๗. ทุกกรสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ ทุกฺกรสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทุกกรสูตรที่ ๗
ทุกฺกรํ ทุตฺติติกฺขญฺจ อพฺยตฺเตน จ สามญฺญํ พหู หิ ตตฺถ สมฺพาธา ยตฺถ พาโล วิสีทตีติ ฯ
(เทวดากล่าวว่า) ธรรมของสมณะ คนไม่ฉลาด ทำได้ยาก ทนได้ยาก เพราะธรรมของสมณะนั้นมีความลำบากมาก เป็นที่ติดขัดของ คนพาล ฯ
กติหํ จเรยฺย สามญฺญํ จิตฺตํ เจ น นิวารเย ปเท ปเท วิสีเทยฺย สงฺกปฺปานํ วสานุโค กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล สโมทหํ ภิกฺขุ มโนวิตกฺเก อนิสฺสิโต อญฺญมเหฐยาโน ปรินิพฺพุโต นูปวเทยฺย กญฺจีติ ฯ
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) คนพาล ประพฤติธรรมของสมณะสิ้นวันเท่าใด หากไม่ห้าม จิต เขาตกอยู่ในอำนาจของความดำริทั้งหลาย พึงติดขัดอยู่ ทุกๆ อารมณ์ ภิกษุยั้งวิตกในใจไว้ได้ เหมือนเต่าหด อวัยวะทั้งหลายไว้ในกระดองของตน อันตัณหานิสัยและ ทิฐินิสัยไม่พัวพันแล้ว ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ปรินิพพาน แล้ว ไม่พึงติเตียนใคร ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ทุกกรสูตร ว่าด้วยสมณธรรมที่ทำได้ยาก
เทวดากล่าวว่า สมณธรรม คนไม่ฉลาดทำได้ยาก อดทนได้ยาก เพราะสมณธรรมนั้นมีความคับแคบมาก สำหรับคนพาลที่อาศัยอยู่ @เชิงอรรถ : @ อริยมรรค ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรมรรค (สํ.ส.อ. ๑/๑๖/๓๕) @ อริยมรรค ในที่นี้หมายถึงโลกิยมรรคและโลกุตตรมรรค (สํ.ส.อ. ๑/๑๖/๓๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๒. นันทนวรรค ๘. หิริสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า คนพาลประพฤติสมณธรรมเป็นเวลานาน หากไม่ห้ามจิต เขาตกอยู่ในอำนาจแห่งความดำริ ก็จะพึงติดขัดในทุกบท หากภิกษุยับยั้งความวิตกในใจไว้ได้ เหมือนเต่าหดอวัยวะไว้ในกระดองของตน ก็จะไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ดับสนิทแล้ว ไม่พึงว่าร้ายใคร ทุกกรสูตรที่ ๗ จบ ๘. หิริสูตร ว่าด้วยหิริ
เทวดากล่าวว่า คนผู้กีดกัน(อกุศลธรรม)ได้ด้วยหิริ มีอยู่น้อยในโลก ภิกษุใดหลบหลีกนินทาได้ ตื่นตัวอยู่ เหมือนม้าชั้นดีหลบแส้ได้ ภิกษุเช่นนั้นมีอยู่น้อย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุเหล่าใดผู้กีดกัน(อกุศลธรรม)ได้ด้วยหิริ มีสติ ประพฤติธรรมอยู่ทุกเมื่อ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ย่อมดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอในที่ที่ไม่สม่ำเสมอ ภิกษุเหล่านั้นมีอยู่น้อย หิริสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ บท ในที่นี้หมายถึงอารมณ์หรืออิริยาบถ ผู้ติดขัดในทุกบท คือ ผู้ติดขัดอยู่ในอารมณ์หรืออิริยาบถที่จะ@เกิดกิเลส (สํ.ส.อ. ๑/๑๗/๓๖) @ ดู ขุ.ธ. ๒๕/๑๔๓/๔๒ @ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ หมายถึงบรรลุนิพพานอันเป็นที่สุดแห่งวัฏฏทุกข์ (สํ.ส.อ. ๑/๑๘/๓๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุกกรสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในทุกกรสูตรที่ ๗ ต่อไป :-
บทว่า ทุตฺติติกฺขํ ได้แก่ ทนได้ยาก คืออดกลั้นได้โดยยาก.
บทว่า อพฺยตฺเตน แปลว่า คนพาล.
บทว่า สามญฺญํ แปลว่า ธรรมของสมณะ.
