุมา ได้แก่ เหมือนพระอาทิตย์ปราศจากมลทิน.
จบอรรถกถาคัคคราสูตรที่ ๑๑ -----------------------------------------------------