๗. นทุพภิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ นทุพฺภิยสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นทุพภิยสูตรที่ ๗
สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ โยปิ เม อสฺส ปจฺจตฺถิโก ตสฺสปาหํ น ทุพฺเภยฺยนฺติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว เวปจิตฺติ อสุรินฺโท สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน สกฺโก เทวานมินฺโท เตนุปสงฺกมิ ฯ
สาวัตถีนิทาน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทวดาผู้หลีกเร้นออกอยู่ในที่ลับ ได้เกิดความตรึกนึกคิดขึ้นว่า เราไม่ควรประทุษร้ายแม้แก่ผู้ที่เป็นข้าศึกต่อเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูร ได้ทราบความดำริของท้าวสักกะจอมเทวดาด้วยใจของตนแล้ว เข้าไปหาท้าวสักกะจอมเทวดาจนถึงที่ประทับ ฯ
อทฺทสา โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวปจิตฺตึ อสุรินฺทํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน เวปจิตฺตึ อสุรินฺทํ เอตทโวจ ติฏฺฐ เวปจิตฺติ คหิโตสีติ ฯ ยเทว เต มาริส ปุพฺเพ จิตฺตํ ตเทว ตฺวํ มาริส ชหาสีติ ฯ สปสฺสุ จ เม เวปจิตฺติ อทุพฺภายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท้าวสักกะจอมเทวดาได้ทอดพระเนตรเห็น ท้าวเวปจิตติจอมอสูรผู้มาแต่ไกลทีเดียว ครั้นแล้วจึงตรัสกะท้าวเวปจิตติจอมอสูรว่าหยุดเถอะ ท่านท้าวเวปจิตติ ท่านถูกจับเสียแล้ว ฯ ท้าวเวปจิตติตรัสถามว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านละทิ้งความคิดเมื่อก่อนของท่านเสียแล้วหรือ ฯ ท้าวสักกะตรัสว่า ท้าวเวปจิตติ ก็ท่านจงสาบานเพื่อที่จะไม่ประทุษร้ายต่อเรา ฯ
ยํ มุสา ภณโต ปาปํ ยํ อริยูปวาทิโน มิตฺตทฺทุโน จ ยํ ปาปํ ยํ ปาปํ อกตญฺญุโน ตเมว ปาปํ ผุสตุ โย เต ทุพฺเภ สุชมฺปตีติ ฯ
ท้าวเวปจิตติตรัสคาถาว่า แน่ะท้าวสุชัมบดี บาปของคนพูดเท็จ บาปของคนผู้ติเตียน พระอริยะเจ้า บาปของคนผู้ประทุษร้ายต่อมิตร และบาปของ คนอกตัญญู จงถูกต้องผู้ที่ประทุษร้ายต่อท่าน ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. นทุพภิยสูตร ว่าด้วยการไม่ประทุษร้าย
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพทรงหลีกเร้นประทับพักผ่อนอยู่ในที่พักเกิดความรำพึงอย่างนี้ว่า ‘เราไม่ควรประทุษร้ายแม้แก่ผู้ที่เป็นข้าศึกต่อเรา’ ครั้งนั้น ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ทราบความรำพึงของท้าวสักกะจอมเทพด้วยใจของตนแล้ว เข้าไปหาท้าวสักกะจอมเทพจนถึงที่ประทับ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทอดพระเนตรเห็นท้าวเวปจิตติจอมอสูรมาแต่ไกลทีเดียว จึงได้ตรัสกับท้าวเวปจิตติจอมอสูรดังนี้ว่า ‘หยุดเถิด ท่านท้าวเวปจิตติ ท่านถูกจับแล้ว’ ท้าวเวปจิตติถามว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านละทิ้งความคิดครั้งก่อนของท่านแล้วหรือ’ ท้าวสักกะตรัสว่า ‘ท่านท้าวเวปจิตติ ขอให้ท่านจงสาบานเพื่อที่จะไม่ประทุษร้ายต่อเรา’ ท้าวเวปจิตติกล่าวคาถาว่า ท่านท้าวสุชัมบดี บาปของคนพูดเท็จ บาปของคนผู้ติเตียนพระอริยะ บาปของคนผู้ประทุษร้ายต่อมิตร และบาปของคนอกตัญญู จงถูกต้องผู้ประทุษร้ายท่านเถิด นทุพภิยสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๗๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานทุพภิยสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในนทุพภิยสูตรที่ ๗ ต่อไปนี้ :-
บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า ท้าวสักกะนี้ดำริว่า เราไม่ควรประทุษร้ายแม้แก่ผู้เป็นข้าศึกต่อเรา. คิดต่อไปว่า ชื่อว่าผู้ที่เป็นข้าศึกต่อท้าวเวปจิตตินั้น นอกจากเราไม่มี เราจักทดลองดูท้าวเวปจิตตินั้นก่อนเขาเห็นเราแล้วจะประทุษร้าย หรือไม่ประทุษร้าย จึงเข้าไปหา.
บทว่า ติฏฺฐ เวปจิตฺติ คหิโตสิ ความว่า ท้าวสักกะตรัสว่า ดูก่อนท้าวเวปจิตติ ท่านจงหยุด ณ ที่นี้เถิด ท่านถูกเราจับแล้ว. พร้อมกับดำรัสของท้าวสักกะนั้น ท้าวเวปจิตติก็ถูกผูกมัดโดยผูกมัดมีคอเป็นที่ ๕.
บทว่า สปสฺสุ จ เม ความว่า ท้าวสักกะตรัสว่า ท้าวเวปจิตติ ท่านจงสาบานเพื่อที่จะไม่ประทุษร้ายในเรา.
บทว่า ยํ มุสา ภณโต ปาปํ ความว่า ท่านกล่าวหมายถึงบาปของพระเจ้าเจติยราชในปฐมกัปในกัปนี้.
บทว่า อริยูปวาทิโน ได้แก่ บาปดุจบาปของภิกษุโกกาลิกะ.
บทว่า มิตฺตทฺทุโน จ ยํ ปาปํ ได้แก่ บาปของผู้มีจิตประทุษร้ายในพระมหาสัตว์ในมหากปิชาดก.
บทว่า อกตญฺญุโน ได้แก่ บาปของคนอกตัญญู เช่นเทวทัต.
นัยว่า ในกัปนี้มี ๔ มหากัป.
จบอรรถกถานทุพภิยสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------