อธิบายว่า เทวดาย่อมแสดงคำนี้ว่า กุลบุตรผู้ฉลาดฝึกสมณธรรมอันใด ๑๐ ปีบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ๖๐ ปีบ้าง แม้ถือการฝึกอย่างยิ่ง คือกดเพดานด้วยลิ้นบ้าง ข่มจิตด้วยจิตบ้าง เสพอยู่ซึ่งอาสนะเดียว ซึ่งภัตหนเดียว ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต กระทำอยู่ซึ่งธรรมของสมณะข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า คนพาลผู้ไม่ฉลาดย่อมไม่อาจเพื่อกระทำซึ่งธรรมของสมณะนั้นได้ ดังนี้.
บทว่า พหู หิ ตตฺถ สมฺพาธา ความว่า เทวดาย่อมแสดงว่า ความลำบากมากของคนพาลผู้ปฏิบัติ เพื่อบรรลุมรรคในอริยมรรคกล่าวคือธรรมของสมณะนั้น เพราะในส่วนเบื้องต้นย่อมมีอันตรายมาก ดังนี้.
บทว่า จิตฺตํ เจ น นิวารเย อธิบายว่า หากว่าไม่พึงห้ามจิตอันเกิดขึ้นโดยอุบายอันไม่แยบคายไซร้ ก็พึงประพฤติธรรมของสมณะได้สิ้นวันเล็กน้อย คือพึงประพฤติได้วันหนึ่งบ้าง เพราะว่า บุคคลผู้ตกอยู่ในอำนาจจิต ย่อมไม่อาจเพื่อกระทำธรรมของสมณะได้.
บทว่า ปเท ปเท ได้แก่ ทุกๆ อารมณ์.
จริงอยู่ ในที่นี้ ปทศัพท์ ท่านหมายถึงอารมณ์ เพราะว่า อารมณ์ใดๆ ที่กิเลสเกิด คนพาลย่อมจมอยู่ (ย่อมติดขัด) ในอารมณ์นั้นๆ.
ปทศัพท์จะหมายถึงอิริยาบถด้วยก็สมควร เพราะว่า กิเลสย่อมเกิดขึ้นในอิริยาบถใดๆ มีการเดินเป็นต้น คนพาลนั้นชื่อว่าย่อมจมลงในอิริยาบถนั้นๆ นั่นแหละ.
บทว่า สงฺกปฺปานํ แปลว่า มีกามวิตกเป็นต้น.
บทว่า กุมฺโมว แปลว่า เหมือนเต่า.
บทว่า องฺคานิ ได้แก่ อวัยวะทั้งหลายมีคอเป็นที่ครบห้า.
บทว่า สโมทหํ แปลว่า หดอยู่ หรือว่าหดแล้ว.
บทว่า มโนวิตกฺเก แปลว่า วิตกอันเกิดขึ้นในใจ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงคำนี้ไว้ด้วยคำเพียงเท่านี้ว่า เต่าหดอวัยวะทั้งหลายมีคอเป็นที่ ๕ ไว้ในกระดองของตน ไม่ให้ช่องแก่สุนัขจิ้งจอก เพราะการหดตนจึงพ้นจากอันตรายแม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแหละ ยั้งวิตกที่เกิดขึ้นในใจในการรักษาอารมณ์ของตน ย่อมไม่ให้ช่องแก่มาร แม้เพราะการยั้งนั้น เธอจึงถึงความไม่มีภัย ดังนี้.
บทว่า อนิสฺสิตฺโต แปลว่า เป็นผู้อันตัณหานิสัยและทิฐินิสัยไม่อาศัยแล้ว.
บทว่า อเหฐมาโน แปลว่า ไม่เบียดเบียนอยู่.
บทว่า ปรินิพฺพุโต แปลว่า ปรินิพพานแล้ว ด้วยกิเลสนิพพาน (ด้วยการดับสนิทแห่งกิเลส).
บทว่า นูปวเทยฺย กญฺจิ อธิบายว่า เป็นผู้ใคร่เพื่อกระทำให้เก้อด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความวิบัติแห่งอาจาระเป็นต้น ไม่พึงกล่าวกะบุคคลไรๆ อื่น คือว่า ก็ภิกษุเข้าไปตั้งไว้ซึ่งธรรม ๕ อย่าง มีคำว่า เราจักกล่าวโดยกาลอันสมควร จักไม่กล่าวโดยกาลอันไม่สมควรเป็นต้นไว้ในภายในแล้วอาศัยความเป็นผู้กรุณา พึงกล่าวด้วยจิตอันดำรงไว้ในสภาพแห่งความอนุเคราะห์ ดังนี้แล.
จบอรรถกถาทุกกรสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------